thansettakij
thansettakij
25 ปี SIAMJNK เปลี่ยนธุรกิจครอบครัว Warehouse สร้างพื้นที่เติบโต ดันธุรกิจไทยสู่ Global Brand

25 ปี SIAMJNK เปลี่ยนธุรกิจครอบครัว Warehouse สร้างพื้นที่เติบโต ดันธุรกิจไทยสู่ Global Brand

27 ต.ค. 69 | 07:10 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ต.ค. 69 | 07:32 น.

ธิติ คัณธามานนท์ ถอดวิธีคิดบริหารธุรกิจครอบครัว เปลี่ยน Warehouse จากพื้นที่จัดเก็บ สู่พื้นที่เติบโตของธุรกิจ พร้อมส่งต่อ Core Value หนุนแบรนด์ไทยก้าวสู่ระดับโลก

ธิติ คัณธามานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมาที่ SIAMJNK ได้เดินหน้าธุรกิจ Warehouse ให้เช่าในทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ ฐานเศรษฐกิจพาถอดแนวคิดสำคัญของ SIAMJNK เมื่อ “พื้นที่” ไม่ควรทำหน้าที่เพียงเป็นที่จัดเก็บสินค้า แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเมือง และเติบโตไปยังระดับสากล

ธิติ คัณธามานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และประธานบริหาร กลุ่มบริษัท สยาม เจ เอ็น เค จำกัด หรือ SIAMJNK Group ได้เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจไม่ได้มาจากคำถามว่าจะสร้าง Warehouse อย่างไร แต่เป็นการตั้งโจทย์ว่า ที่ดินซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของครอบครัว จะสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าในระยะยาวได้อย่างไร

แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของทำเลเมือง โดย SIAMJNK มีพื้นที่สำคัญ เช่น โครงการถนนจันทน์ บนพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ในย่านสาทร และโครงการราษฎร์บูรณะ บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสามารถมองเห็นสะพานพระราม 9 สะพานทศมราชัน และสะพานภูมิพล

ธิติระบุว่า ที่ดินเหล่านี้มีข้อเสนอให้นำไปพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม หรือโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ แต่ครอบครัวเลือกที่จะไม่เร่งเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินก้อน เพราะมองว่าทำเลและตำแหน่งทางยุทธศาสตร์เป็นทรัพยากรที่สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก

25 ปี SIAMJNK เปลี่ยนธุรกิจครอบครัว Warehouse สร้างพื้นที่เติบโต ดันธุรกิจไทยสู่ Global Brand

จาก Warehouse สู่โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจเมือง

เมื่อโจทย์ไม่ใช่การขายที่ดิน คำถามต่อมาคือจะทำอย่างไรให้ทรัพยากรเหล่านี้สามารถสร้างคุณค่าได้ต่อเนื่อง แนวคิดของธิติจึงเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของครอบครัวที่มีพื้นฐานทั้งภาคอุตสาหกรรม การเงิน การบริหารพื้นที่ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และสินค้าเกษตร

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นภาพของโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับการศึกษาระดับปริญญาโท ทำให้มองว่าโลจิสติกส์ไม่ได้หมายถึงเพียงการขนส่ง แต่เป็นระบบที่ทำให้สินค้า เงิน เวลา และโอกาสทางธุรกิจเคลื่อนต่อไปได้

SIAMJNK จึงเริ่มตีความพื้นที่เดิมใหม่ จาก Warehouse แบบดั้งเดิมสู่ City Warehouse ที่ไม่ได้แข่งขันด้วยพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับทำเล มาตรฐานอาคาร ความปลอดภัย บริการ และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

ธิติมองว่า การเติบโตของ E-commerce และความคาดหวังของผู้บริโภคต่อการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วขึ้น ทำให้บทบาทของ Warehouse ในเมืองเปลี่ยนไป เพราะทำเลไม่ได้ถูกวัดจากราคาที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงระยะทาง เวลา ต้นทุนแฝง และความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภค

“หลายคนอาจมองว่า Warehouse เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง แต่สำหรับผม Warehouse กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจเมือง เพราะวันนี้ E-commerce ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รอสินค้าเป็นวันเหมือนเดิม แต่คาดหวังการส่งมอบในระดับชั่วโมง”

แม้ Warehouse ในเมืองจะมีต้นทุนที่ดินสูงกว่าพื้นที่รอบนอก แต่ในมุมของ SIAMJNK ทำเลดังกล่าวสามารถลดข้อจำกัดด้านระยะทาง เวลาในการขนส่ง และต้นทุนจากความล่าช้า ทำให้พื้นที่มีมูลค่าจากประสิทธิภาพที่ช่วยสร้างให้กับธุรกิจมากกว่าราคาต่อตารางเมตร

25 ปี SIAMJNK เปลี่ยนธุรกิจครอบครัว Warehouse สร้างพื้นที่เติบโต ดันธุรกิจไทยสู่ Global Brand

Customized Warehouse เจาะความต้องการแต่ละธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ทำเลที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะ SIAMJNK มองว่าพื้นที่ Warehouse จะสร้างคุณค่าได้จริงเมื่อออกแบบจากความเข้าใจธุรกิจของผู้ใช้งาน ตั้งแต่ขนาดกิจการ รูปแบบสินค้า ความถี่ในการขนส่ง ไปจนถึงมาตรฐานเฉพาะของแต่ละองค์กร

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา Customized Boutique Warehouse ซึ่งไม่ได้ใช้รูปแบบเดียวกับลูกค้าทุกกลุ่ม แต่ปรับพื้นที่และฟังก์ชันให้สอดคล้องกับช่วงการเติบโตของธุรกิจ ตั้งแต่ SME ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น ธุรกิจไทยที่กำลังขยายตัว ไปจนถึง Enterprise และบริษัทต่างชาติ

สำหรับ SME ที่เริ่มต้น Warehouse จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เช่า แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดระบบหลังบ้าน SIAMJNK จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบและการใช้พื้นที่ให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ เมื่อธุรกิจเติบโต ความต้องการก็เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ยืดหยุ่น ปรับฟังก์ชันและขยายการใช้งานได้ ขณะที่ลูกค้าและบริษัทต่างชาติจะให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาคาร ระบบความปลอดภัย การเข้าถึงพื้นที่ ภาพลักษณ์องค์กร และข้อกำหนดด้านกฎหมายมากขึ้น

“เทรนด์ของลูกค้าในอนาคตคือการมองหาพาร์ตเนอร์ที่ไม่ได้ให้แค่พื้นที่ แต่ต้องช่วยให้ธุรกิจทำงานได้ดีขึ้น เติบโตเป็นระบบมากขึ้น และลดความผิดพลาดจากการจัดการพื้นที่ที่ไม่เหมาะกับการใช้งานจริง”

SIAMJNK ก้าวข้ามคำว่าคลังสินค้า สู่พื้นที่ต่อยอดธุรกิจ

แนวคิดเรื่องพื้นที่ที่ต้องช่วยให้ธุรกิจเติบโตยังสะท้อนผ่าน Wonder Warehouse พื้นที่คลับเฮาส์ริมน้ำในโครงการราษฎร์บูรณะ ซึ่ง SIAMJNK พัฒนาพื้นที่ส่วนกลางสำหรับลูกค้า ทั้ง Co-working Space ห้องประชุม พื้นที่จัดสัมมนา พื้นที่รับรองคู่ค้า และพื้นที่จัดแสดงสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจภายในโครงการ

นอกจากพื้นที่ทางกายภาพ SIAMJNK ยังพยายามสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายให้ผู้ประกอบการผ่านโครงการ KFCnext: Knowledge for the Future of Communities โดยร่วมกับหลายภาคส่วนจัดอบรมด้าน Carbon Credit และ Carbon Footprint ให้กับ SME รวมถึงกิจกรรมด้าน Anti-Corruption ความรู้ด้านประกันสังคม และการซ้อมดับเพลิงให้ลูกค้าและชุมชน

ขณะเดียวกัน บริษัทระบุว่าอยู่ระหว่างเตรียมแผนพัฒนามาตรฐาน ISO 45001 ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงการเตรียมสถานีชาร์จ EV เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบขนส่ง

ธิติมองว่า การแข่งขันของธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้วัดจาก Feasibility หรือผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย มาตรฐาน และแนวโน้มธุรกิจโลก หรือผลตอบแทนทางการเงินอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าธุรกิจนั้นรองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย มาตรฐาน และกระแสโลกได้มากแค่ไหน”

จากประสบการณ์ธุรกิจครอบครัว สู่การเป็น พันธมิตร ของแบรนด์ไทย

วิธีคิดดังกล่าวมีรากที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ของธิติที่เติบโตมากับธุรกิจครอบครัวหลายประเภท ทั้งภาคอุตสาหกรรม การเงิน การบริหารพื้นที่ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และสินค้าเกษตร ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของธุรกิจและ Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เมื่อเข้ามาบริหาร SIAMJNK ประสบการณ์เหล่านี้จึงถูกนำมาตีความใหม่ว่า บริษัทไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงเจ้าของพื้นที่ แต่สามารถเข้าไปมีส่วนช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าได้ดีขึ้น

โดยเฉพาะ SME และแบรนด์ไทยที่กำลังขยับจากธุรกิจขนาดเล็กไปสู่การขยายตลาด ความต้องการของลูกค้าจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่พื้นที่จัดเก็บ แต่รวมถึงระบบหลังบ้าน มาตรฐานการดำเนินงาน และองค์ความรู้ที่ช่วยให้พร้อมรับกติกาทางธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้น

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการ KFCnext: Knowledge for the Future of Communities ซึ่ง SIAMJNK ร่วมกับหน่วยงานและสถาบันต่าง ๆ จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ SME ทั้งเรื่อง Carbon Footprint, Carbon Credit, Anti-Corruption, ประกันสังคม รวมถึงการซ้อมดับเพลิงให้ลูกค้าและชุมชน

จัดงานสัมมนา “Growing Green Together” ภายใต้แนวคิด “เราลดคาร์บอนได้ เพราะมีกันและกัน”

เพราะในมุมของธิติ การเติบโตของธุรกิจไม่ได้วัดเพียงรายได้หรือขนาดพื้นที่ แต่รวมถึงความสามารถของผู้ประกอบการในการปรับตัว และเมื่อธุรกิจมีความพร้อมมากขึ้น ก็มีโอกาสขยับจากตลาดท้องถิ่นสู่ตลาดระดับประเทศและต่างประเทศ

และเมื่อเมื่อเดินทางมาถึงปีที่ 25 ของ SIAMJNK บทบาทของธิติที่ต้องเตรียมองค์กรสำหรับการเดินทางในระยะถัดไป ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจครอบครัว นั่นคือการทำอย่างไรให้สิ่งที่สร้างมาตลอดหลายทศวรรษสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้เมื่อคนบริหารเปลี่ยนรุ่น

สำหรับธิติ สิ่งที่มีค่าที่สุดจึงไม่ใช่เพียงทรัพย์สินที่ส่งต่อกันได้ แต่เป็นหลักคิดที่ใช้ตัดสินใจว่า “อะไรควรรักษา และอะไรควรเปลี่ยนแปลง”

ตลอดการทำธุรกิจที่ผ่านมา SIAMJNK จึงไม่ได้เลือกเดินตามทุกกระแสของตลาด แต่พยายามกลับมาดูว่าทรัพยากรที่ตัวเองมีคืออะไร และจะพัฒนาให้เกิดคุณค่าใหม่ได้อย่างไร โจทย์ต่อไปในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคนและวัฒนธรรมองค์กรให้สามารถนำหลักคิดดังกล่าวไปใช้กับบริบทใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเหมือนเดิม สำหรับธุรกิจครอบครัวแล้ว การส่งต่อจึงไม่ใช่การส่งมอบของเดิม ให้คนรุ่นใหม่รักษาไว้ทั้งหมด แต่คือการส่งต่อกรอบคิดที่ทำให้คนรุ่นต่อไป

จากพื้นที่ Warehouse ที่เคยถูกมองเป็นเพียงพื้นที่หลังบ้านของธุรกิจ ตลอด 25 ปี SIAMJNK จึงพยายามขยับบทบาทของตัวเองให้เข้าไปอยู่ในอีกจุดหนึ่งของ Value Chain นั่นคือการเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ธุรกิจตั้งหลัก ขยายตัว และพร้อมก้าวไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น

และในภาพของธิติ ความสำเร็จของ SIAMJNK ในระยะยาวจึงไม่ได้วัดจากจำนวนพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึงวันที่ธุรกิจที่เคยเริ่มต้นจากพื้นที่ของบริษัท สามารถเติบโตเป็นแบรนด์ไทยที่แข่งขันได้ในระดับโลก ขณะที่แนวคิดซึ่งเป็นรากฐานของธุรกิจครอบครัวยังคงถูกส่งต่อและพัฒนาไปพร้อมกับองค์กรที่เติบตขึ้นในทุกวัน

25 ปี SIAMJNK เปลี่ยนธุรกิจครอบครัว Warehouse สร้างพื้นที่เติบโต ดันธุรกิจไทยสู่ Global Brand