thansettakij
ค่าไฟแพงเพราะอะไร สูตรคำนวณแบบขั้นบันไดเป็นยังไง อ่านเลยที่นี่
energy

ค่าไฟแพงเพราะอะไร สูตรคำนวณแบบขั้นบันไดเป็นยังไง อ่านเลยที่นี่

ค่าไฟแพงเพราะอะไร สูตรคำนวณแบบขั้นบันไดเป็นยังไง อ่านเลยที่นี่ ปลัดกระทรวงพลังงานชี้ใช้เยอะยิ่งแพง ย้ำสำรองไฟฟ้ามีความจำเป็น ลุ้น กกพ.ลดค่าไฟเหลือ 4.70 บาทต่อหน่วยตามข้อเสนอ กฟผ.

ค่าไฟแพงเพราะอะไร กำลังเป็นคำถามที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่บิลค่าไฟของแต่ละบ้านออกมาค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" ประเด็นเรื่องค่าไฟแพงกับนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้รับคำตอบพบว่า

ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนพบว่าแพงขึ้นในเดือนเมษายน เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด ทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศใช้กำลังไฟมากขึ้นในการที่จะรักษาอุณหภูมิให้ปกติ โดยยืนยันว่าค่าไฟฟ้าไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากยังคงอยู่ในช่วงคิดอัตราค่าไฟฟ้าเดิมคือ 4.72 บาทต่อหน่วยสำหรับกลุ่มครัวเรือน (1มกราคม-30เมษายน2566) ยังไม่มีการปรับอัตราค่าไฟฟ้า 

อย่างไรก็ดี ต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันอัตราค่าไฟฟ้าจะมีอัตราเริ่มต้นและปรับอัตราเพิ่มเป็นขั้นบันได ยกตัวอย่างเช่น 

ประเภทผู้ใช้ครัวเรือนอัตราที่ยังไม่รวมค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที (FT) และภาษีมูลค่าเพิ่ม การคิดค่าไฟเริ่มต้นตั้งแต่ 1-150 หน่วยอยู่ที่ 3.2484 บาทต่อหน่วย , 151-400 หน่วย อยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย , เกิน 400 หน่วยอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย 

ดังนั้นแม้ประชาชนจะไฟฟ้าเปิดเวลาเท่าเดิมแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศทำงานหนัก จะกินไฟฟ้าหลายหน่วยเพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราเพิ่มสูงขึ้นจึงเกิดค่าไฟแพงขึ้น 

สำหรับประเด็นอัตราการสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin : RM) ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอีกสาเหตุทำให้ "ค่าไฟ" แพงนั้น ปัจจุบันสำรองไฟฟ้าของไทยอยู่ที่ 36% ไม่ได้สูงถึง  50 – 60% 

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการนำค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญามาคำนวณ จึงไม่สะท้อนอัตราการสำรองไฟฟ้าแท้จริง อาทิ ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน อาทิ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล กลุ่มนี้ไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากปัจจัยช่วงเวลา ฤดูกาล ถูกคำนวณเป็นสำรองไฟฟ้าแต่ไม่ใช่สำรองไฟฟ้าที่แท้จริง 

อย่างไรก็ตามในด้านความมั่นคงพลังงาน การผลิตไฟฟ้าต้องเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างต่อเนื่องและมั่นคง จำเป็นต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง เพื่อรองรับเหตุต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าตามปกติได้ อาทิ แหล่งก๊าซธรรมชาติหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมแซม หรือโรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้าเนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องหรือปิดซ่อมบำรุง ซึ่งรวมทั้งกรณีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนผันผวน 

นายกุลิศ กล่าวอีกว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองมากเกินไป บ่งบอกว่าอาจมีโรงไฟฟ้ามากเกินกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศ ผลกระทบที่ตามมา คือ อัตราค่าไฟจะสูงขึ้น เนื่องจากค่าไฟฟ้าคิดรวมต้นทุน ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าด้วย 

แต่หากมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองน้อย จะส่งผลให้มีความเสี่ยงในการขาดแคลนไฟฟ้าในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ดังนั้น จึงต้องมีการประเมินกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสม สอดคล้องกับกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ได้จริง 

ล่าสุดความต้องการใช้ไฟฟ้า ประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค ดีมานด์ เดือนเมษายนอยู่ที่ประมาณ 33,000 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปี 2565 ซึ่งพีค ดีมานด์ ต้องมาพร้อมกับสำรองไฟฟ้าที่เพียงพอด้วย

โดยต้นทุนไฟของไทยที่สูงขึ้นมาจากการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยปัจจุบันพึ่งพาเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ ทั้งอ่าวไทย เมียนมา และก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) สูงถึง 56% โดยปี 2565 มีการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทานสำรวจและผลิตของแท่นขุดเจาะขนาดใหญ่ในอ่าวไทย ทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตก๊าซในประเทศลดลงจากเดิม 

นอกจากนี้ปีที่ผ่านมายังเกิดวิกฤตการณ์ราคาแอลเอ็นจีโลก มีความผันผวนและปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาแอลเอ็นจีจากปกติ 8-10 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู เพิ่มสูงขึ้นถึง 50-80 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เป็นเหตุผลหลักทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น  

นายกุลิศ กล่าวอีกว่า สำหรับค่าไฟฟ้าในงวดที่ 2 (พ.ค.-ส.ค.66) อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คาดว่าจะลดลงจาก 4.77 บาทต่อหน่วยเหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย ตามที่ นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ให้สัมภาษณ์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)เสนอรับชำระค่าไฟฟ้าที่ค้างชำระเพิ่มจาก 5 งวดไฟฟ้า หรือ ประมาณ 20 เดือน เป็น 6 งวดไฟฟ้า หรือ ประมาณ 24 เดือนหรือสองปี 

ซึ่งการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเป็นอำนาจของ กกพ. กระทรวงพลังงานไม่อาจก้าวล่วง ในการที่จะบอกว่าอัตราค่าไฟฟ้างวดที่สองนี้จะลดลงมาเหลือ 4.70 บาทหรือไม่ แต่กฟผ.ได้มีการเสนอไปให้กกพ.พิจารณาแล้ว