thansettakij
thansettakij
เอลนีโญรุนแรง เสี่ยงสะเทือนธุรกิจ 478 บริษัททั่วโลกเร่งรับมือ

เอลนีโญรุนแรง เสี่ยงสะเทือนธุรกิจ 478 บริษัททั่วโลกเร่งรับมือ

17 ส.ค. 69 | 08:36 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 08:36 น.

ความเสี่ยงเอลนีโญรุนแรงขึ้นจนภาคธุรกิจทั่วโลกจับตาใกล้ชิด บริษัท 478 แห่งกล่าวถึงผลกระทบในเอกสาร ขณะที่หลายอุตสาหกรรมเร่งประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือ

KEY

POINTS

  • บริษัท 478 แห่งทั่วโลกแสดงความกังวลต่อปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรง โดยมีการกล่าวถึงในรายงานและเอกสารต่างๆ เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019
  • ภาคธุรกิจที่หารือถึงความเสี่ยงมากที่สุดคือกลุ่มอาหาร เคมีภัณฑ์ และธนาคาร โดยเฉพาะบริษัทในประเทศที่พึ่งพาฝนตามฤดูกาลอย่างอินเดีย
  • บริษัทต่างๆ เริ่มวางแผนรับมือ เช่น เพิ่มงบลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ขณะที่บางธุรกิจมองเห็นโอกาสจากความต้องการพลังงานที่เปลี่ยนไป

ความเสี่ยงจากการเกิดเอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษ และแนวทางการปรับตัวต่อสถานการณ์ดังกล่าว กลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นในการหารือของบริษัทต่างๆ จากการวิเคราะห์เอกสารที่บริษัทยื่นและการประชุมรายงานผลประกอบการ

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่เอลนีโญจะเกิดขึ้นในระดับรุนแรงมากและอาจเป็นเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950

สำหรับบริษัทต่างๆ ความท้าทายคือการลดผลกระทบ และในบางกรณีอาจใช้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรและการเปลี่ยนแปลงของความต้องการพลังงาน

การทบทวนเอกสารของบริษัทขนาดใหญ่และการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อรายงานผลประกอบการ โดยใช้ข้อมูลจาก AlphaSense บริษัทด้านข้อมูลข่าวกรองตลาด พบว่า มีบริษัท 478 แห่งกล่าวถึงปรากฏการณ์สภาพอากาศดังกล่าวในเอกสาร 1,443 ฉบับ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคมถึง 4 สิงหาคม โดยมีการกล่าวถึง 316 ครั้งในการประชุมทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019

บริษัทส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวอยู่ในภาคอาหาร เคมีภัณฑ์ และธนาคาร โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ขอบเขตความเสี่ยงที่บริษัทได้รับผลกระทบและการวางแผนรับมือในกรณีฉุกเฉิน มากกว่าการประเมินอย่างชัดเจนว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อยอดขาย กำไร หรือกระแสเงินสดอย่างไร

ภาคธุรกิจที่หารือเกี่ยวกับเอลนีโญ

ธุรกิจอาหาร เคมีภัณฑ์ และธนาคาร เป็นกลุ่มที่กล่าวถึงปรากฏการณ์สภาพอากาศดังกล่าวในเอกสารของบริษัทมากที่สุด หรือถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับแผนรับมือในระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการ

มีการกล่าวถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวในเอกสารของบริษัทอินเดียเกือบ 900 ฉบับ ซึ่งอินเดียพึ่งพาปริมาณฝนจากฤดูมรสุมอย่างมาก หรือเกือบ 10 เท่าของจำนวนการกล่าวถึงโดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ตามมาด้วยบริษัทที่ตั้งอยู่ในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบราซิล

การศึกษาของ Dartmouth College ในปี 2023 ระบุว่า การเกิดเอลนีโญครั้งใหญ่ในอดีตส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยความเสียหายจากเหตุการณ์ในปี 1982-83 และ 1997-98 อยู่ที่ 4.1 ล้านล้านดอลลาร์ และ 5.7 ล้านล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ในช่วง 5 ปีหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

เพิ่มงบลงทุน

สำหรับบริษัทเหมืองแร่ของเปรู Compania de Minas Buenaventura (BUENAVC1.LM) Juan Carlos Ortiz รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวในการประชุมรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า บริษัทได้เพิ่มงบลงทุนอีก 12 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเอลนีโญ

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการด้านความปลอดภัยของเหมืองแต่ละแห่งได้ประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วม และจะนำเงินเพิ่มเติมในส่วนของแต่ละเหมืองไปใช้ในการเตรียมความพร้อม เช่น การเพิ่มขีดความสามารถในการสูบน้ำ

ในอินเดีย Bikash Prasad ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทธุรกิจการเกษตร UPL Limited (UPLL.NS) กล่าวในการประชุมรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า ความล่าช้าในการเพาะปลูกในอินเดียและยุโรปจะผลักความต้องการบางส่วนไปยังไตรมาสถัดๆ ไป

Shrikant Kanhere ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AWL Agri Business Limited หนึ่งในบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่สุดของอินเดีย กล่าวกับ Reuters ว่า เอลนีโญเป็น “ความกังวลอย่างจริงจัง” และยอดขายในพื้นที่ชนบทมีความเสี่ยง หากความปั่นป่วนในภาคเกษตรส่งผลให้รายได้ของประชาชนลดลง

ข้อมูลจาก Reuters Climate Monitor ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม บางพื้นที่ของอินเดียมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 1961-1990 แล้ว 8-9 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยทั่วเอเชียสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.9 องศาเซลเซียส

สำหรับบางบริษัท เอลนีโญที่กำลังก่อตัวขึ้นกลับเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง บริษัทพลังงานสหรัฐฯ AES (AES.N) ระบุว่า ยอดขายไฟฟ้าในตลาดสปอตและราคาที่สูงขึ้นในโคลอมเบีย ช่วยเพิ่มรายได้ในไตรมาส 2 จำนวน 67 ล้านดอลลาร์

Benjamin Bahr ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ First Eagle Investments ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวว่า แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงในบางพื้นที่ของเอเชีย อาจช่วยหนุนเกษตรกรในสหรัฐฯ ได้เช่นกัน