thansettakij
thansettakij
เปิดเบื้องหลัง FIFA ยอมลดราคา JAS คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ปิดดีลวันสุดท้าย

เปิดเบื้องหลัง FIFA ยอมลดราคา JAS คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ปิดดีลวันสุดท้าย

12 มิ.ย. 69 | 05:30 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 06:04 น.

JAS เผยเบื้องหลังการเจรจาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระบุ FIFA ยอมปรับราคาช่วงท้าย พร้อมความร่วมมือแบบ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อให้คนไทยได้ชมฟุตบอลโลกอย่างถูกลิขสิทธิ์

KEY

POINTS

  • JAS ปิดดีลประวัติศาสตร์คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังเจรจาต่อรองกับ FIFA จนได้ราคาที่ต่ำกว่าข้อเสนอเริ่มต้น
  • ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ FIFA ยอมลดราคาในโค้งสุดท้าย เป็นเพราะไม่ต้องการให้ประเทศไทยเผชิญภาวะ "จอดำ" หรือไม่สามารถรับชมการแข่งขันได้อย่างถูกลิขสิทธิ์
  • เบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากการผนึกกำลังของ "ทีมไทยแลนด์" ซึ่งประกอบด้วย JAS, ภาครัฐ และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ร่วมมือกันเจรจาโดยไม่เสนอราคาแข่งขันกันเอง

บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้วงการสื่อและแฟนบอลไทย หลังคว้า ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น

ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเบื้องหลังดีลประวัติศาสตร์มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือประมาณ 2.27 พันล้านบาท ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการต่อรองราคา แต่ยังมีความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อให้คนไทยได้ชมฟุตบอลโลกอย่างถูกลิขสิทธิ์ ไม่เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่หน้าจอดำ ไม่ได้รับชมบอลโลก

ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า การพูดคุยกับ FIFA เริ่มต้นมานานกว่า 1 ปี  ราคาที่ FIFA เสนอให้เรามาปีหนึ่งแล้ว อยู่ที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1.3 พันล้านบาท สำหรับฟุตบอลโลกครั้งเดียว  

ผู้บริหาร JAS กล่าวว่าช่วงแรกมีการเสนอราคากันหลายรอบ ก่อนจะหาจุดสมดุลร่วมกันได้ในที่สุด ยอมรับว่า ช่วงที่ยากที่สุดของการเจรจาคือช่วงปิดดีล เนื่องจากเป็นการต่อรองด้านราคาโดยตรง ขณะที่ราคาสุดท้ายที่ตกลงกันได้ต่ำกว่าข้อเสนอเริ่มต้นของ FIFA หลังมีการเจรจาปรับเงื่อนไขกันอย่างต่อเนื่อง

‘ทีมไทยแลนด์” ผนึกกำลังเดินเกมเจรจา

 

เปิดเบื้องหลัง FIFA ยอมลดราคา JAS คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ปิดดีลวันสุดท้าย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจาเดินหน้าได้ คือความร่วมมือระหว่าง JAS ภาครัฐ และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  ซึ่งเรามีการคุยกันว่าจะไม่มีการเสนอราคาแข่งกัน   อีกทั้งยังมีการแบ่งบทบาทการทำงานอย่างชัดเจน โดย JAS เป็นผู้เจรจากับผู้บริหารฝ่ายสิทธิประโยชน์เชิงพาณิชย์ของ FIFA ขณะที่ภาครัฐและสมาคมฟุตบอลใช้ช่องทางการประสานงานในระดับผู้บริหารขององค์กร

ดร.โสรัชย์ระบุว่า ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกอย่างถูกลิขสิทธิ์ และไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการเจรจา

ในส่วนของบทบาท “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ช่วยประสานงานและพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของ FIFA เป็นระยะ ขณะที่ทีม JAS ทำหน้าที่เจรจากับฝ่าย Commercial Rights ของ FIFA โดยตรง

FIFA ยอมลดราคา หวั่นไทยเผชิญภาวะจอดำ

 

เปิดเบื้องหลัง FIFA ยอมลดราคา JAS คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ปิดดีลวันสุดท้าย

 

ผู้บริหาร JAS เปิดเผยว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจาบรรลุข้อตกลงในช่วงโค้งสุดท้าย เป็นเพราะ FIFA ไม่ต้องการให้ประเทศไทยตกอยู่ในสถานการณ์ “จอดำ” หรือไม่สามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อย่างถูกลิขสิทธิ์

การยอมปรับเงื่อนไขบางส่วนในช่วงท้ายของ FIFA ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถหาจุดร่วมกันได้ และนำไปสู่การปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์ของตลาดสื่อไทย

มองไกลกว่ากำไรระยะสั้น สู่ยุทธศาสตร์ OTT

แม้ JAS จะยอมรับว่า หากมองเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 ในเชิงผลตอบแทนทางการเงินระยะสั้น อาจไม่ใช่โครงการที่สร้างกำไรโดยตรง แต่บริษัทมองการลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์ม Monomax

หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้ลงทุนในลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกหลายรายการ ทั้งพรีเมียร์ลีก ยูโร วอลเลย์บอลโลก และรายการสำคัญอื่น ๆ JAS ต้องการใช้คอนเทนต์กีฬาระดับโลกเป็นเครื่องมือสร้างฐานสมาชิกและขยายธุรกิจ OTT ในระยะยาว 

คาดหวังว่าการลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรตอบแทนการลงทุน ในปี 2030 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลก 2030 จะเป็นวาระครบรอบ 100 ปีของศึกฟุตบอลโลก (นับตั้งแต่จัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย) โดยมีความพิเศษคือเป็นครั้งแรกที่จัดการแข่งขันข้ามทวีป ร่วมเป็นเจ้าภาพหลักโดย 3 ชาติจากทวีปยุโรปและแอฟริกา รวมถึงแมตช์เฉลิมฉลองในทวีปอเมริกาใต้

สำหรับ JAS ฟุตบอลโลกจึงไม่ใช่เพียงคอนเทนต์กีฬาเรือธง แต่เป็นหมากสำคัญในการผลักดัน Monomax ให้เติบโตในประเทศไทย และต่อยอดสู่ตลาดระดับภูมิภาคในอนาคต