
กลุ่ม ปตท.เปิดเวที ‘Spark Hack Season 2’ ชวนคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไอเดีย ESG สู่ความยั่งยืน ชิง 3.8 แสน
กลุ่ม ปตท. เปิดรับสมัคร Spark Hack Season #2 ชวนคนรุ่นใหม่อายุ 18–35 ปี รวมทีม 3–5 คน ระดมไอเดีย ESG แก้โจทย์ชุมชน 4 ภูมิภาค พร้อมชิงเงินรางวัลกว่า 380,000 บาท และโอกาสต่อยอดสู่การลงมือทำจริง
KEY
POINTS
- กลุ่ม ปตท. จัดโครงการ ‘Spark Hack Season 2’ เชิญชวนคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-35 ปี) ร่วมแข่งขันเสนอไอเดียและนวัตกรรมด้าน ESG เพื่อสร้างความยั่งยืนและแก้ปัญหาชุมชน
- ผู้เข้าแข่งขันต้องพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ปัญหาจาก 4 พื้นที่เป้าหมายใน 4 ภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแนวคิดให้สามารถนำไปลงมือทำได้จริง
- เปิดรับสมัครเป็นทีม 3-5 คน เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 380,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดผลงานสู่การใช้งานจริงร่วมกับกลุ่ม ปตท. และพันธมิตร
กลุ่ม ปตท. ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ONEP) และหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ผ่านโครงการ Spark Hack Season #2 ภายใต้กิจกรรม Sustainability Spark by PTT Group 2027 ภายใต้แนวคิด “Sparking the Possibility : ยั่งยืน ทำได้” เปลี่ยนความคิดให้เป็นความหมาย เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความยั่งยืน
โครงการมุ่งเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่ม Startup และประชาชนทั่วไป อายุ 18–35 ปี เข้ามาร่วมพัฒนาแนวคิดด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) ผ่านการแข่งขันพัฒนาแคมเปญ นวัตกรรม และโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหาของชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือผลักดันแนวคิดจาก “ไอเดีย” ไปสู่ “การลงมือทำจริง” หรือ Implementation
สำหรับ Spark Hack Season #2 ผู้สมัครจะได้เลือกโจทย์จากพื้นที่เป้าหมาย 4 ภูมิภาค ได้แก่ บ้านต้นผึ้ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ในภาคเหนือ, เกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ในภาคกลาง/ตะวันออก, วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ในภาคใต้ ก่อนนำเสนอแนวคิดที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
เปิดพื้นที่ “ปล่อยของ” พิสูจน์ยั่งยืนทำได้
แนวคิดหลักของโครงการคือ “SPARK POSSIBILITY” พื้นที่ปล่อยของของคนรุ่นใหม่ที่จะพิสูจน์ว่า “ยั่งยืน...ทำได้” ผ่าน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ “ปลุกของดี” (Identity) มุ่งต่อยอดวัตถุดิบ ภูมิปัญญา สินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น พร้อมสร้างรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, “ปกป้องชุมชน” (Security) ยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งธรรมชาติ ปัจจัยพื้นฐาน โอกาส และความเท่าเทียม และ “ปรับตัวฝ่าวิกฤต : ชุมชนยั่งยืน” (Resilient Community) ออกแบบแนวทางการใช้ชีวิตที่พึ่งพาตนเองได้ พร้อมสร้างพื้นที่ต้นแบบด้านการปรับตัว โดยคำนึงถึงพลังงานที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
โครงการยังมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Design Thinking, Innovation และ Sustainability Solution Development ตลอดจนสร้าง Ecosystem ความร่วมมือระหว่างกลุ่ม ปตท. หน่วยงานพันธมิตร ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดต้นแบบ Sustainability Solution ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่
รับสมัครทีม 3–5 คน ชิงรางวัลกว่า 3.8 แสน
คุณสมบัติผู้สมัครเปิดกว้างสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. ปริญญาตรี และปริญญาโท จากสถาบันการศึกษาภาครัฐและเอกชน รวมถึงกลุ่ม Startup และคนรุ่นใหม่ โดยสมาชิกทุกคนต้องมีอายุ 18–35 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร และพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยตลอดระยะเวลาโครงการ
ผู้สมัครต้องรวมทีม 3–5 คน และสมาชิก 1 คนสามารถเป็นสมาชิกได้เพียง 1 ทีม โดยทีมต้องมีความสามารถในการพัฒนาผลงาน Innovation ให้สอดคล้องกับพื้นที่และโจทย์ที่เลือก ผลงานต้องเป็นของทีมเอง ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น และควรมีการศึกษา ทดลอง หรือพิสูจน์ความเป็นไปได้ในระดับหนึ่ง หรือมี Proof of Concept (PoC) เช่น ต้นแบบ ผลการทดลอง หรือข้อมูลสนับสนุน
ผู้สมัครสามารถเลือก 1 พื้นที่ และ 1 Challenge จากโจทย์การแข่งขัน จากนั้นเตรียมแนวคิดและข้อมูลนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการนำไปใช้จริง ก่อนกรอกใบสมัครออนไลน์ โดยระบุข้อมูลทีม พื้นที่ Challenge ปัญหาหรือโอกาส Solution แนวทางนำไปใช้จริง และข้อมูลสมาชิกให้ครบถ้วน
สำหรับรางวัล โครงการเตรียมเงินรางวัลรวมกว่า 380,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ 1 ใน 4 ภาค มูลค่า 200,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท และรางวัล Popular Vote 30,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตรสำหรับ 20 ทีมสุดท้าย
คัด 20 ทีมเข้า Spark Lab ก่อนเฟ้น 10 ทีมสุดท้าย
โครงการตั้งเป้ารับสมัครมากกว่า 100–200 ทีม ก่อนคัดเลือกเข้าสู่รอบ Spark Lab จำนวน 20 ทีม และเฟ้นหา 10 ทีม Finalist เพื่อไปนำเสนอผลงานในกิจกรรม Sustainability Spark by PTT Group 2027
การคัดเลือกจากใบสมัครจะพิจารณาจาก Team Experience 20% หรือประสบการณ์และความรู้ด้าน ESG, SDGs และความยั่งยืน, PoC of Innovation 50% เน้นความพร้อมของนวัตกรรมและศักยภาพในการต่อยอดใช้จริง และ Community-First 30% ให้ความสำคัญกับการตีโจทย์และตอบสนองความต้องการของชุมชน รวมถึงความคุ้มค่าเชิงต้นทุน
ทีมที่ผ่านเข้าสู่ Spark Lab จะเข้าร่วมกิจกรรม Coaching และ Pitching ระหว่างวันที่ 21–22 พฤศจิกายน 2569 โดยประเมินจากศักยภาพของ Prototype 30% ความเข้าใจปัญหาชุมชนและหลักฐานสนับสนุน 40% และแนวทางทำงานร่วมกับชุมชนหรือ Stakeholders 30% ก่อนประกาศ 10 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย
ปิดรับสมัคร 24 ต.ค. ลุ้นต่อยอดไอเดียสู่พื้นที่จริง
สำหรับกำหนดการรับสมัคร เปิดตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน–24 ตุลาคม 2569 พร้อมจัดกิจกรรม Open House ที่กรุงเทพฯ วันที่ 12 กันยายน และ Roadshow ที่ขอนแก่น 18 กันยายน เชียงใหม่ 25 กันยายน และสงขลา 9 ตุลาคม เพื่อให้ผู้สนใจทำความเข้าใจโครงการและโจทย์พื้นที่มากขึ้น
จากนั้นจะประกาศรายชื่อ 20 ทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ก่อนเข้าสู่ Spark Lab วันที่ 21–22 พฤศจิกายน, Finalist Orientation – Mentoring Session วันที่ 16 ธันวาคม 2569 และ Final Pitching Day วันที่ 16 มกราคม 2570 ที่ Nextopia, Siam Paragon
สำหรับรอบ Final Pitching จะให้น้ำหนักกับ Workable Prototype 50% หรือความสามารถในการสาธิตการใช้งานจริงและความเป็นไปได้ทั้งด้านเทคนิคและธุรกิจ, Change Validation 20% ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน และ Execution Readiness 30% พิจารณาความพร้อมในการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรและชุมชน รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชนสามารถเดินหน้าต่อได้
ที่สำคัญ หลังจบโครงการ ทีมที่ได้รับรางวัลและแนวคิดที่มีศักยภาพจะได้รับโอกาสร่วมพัฒนาแนวทางและนำไปสู่การ Implementation ร่วมกับกลุ่ม ปตท. พันธมิตร และชุมชนเป้าหมายตามความเหมาะสม สะท้อนเป้าหมายของ Spark Hack Season #2 ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแข่งขัน แต่ต้องการเปลี่ยน “ไอเดีย” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” และสร้าง Impact ด้านความยั่งยืนในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม







