

KEY
POINTS
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์นโยบายพลังงานสะอาดของประเทศ โดยเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยนํ้าร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังนํ้า (Hydro-floating Solar Hybrid) ใน 3 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งในระยะที่ 1 มีกำลังการผลิตตามสัญญารวมทั้งสิ้น 348 เมกะวัตต์
การขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2568-2572) ของ กฟผ. เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ตามเป้าหมายของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ที่กำหนดเป้าหมายรวมการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลอยนํ้าของ กฟผ. ไว้ถึง 2,725 เมกะวัตต์
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยนํ้าใน 3 เขื่อนหลักที่ได้นำ เสนอ ครม. ประกอบด้วย โครงการที่เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี มีแผนการดำเนินงานรวม 4 ระยะ กำลังผลิตรวม 770 เมกะวัตต์ โดยระยะที่ 1 มีขนาด 140 เมกะวัตต์ ระยะที่ 2 กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ ระยะที่ 3 กำลังผลิต 280 เมกะวัตต์ และระยะที่ 4: กำลังผลิต 300 เมกะวัตต์
ถัดมา โครงการที่เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีแผนดำเนินงาน 2 ระยะ กำลังผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ โดยระยะที่ 1 มีกำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ และระยะที่ 2 อีก 40 เมกะวัตต์ และโครงการที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ซึ่งมีแผนดำเนินงานรวม 3 ระยะ กำลังผลิตรวม 778 เมกะวัตต์ โดยในระยะที่ 1 มีขนาดกำลังผลิต 158 เมกะวัตต์ ระยะที่ 2 มีกำลังผลิต 300 เมกะวัตต์ และระยะที่ 3: มีกำลังผลิต 320 เมกะวัตต์ โดยโครงการโซลาร์ทุ่นลอยนํ้าทั้ง 3 เขื่อนในระยะแรก 348 เมกะวัตต์ เมื่อดำเนินการได้ตามแผน จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 0.8 ล้านตันต่อปี
ทั้งนี้ จากขั้นตอนการรอการอนุมัติจาก ครม. ที่ผ่านมา ส่งผลให้กำหนดการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโซลาร์ทุ่นลอยนํ้าในระยะแรกของทั้ง 3 เขื่อน จากเดิมที่เคยวางไว้ระหว่างปี 2569-2572 ต้องมีการขยับออกไป ตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ที่จะกำหนดวันจ่ายไฟที่ชัดเจนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ กฟผ.เตรียมจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียนำร่องระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ซักถามข้อสงสัยและให้ข้อเสนอแนะต่อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยนํ้าร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังนํ้าเขื่อนภูมิพล ชุดที่ 1 ขนาดกำลังผลิต 158 เมกะวัตต์ เพื่อประกอบในการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมการรองรับการก่อสร้างทันทีหากได้รับอนุมัติจาก ครม.
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยนํ้าร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังนํ้าเขื่อนภูมิพล ชุดที่ 1 นั้น กฟผ. ได้กำหนดงบประมาณไว้ที่ประมาณ 4,091.66 ล้านบาท โดยโครงการมีสถานที่ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกของสันเขื่อนภูมิพล ในเขตท้องที่ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ครอบคลุมพื้นที่ในอ่างเก็บนํ้าประมาณ 2,060.15 ไร่ และพื้นที่บนบกสำหรับอาคารสวิตช์เกียร์อีกประมาณ 0.20 ไร่ โครงการนี้มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 158 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดถึง 205.4 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 310.25 ล้านหน่วยต่อปี
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด Mono Crystalline Silicon แบบ Double
Glass จำนวนประมาณ 281,369 แผง ติดตั้งบนทุ่นลอยนํ้าชนิด HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมประเภทเดียวกับท่อส่งนํ้าประปา ระบบจะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสตรงแล้วผ่านเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) จำนวน 378 ชุด เพื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ ก่อนจะส่งผ่านสายไฟฟ้าใต้นํ้าระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงเขื่อนภูมิพล 2 และส่งเข้าระบบสายส่งของ กฟผ. ต่อไป
จุดเด่นของนวัตกรรมโซลาร์เซลล์ลอยนํ้าไฮบริดของ กฟผ. คือความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานแบบผสมผสาน โดยในช่วงที่มีแสงแดดเพียงพอจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าและกักเก็บนํ้าไว้ในเขื่อน แต่หากในช่วงที่แสงแดดน้อยหรือมีเมฆบัง ระบบจะทำงานร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังนํ้า และในช่วงกลางคืนจะใช้พลังงานจากนํ้าผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก
นอกจากนี้ การติดตั้งบนผิวนํ้ายังช่วยให้แผงโซลาร์เซลล์มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ดีขึ้นเนื่องจากได้รับการระบายความร้อนโดยธรรมชาติจากนํ้า ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างจากการใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมของเขื่อน เช่น ระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่มีอยู่แล้ว อีกทั้งการออกแบบการติดตั้งยังคำนึงถึงระบบนิเวศ โดยวางแผงทำมุมลาดเอียง 5-15 องศา และมีช่องว่างระหว่างแผงเพื่อให้แสงแดดและออกซิเจนสามารถส่องและผ่านลงสู่ใต้นํ้าได้ตามปกติ
จากการศึกษาโครงการนำร่องที่เขื่อนสิรินธร กำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 45 เมกะวัตต์ และเขื่อนอุบลรัตน์ กำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 24 เมกะวัตต์ ที่ผ่านมา พบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายสามารถสร้างเสถียรภาพและลดความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียนได้เป็นอย่างดี ด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าการติดตั้งทุ่นลอยนํ้าในอ่างเก็บนํ้า ของโครงการฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาทางนํ้าและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ
หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,219 วันที่ 19 - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง