thansettakij
thansettakij
SC เปิดมาตรฐานอาคารใหม่ SC Green Mark ผนึก 100 พันธมิตรปั้น Green Ecosystem

SC เปิดมาตรฐานอาคารใหม่ SC Green Mark ผนึก 100 พันธมิตรปั้น Green Ecosystem

09 ต.ค. 69 | 09:50 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ต.ค. 69 | 09:52 น.

SC เปิดตัว SC Green Mark มาตรฐาน ESG สำหรับอาคารของบริษัท ครอบคลุมการออกแบบและก่อสร้าง 3 ด้าน ดีต่อคน ดีต่อโลก ดีด้วยนวัตกรรม ผนึกพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้าง Green Ecosystem เริ่มนำร่องบ้านเดี่ยวปี 69 ก่อนขยายสู่คอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงานในปี 70

KEY

POINTS

  • เอสซี แอสเสท เปิดตัว “SC Green Mark” มาตรฐานอาคาร ESG ที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อยกระดับการออกแบบและก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย
  • ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืน หรือ Green Ecosystem โดยพัฒนาร่วมกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)
  • เกณฑ์มาตรฐานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ ดีต่อคน (สุขภาพและความเป็นอยู่) ดีต่อโลก (ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม) และดีด้วยนวัตกรรม (เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย)
  • เริ่มนำร่องใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวในปีนี้ ก่อนจะขยายสู่โครงการทุกประเภทของบริษัท เช่น คอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน ภายในปี 2570

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดตัว “SC Green Mark” มาตรฐาน ESG สำหรับอาคารที่พัฒนาขึ้นเอง โดยมีเป้าหมายยกระดับกระบวนการออกแบบและก่อสร้างให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ พร้อมผนึกพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืน หรือ Green Ecosystem

บริษัทเริ่มนำมาตรฐานดังกล่าวมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวเปิดใหม่ในปี 2569 โดยมีโครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก เป็นโครงการแรกที่เริ่มใช้มาตรฐานตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ ก่อนขยายไปยังอาคารประเภทอื่นในเครือ ทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงานในปี 2570

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทกำหนดทิศทางความยั่งยืนในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดยมองว่าการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวต้องสร้างคุณค่าให้ทั้งคนและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของผู้คน

SC วางเป้าหมายด้าน ESG ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ระดับสากล เช่น การได้รับการประเมินจาก FTSE Russell การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกขั้นตอนธุรกิจรวม 100,000 ตันคาร์บอน ระหว่างปี 2568-2573 และการพัฒนามาตรฐาน ESG สำหรับอาคารของบริษัทเอง

พัฒนาเกณฑ์ 3 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่ออกแบบถึงก่อสร้าง

SC Green Mark แบ่งการประเมินเป็น 3 หมวด ได้แก่ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม โดยพิจารณาทั้งขั้นตอนการออกแบบและการก่อสร้าง เพื่อให้แนวคิดด้านความยั่งยืนถูกนำไปใช้จริงในตัวอาคาร

ด้าน “ดีต่อคน” ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่มีสารอินทรีย์ระเหยต่ำ หรือ Low VOC การจัดการแสงธรรมชาติและแสงสว่างภายในห้อง การใช้พื้น Soft Floor เพื่อลดแรงกระแทก สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ตลอดจนคุณภาพอากาศและระบบระบายอากาศภายในบ้าน

ด้าน “ดีต่อโลก” มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การก่อสร้างจนถึงการอยู่อาศัยจริง ผ่านการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเลือกใช้คอนกรีตและเหล็กที่ช่วยลด Carbon Footprint การติดตั้ง Solar Rooftop และการใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงานของอาคาร

ส่วน “ดีด้วยนวัตกรรม” เป็นการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการอยู่อาศัย เช่น RueJai Home Panel ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในอาคาร ทั้ง PM2.5 และ CO₂ รวมถึง RueJai App ฟีเจอร์ Home Health สำหรับตรวจสอบสุขภาพบ้านและแจ้งเตือนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

จับมือ TGBI อ้างอิงมาตรฐานสากล ปรับให้เข้ากับบริบทไทย

นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า SC ร่วมพัฒนา SC Green Mark กับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารเขียว โดยใช้เวลาเกือบ 2 ปีในการจัดทำเกณฑ์สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโดมิเนียม

เกณฑ์ดังกล่าวอ้างอิงแนวทางจากมาตรฐานสากล ได้แก่ LEED, WELL และ TREES พร้อมปรับให้เหมาะสมกับประเภทอาคาร สภาพภูมิอากาศ และกลุ่มผู้ใช้อาคารในประเทศไทย เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้จริง

นอกจากการออกแบบ การเลือกวัสดุ และการก่อสร้างแล้ว บริษัทยังนำแนวคิด Customer Centric มาพิจารณาการอยู่อาศัยในระยะยาว โดยจัดทำคู่มือแนะนำการใช้งานและดูแลบ้าน เช่น การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน การบำรุงรักษาวัสดุและอุปกรณ์เพื่อยืดอายุการใช้งาน และการจัดการขยะในครัวเรือน

การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลังการส่งมอบบ้าน ไม่จำกัดเฉพาะการเลือกวัสดุหรือระบบต่าง ๆ ในช่วงก่อสร้างเท่านั้น

ขยายมาตรฐานสู่ทุกอาคารในปี 2570

ทั้งยังระบุว่า การพัฒนา SC Green Mark เป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้าง Green Ecosystem โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อยกระดับการพัฒนาอาคารให้มีแนวทางด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนมากขึ้น

บริษัทตั้งเป้าขยายมาตรฐานจากโครงการบ้านเดี่ยวไปยังคอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงานในปี 2570 ครอบคลุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ของบริษัท

การขยายผลดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้าน ESG ของ SC ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินธุรกิจรวม 100,000 ตันคาร์บอนในช่วงปี 2568-2573 โดยบริษัทวางแนวทางให้การออกแบบ การก่อสร้าง และการอยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความยั่งยืนในระยะยาว