

KEY
POINTS
การประชุม COP31 หรือการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 31 (Conference of the Parties: COP31) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 พฤศจิกายน 2569 ณ เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี โดยเป็นเวทีพหุภาคีระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้งการเจรจาเป้าหมาย การยกระดับพันธกรณี และการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ
COP เป็นองค์กรสูงสุดที่มีอำนาจตัดสินใจภายใต้กรอบอนุสัญญา UNFCCC ซึ่งได้รับการรับรองในปี 2535 โดยรัฐที่เป็นภาคีของอนุสัญญาฯ จะเข้าร่วมประชุมเป็นประจำทุกปี เพื่อทบทวนการดำเนินงานตามอนุสัญญาและตราสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประเมินความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงกำหนดมติที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและประสานสอดคล้องกัน
COP ไม่ได้เป็นเพียงเวทีเจรจาต่อรองเท่านั้น แต่เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวบรวมรัฐบาล ภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อเปลี่ยนพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากการตัดสินใจแล้ว COP ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาด้านการเงิน การนำเทคโนโลยีมาใช้ ความยืดหยุ่น และการดำเนินการที่ประสานงานกันในวงกว้าง
สำหรับการประชุม COP31 จะมุ่งเน้นการต่อยอดผลการประชุมครั้งก่อน โดยเฉพาะ COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินการตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions: NDCs) ภายใต้ความตกลงปารีส ซึ่งได้รับการยกระดับให้เข้มข้นขึ้น
2. เงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศ ผลักดันการจัดสรรเงินทุนให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา ตามเป้าหมายเชิงปริมาณด้านเงินทุนร่วมฉบับใหม่ที่กำหนดขึ้นในการประชุม COP29
3. การปรับตัวและการสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างความสามารถในการรับมือของประเทศและชุมชนที่มีความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ หนึ่งในหน้าที่สำคัญของ COP คือการทบทวนรายงานการสื่อสารแห่งชาติ (National Communications) และบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศภาคีจัดส่ง เพื่อนำมาประเมินผลของมาตรการที่แต่ละประเทศดำเนินการ ความคืบหน้าในการบรรลุวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาฯ ตลอดจนความจำเป็นในการยกระดับความมุ่งมั่นและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ
กระบวนการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา การประชุม COP ยังนำไปสู่ข้อตกลงสำคัญระดับโลก ทั้งพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) และความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งมีบทบาทในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ
สำหรับตุรกี การเป็นเจ้าภาพ COP31 สะท้อนบทบาทจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง รวมถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและเศรษฐกิจหมุนเวียน
ทั้งนี้ นายมูรัต คูรุม (Murat Kurum) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งประธาน COP31 ตามหนังสือเวียนของประธานาธิบดีตุรกี