thansettakij
thansettakij
มูลค่าขุมกำลังทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026

บอลโลก 2026 ช่องว่างทีมใหญ่-ทีมเล็กห่าง 76 เท่า ฝรั่งเศสมูลค่า 1.76 พันล้านดอลลาร์

15 มิ.ย. 69 | 08:04 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 69 | 08:34 น.

Transfermarkt.de เปิดมูลค่าขุมกำลังทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026 ยุโรปครองหัวตาราง ฝรั่งเศสนำโด่ง 1.763 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทีมท้ายตารางมูลค่าไม่ถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

KEY

POINTS

  • ฟุตบอลโลก 2026 เผยให้เห็นช่องว่างมูลค่าทีมชาติอย่างมหาศาล โดยทีมที่มีมูลค่าสูงสุด (ฝรั่งเศส 1.76 พันล้านดอลลาร์) และต่ำสุด (จอร์แดน/กาตาร์ 23 ล้านดอลลาร์) แตกต่างกันถึง 76 เท่า
  • 5 อันดับแรกของทีมที่มีมูลค่าสูงสุดล้วนเป็นทีมจากทวีปยุโรป สะท้อนถึงอิทธิพลของลีกชั้นนำและระบบการพัฒนานักเตะที่แข็งแกร่ง
  • ความแตกต่างของมูลค่าทีมสะท้อนถึงขนาดเศรษฐกิจฟุตบอล ระบบลีก และการพัฒนาเยาวชนของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นต้นทุนและความได้เปรียบที่แตกต่างกันก่อนเริ่มการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เปิดพื้นที่ให้ทีมชาติเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่เมื่อมองผ่านมูลค่าขุมกำลังของแต่ละทีม ตัวเลขจาก Transfermarkt.de กลับชี้ให้เห็นว่า “ต้นทุนก่อนลงสนาม” ของทีมใหญ่กับทีมเล็กยังห่างกันหลายสิบเท่า

ข้อมูล ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2026 ระบุว่า ทีมชาติฝรั่งเศสมีมูลค่าขุมกำลังสูงสุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ 1.763 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.73 หมื่นล้านบาท ขณะที่ทีมท้ายตารางอย่างจอร์แดนและกาตาร์มีมูลค่าทีมเพียง 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 747.5 ล้านบาท

ช่องว่างดังกล่าวทำให้ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของแท็กติกหรือฟอร์มการเล่นในสนามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนขนาดเศรษฐกิจฟุตบอล ระบบลีกอาชีพ การพัฒนาเยาวชน และตลาดนักเตะของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ยุโรปยึดหัวตาราง 5 อันดับแรก มูลค่าทีมทะลุพันล้านดอลลาร์

ทีมที่มีมูลค่าขุมกำลังสูงสุด 5 อันดับแรก ล้วนเป็นทีมจากยุโรป นำโดย

  • ฝรั่งเศส 1.763 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.73 หมื่นล้านบาท
  • อังกฤษ 1.578 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.13 หมื่นล้านบาท
  • สเปน 1.415 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.60 หมื่นล้านบาท
  • โปรตุเกส 1.172 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.81 หมื่นล้านบาท
  • เยอรมนี 1.099 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.57 หมื่นล้านบาท

มูลค่าขุมกำลังทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026

ตัวเลขนี้ตอกย้ำอิทธิพลของฟุตบอลยุโรปในตลาดนักเตะโลก ทั้งในแง่ลีกชั้นนำ สโมสรขนาดใหญ่ รายได้เชิงพาณิชย์ และระบบปั้นนักเตะที่ส่งผู้เล่นเข้าสู่ลีกระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

ฝรั่งเศสถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะนอกจากผลงานทีมชาติที่ยืนระยะในเวทีโลกแล้ว ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตนักเตะมูลค่าสูงป้อนสโมสรใหญ่ในยุโรปจำนวนมาก ทำให้มูลค่ารวมของทีมพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของทัวร์นาเมนต์

ทีมท้ายตารางยังไม่ถึง 40 ล้านดอลลาร์ เอเชียติดกลุ่มมูลค่าต่ำหลายชาติ

อีกด้านหนึ่ง ทีมที่มีมูลค่าขุมกำลังต่ำสุด ได้แก่

  • อิหร่าน 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,202.5 ล้านบาท
  • กือราเซา 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 975 ล้านบาท
  • อิรัก 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 780 ล้านบาท
  • จอร์แดน 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 747.5 ล้านบาท
  • กาตาร์ 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 747.5 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยมูลค่าทีมในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งอยู่ที่ 416 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท จะเห็นว่า ทีมกลุ่มท้ายตารางมีมูลค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่า ขณะที่ฝรั่งเศสมีมูลค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 4 เท่า

อย่างไรก็ตาม มูลค่าทีมไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายของผลการแข่งขัน ฟุตบอลโลกยังมีพื้นที่ให้ทีมรองสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ ทั้งจากแท็กติก วินัยเกมรับ ความฟิตของนักเตะ และจังหวะสำคัญในเกม แต่ตัวเลขเหล่านี้ช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมบางทีมจึงเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความได้เปรียบมากกว่าอีกหลายทีม

สนามเท่ากัน กติกาเดียวกัน แต่ทุนฟุตบอลไม่ได้เท่ากัน

มูลค่าตลาดตาม Transfermarkt.de เป็นการประเมินมูลค่าผู้เล่นในเชิงตลาดฟุตบอล ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริงโดยตรง แต่เป็นข้อมูลที่ถูกใช้อ้างอิงอย่างแพร่หลายในวงการฟุตบอล เพื่อเปรียบเทียบมูลค่านักเตะ สโมสร และทีมชาติ

ในมุมนี้ ฟุตบอลโลก 2026 จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันของ 48 ทีมชาติ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนเศรษฐกิจฟุตบอลโลกที่มีช่องว่างสูง ทีมจากประเทศที่มีลีกแข็งแรง ระบบเยาวชนครบวงจร และตลาดนักเตะขนาดใหญ่ ยังคงมีความได้เปรียบเหนือทีมจากประเทศที่โครงสร้างฟุตบอลอาชีพยังเล็กกว่า

การขยายจำนวนทีมเข้าร่วมฟุตบอลโลกช่วยเปิดโอกาสให้หลายชาติได้สัมผัสเวทีใหญ่ แต่ข้อมูลมูลค่าขุมกำลังจาก Transfermarkt.de บอกอีกด้านว่า โอกาสในการเข้าร่วมอาจกว้างขึ้นจริง ขณะที่ช่องว่างด้านทุนฟุตบอลยังไม่ได้แคบลงตามไปด้วย

นี่คือโจทย์ใหญ่ของฟุตบอลโลกยุคใหม่ สนามแข่งขันมีขนาดเท่ากัน ใช้กติกาเดียวกัน แต่ต้นทุนก่อนเสียงนกหวีดแรกของแต่ละชาติยังต่างกันมาก และเป็นเหตุผลที่ทำให้คำว่า “ทีมใหญ่” กับ “ทีมเล็ก” ในฟุตบอลโลก ไม่ได้วัดจากชื่อเสียงหรืออันดับโลกเท่านั้น แต่วัดจากมูลค่าทางเศรษฐกิจของทั้งระบบฟุตบอลด้วย