thansettakij
thansettakij
นักวิชาการ TDRI ห่วงแลนด์บริดจ์กระทบสิ่งแวดล้อม แนะเสริมแกร่งเศรษฐกิจในประเทศ

นักวิชาการ TDRI ห่วงแลนด์บริดจ์กระทบสิ่งแวดล้อม แนะเสริมแกร่งเศรษฐกิจในประเทศ

06 พ.ค. 69 | 09:30 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ค. 69 | 09:32 น.

นักวิชาการ TDRI มองแลนด์บริดจ์คุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและไม่สอดคล้องพื้นที่ เสนอเสริมแกร่งเศรษฐกิจในประเทศ ปรับโครงสร้างและปลดล็อกกฎระเบียบ

KEY

POINTS

  • นักวิชาการ TDRI แสดงความกังวลว่าโครงการแลนด์บริดจ์อาจส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลฝั่งอันดามัน
  • ชี้ว่าแม้โครงการจะคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ แต่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และผลประโยชน์ส่วนใหญ่อาจตกอยู่กับนักลงทุนรายใหญ่
  • เสนอให้รัฐพิจารณาทางเลือกอื่นในการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การปฏิรูปภาคเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้า และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งจากภายใน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 โครงการแลนด์บริดจ์ “เมกะโปรเจ็กต์” ใหญ่ เม็ดเงินลงทุนเฉียด 1 ล้านล้านบาท กลายเป็นประเด็นสาธารณะสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายการเมือง นักวิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ประกาศจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกโครงการ ขณะที่นักวิชาการและนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี

เช่นเดียวกับกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ที่ประกาศรวมพลังเครือข่ายประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อปกป้องทรัพยากรท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นการเปิดให้ต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาวถึง 99 ปี พร้อมส่งสัญญาณเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้าน

ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาด้านนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงนโยบายด้านภูมิอากาศและการพัฒนาสีเขียว TDRI ให้สัมภาษณ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ต่อโครงการแลนด์บริดจ์ โดยชวนให้สังคมหันมาพิจารณา “ต้นทุน” ซึ่งอาจไม่ถูกนับรวมอยู่ในความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ดร. อดิศร์ ระบุว่า ยังเป็นประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะระหว่างคนในพื้นที่ภาคใต้กับคนในส่วนกลาง เนื่องจากคนในพื้นที่ภาคใต้จำนวนหนึ่งมองรูปแบบการพัฒนาแตกต่างออกไป โดยต้องการการพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เช่น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การรักษาความสมบูรณ์ของทะเล และการไม่รบกวนระบบนิเวศ มากกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ในขณะที่หากพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์ ดร. อดิศร์ ระบุว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความคุ้มค่า เนื่องจากผลได้มากกว่าผลเสีย และเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินกู้จำนวนมาก ซึ่งหากไม่คุ้มค่า ก็ไม่สามารถนำรายได้ไปชำระคืนธนาคารได้

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการ TDRI ชี้ว่า แม้โครงการจะคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่รูปแบบการพัฒนาที่คนใต้ต้องการ อีกทั้งผลประโยชน์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะตกอยู่กับนักลงทุนรายใหญ่ ขณะที่คนในพื้นที่อาจได้รับประโยชน์จำกัด โดยอาจเป็นเพียงแรงงานในโครงการ

ในมิติของสิ่งแวดล้อม แม้จะมีตัวอย่างจากหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือจีน ที่สามารถดำเนินโครงการลักษณะนี้ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ แต่แนวทางดังกล่าวก็ยังไม่ใช่สิ่งที่คนใต้ต้องการเห็น คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า คนจากส่วนกลางมีสิทธิจะไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในต่างจังหวัดหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก

อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล แม้ในเอกสารจะระบุว่าโครงการไม่ส่งผลกระทบ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าสัตว์น้ำจะได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของการเดินเรือหรือไม่ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจึงมีข้อจำกัดในเรื่องนี้ 

คิดว่าควรไปต่อไหม ผมว่าไม่ควร ไม่เถียงว่าโครงการนี้คุ้มค่าการลงทุน แต่ผมว่าอาจจะไม่เหมาะกับบริบทของสังคมไทย  แล้วก็ใช้เหตุผลทางด้านสภาพแวดล้อม สังคมโดยรวม ก็อาจจะอยากเก็บพื้นที่ภาคใต้ไว้ให้เป็นอัญมณี ซึ่งเส้นทางเดินเรือในกระดาษไม่กระทบ แต่เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์น้ำทางทะเลจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเดินเรือ ไม่มีใครทำ EIA ได้หรอก

ดร. อดิศร์ ระบุอีกว่า ความสมบูรณ์ของทะเลฝั่งอันดามันในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีกิจกรรมอุตสาหกรรมและการเดินเรือขนาดใหญ่เข้ามารบกวนมากนัก แตกต่างจากฝั่งอ่าวไทยที่มีท่าเรือและการเดินเรือหนาแน่น ส่งผลให้คุณภาพน้ำด้อยลง โดยเห็นว่า หากต้องการรักษาพื้นที่อันดามันไว้ให้เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ อาจยังไม่จำเป็นต้องพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ในขณะนี้ เพราะหากมีการพัฒนา พื้นที่อาจเปลี่ยนแปลงไปเป็นโครงสร้างแข็งมากขึ้น

นอกจากนี้ ดร. อดิศร์ ยังเสนอว่า ประเทศยังมีทางเลือกในการพัฒนาเศรษฐกิจด้านอื่นที่ไม่สร้างผลกระทบในวงกว้าง เช่น การปรับโครงสร้างภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การลดกำแพงภาษีศุลกากรที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน รวมถึงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในระดับชุมชน เช่น การนำไม้ยางพาราหมดอายุมาใช้ผลิตพลังงานชีวมวล และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่โดยตรง

นักวิชาการ TDRI ย้ำว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเป็นการพัฒนาในระดับที่กระจายตัวและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้ พร้อมทั้งควรเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยจากต่างประเทศในระยะยาว