

KEY
POINTS
การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการกำหนดนโยบายของภาครัฐ การปรับตัวของภาคธุรกิจสู่การผลิตที่ยั่งยืน และความตระหนักรู้ของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การป้องกันและควบคุมมลพิษ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด การจัดการน้ำและน้ำเสียอย่างยั่งยืน หรืออาคารเพื่อสิ่งแวดล้อม ล้วนต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
Green Bond หรือ ตราสารหนี้สีเขียว จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่มุ่งเน้นการระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในโครงการที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืน ลองมาทำความรู้จักให้มากขึ้นจากบทความนี้กัน
ข้อมูลจาก K WEALTH ระบุว่า Green Bond หรือ ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งในกลุ่ม ESG Bond (Environmental, Social and Governance)
ขณะที่ ตามคู่มือการออกแบบและเสนอขายตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จัดทำโดยธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ระบุว่า Green Bond หมายถึง ตราสารหนี้ไม่ว่าประเภทใด ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด จะถูกนำไปใช้เป็นเงินลงทุนหรือใช้ชำระคืนหนี้จากการลงทุนเดิมในโครงการหรือสินทรัพย์ใหม่ และ/หรือโครงการและสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
Green Bond เป็นส่วนหนึ่งของ ESG Bond ซึ่งประกอบด้วยตราสารหนี้ 3 ประเภท ได้แก่ Green Bond, Social Bond และ Sustainability Bond
Green Bond เป็นตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการพลังงานทางเลือก การบำบัดน้ำเสีย และการคมนาคมสะอาด
Social Bond เป็นตราสารหนี้เพื่อสังคม ใช้ระดมทุนเพื่อพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น บริการสาธารณสุข การส่งเสริมการศึกษา การจัดหาอาชีพ และการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย
Sustainability Bond เป็นตราสารหนี้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ซึ่งมีองค์ประกอบทั้งในส่วนของ Green และ Social
เงินจาก Green Bond ถูกนำไปใช้ในโครงการอะไร
โครงการที่เกี่ยวข้องกับ Green Bond ประกอบด้วย พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การป้องกันและควบคุมมลพิษ การจัดการแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีชีวิตและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนในเชิงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางบกและทางน้ำ การขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด การจัดการน้ำและน้ำเสียอย่างยั่งยืน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีการผลิต และกระบวนการผลิตที่รองรับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงอาคารเพื่อสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ของผู้ออก Green Bond
ผู้ออก Green Bond ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือสถาบันการเงิน ที่ต้องการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ลงทุนหรือรีไฟแนนซ์ในโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ที่ได้รับ ได้แก่ การดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ผู้ออก Green Bond อาจมีต้นทุนและกระบวนการออกตราสารที่สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป เช่น การจ้างผู้สอบทานจากภายนอก
ประโยชน์ของผู้ลงทุน Green Bond
ผู้ลงทุน Green Bond จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในบางประเทศที่มีมาตรการสนับสนุน และได้รับความพึงพอใจจากการที่เงินลงทุนถูกนำไปใช้ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมโดยตรง
แม้ Green Bond อาจให้ผลตอบแทนเฉลี่ยน้อยกว่าหุ้นกู้ทั่วไปเล็กน้อยประมาณ 14.6 Basis Point หรือ 0.146% แต่ Green Bond ช่วยให้ผู้ลงทุนมีรายได้และรับผิดชอบต่อสังคมไปพร้อมกัน
Green Bond ในประเทศไทย
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การออก Green Bond ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา มีมูลค่ารวม 85,300 ล้านบาท จาก 11 บริษัท คิดเป็นเพียง 2% ของมูลค่าหุ้นกู้ภาคเอกชนทั้งหมด และมากกว่า 50% ออกโดยบริษัทในกลุ่มพลังงาน
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าไทยต้องการเงินลงทุนในภาคพลังงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยปีละไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 25% ภายในปี 2573
สำหรับในประเทศไทย มีการออกตราสารหนี้สีเขียวครั้งแรกในปี 2558 และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้สีเขียวในปี 2561
ตัวอย่าง Green Bond ในไทย
รายงาน K WEALTH ระบุว่า ตราสารหนี้สีเขียวในไทยส่วนใหญ่ออกโดยภาคเอกชนและธนาคาร ตัวอย่างเช่น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่ออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อใช้ในโครงการรถไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาด บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อใช้ในโครงการโรงไฟฟ้ากังหันลมในออสเตรเลียและโครงการรถไฟฟ้าในไทย บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ที่ออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร
นอกจากนี้ ยังมีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ที่ออกพันธบัตรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อ SMEs และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB THAI) ที่ออกตราสารหนี้สีเขียวเพื่อระดมทุนสำหรับปล่อยกู้ให้กับโครงการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
แนวโน้มตลาด Green Bond ทั่วโลก
รายงาน Sustainable Debt Market Summary ประจำไตรมาส 3 ปี 2567 ของ Climate Bonds Initiative ระบุว่า ตลาดตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการออกตราสารครั้งแรกในปี 2550
ในไตรมาส 3 ปี 2567 ตราสารหนี้สีเขียวทั่วโลกมีมูลค่าสะสมประมาณ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 62% ของตราสารหนี้ด้านความยั่งยืนทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการออกตราสารหนี้สีเขียวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2567 อยู่ที่ 5.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า
ประเทศที่มีตราสารหนี้สีเขียวมากที่สุด
จีน มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.94 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวอย่างการออกตราสารหนี้สีเขียวในต่างประเทศ ได้แก่ อินเดียที่ออกพันธบัตรสีเขียวเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานหมุนเวียน เบลเยียมที่ออกพันธบัตรสีเขียวเพื่อสนับสนุนอาคารสีเขียว ระบบขนส่งพลังงานสะอาด และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน สหรัฐอเมริกาที่บริษัท Apple ออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม แคนาดาที่ออกพันธบัตรสีเขียวเพื่อใช้ในโครงการด้านสิ่งแวดล้อม และซาอุดีอาระเบียที่บริษัท Saudi Electricity Company ออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อใช้ในโครงการอาคารสีเขียวและโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
ลงทุนใน Green Bond ได้ที่ไหน
ผู้ลงทุน Green Bond อาจเป็นนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนรายย่อย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเสนอขายของตราสารแต่ละรุ่น
นักลงทุนสามารถลงทุนใน Green Bond (ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) ผ่านธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือกองทุนรวม โดยสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งในรูปแบบการซื้อหุ้นกู้หรือพันธบัตรโดยตรง และการลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้
Green Bond ที่ออกในแต่ละรุ่นอาจกำหนดกลุ่มผู้ลงทุนแตกต่างกัน บางรุ่นเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ขณะที่บางรุ่นอาจเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าลงทุนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง