thansettakij
thansettakij
อคส.เดินหน้าแผน ESG 40 โครงการ ยกระดับองค์กรโปร่งใส วางรากฐานยั่งยืน

อคส.เดินหน้าแผน ESG 40 โครงการ ยกระดับองค์กรโปร่งใส วางรากฐานยั่งยืน

08 มี.ค. 69 | 08:22 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 69 | 08:26 น.

องค์การคลังสินค้า (อคส.) เดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับองค์กรตามกรอบ ESG วางแผนขับเคลื่อน 40 โครงการ ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มุ่งเพิ่มความโปร่งใส พัฒนาคลังสินค้าและบริหารสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน รองรับความท้าทายเศรษฐกิจยุคใหม่

KEY

POINTS

  • องค์การคลังสินค้า (อคส.) เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ตามหลัก ESG รวม 40 โครงการ เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนและโปร่งใส
  • แผนงานแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม (4 โครงการ) ด้านสังคม (10 โครงการ) และด้านการกำกับดูแลกิจการ (26 โครงการ)
  • มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

นายธิรินทร์ ณ ถลาง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าองค์การคลังสินค้า มุ่งยกระดับประสิทธิภาพองค์กรผ่านมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) เพื่อปรับกระบวนทัศน์การปฏิบัติงานให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสอดรับกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตามนโยบายและแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนขององค์การคลังสินค้า ที่มุ่งเน้นการดำเนินกิจการตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ด้านการพัฒนาคลังสินค้า และการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตามแนวทางการพัฒนาอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CG&CSR)  ถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางรากฐานการทำงานระยะยาวขององค์กร

ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาองค์กรเข้าสู่มาตรฐาน ESG เกิดผลสำเร็จในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง องค์การคลังสินค้าได้กำหนดแนวปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ไว้ 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1.ด้านการบูรณาการกับยุทธศาสตร์ มุ่งเน้นการดำเนินกิจการที่สร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดทำแผนงานโครงการที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2.ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ การให้บริการคลังสินค้าและการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

3.ด้านการบริหารจัดการองค์กร ดำเนินธุรกิจโดยเน้นกระบวนการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.ด้านการแสดงความโปร่งใสและการรายงานเพื่อความยั่งยืน จัดทำรายงานความยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานสากล เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้

อคส.เดินหน้าแผน ESG 40 โครงการ ยกระดับองค์กรโปร่งใส วางรากฐานยั่งยืน

ความสำเร็จในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เหล่านี้ เกิดจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดของคณะทำงานทุกระดับ โดยมี นายไชยวัฒน์ ฟักสอาด ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG ให้เป็นไปตามกรอบนโยบายที่ได้รับมอบหมาย พร้อมด้วยการสนับสนุนจากหน่วยปฏิบัติงาน โดย น.ส.สลิล บัตรพรรธนะ รักษาการหัวหน้าส่วนงานเลขานุการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและประสานงานแผนงานต่างๆ ให้เกิดการลงมือปฏิบัติได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ในการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว องค์การคลังสินค้าได้แปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติงานผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้าน ESG รวมทั้งสิ้น 40 โครงการ (แบ่งเป็น Environment 4 โครงการ, Social 10 โครงการ และ Governance 26 โครงการ) อาทิ มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment - E) เช่น โครงการบริหารสินทรัพย์และบริหารจัดการคลังสินค้าเพื่อความยั่งยืน โครงการปรับพื้นที่จัดเก็บเอกสารโครงการรัฐ และจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

อคส.เดินหน้าแผน ESG 40 โครงการ ยกระดับองค์กรโปร่งใส วางรากฐานยั่งยืน

มิติด้านสังคม (Social - S) เช่น โครงการจำหน่ายข้าวสารให้หน่วยงานภาครัฐ โครงการบริหารจัดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โครงการ Food Security โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 (โครงการบริหารจัดการข้าวภายประเทศ)

มิติด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance - G) เช่นโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านคดีอาญา ปีงบประมาณ2569 โครงการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในโครงการจัดทำ/ทบทวนและปรับปรุงระเบียบ และข้อบังคับการทำงาน โครงการยกระดับการกำกับดูแลกิจการและความโปร่งใส

“การวางรากฐานด้าน ESG ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานขององค์การคลังสินค้า ให้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นโดยมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างภายในเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต ซึ่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารและพนักงานทุกระดับที่ตั้งใจจะพัฒนา อคส. ให้เป็นองค์กรที่มีระบบการบริหารจัดการพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมสืบไป” นายธิรินทร์ กล่าว