thansettakij
thansettakij
20 ปี “ปัญญาภิวัฒน์” จากมหาวิทยาลัยเซเว่น สู่โมเดลการสร้างคนทำงานจริง

20 ปี “ปัญญาภิวัฒน์” จากมหาวิทยาลัยเซเว่น สู่โมเดลการสร้างคนทำงานจริง

17 ก.ย. 69 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ย. 69 | 09:09 น.

เส้นทาง 20 ปี “ปัญญาภิวัฒน์” จาก "มหาวิทยาลัยเด็กร้าน" สู่โมเดล Work-based Learning ถอดแนวคิด "ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์" เปลี่ยนระบบ "เรียนไป ทำงานไป" เป็นเครื่องมือสร้างโอกาส แก้ปัญหาบัณฑิตทำงานไม่เป็น และสร้างบุคลากรคุณภาพสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ก่อตั้งขึ้นจากประสบการณ์ของคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ เพื่อแก้ปัญหาบัณฑิตจบใหม่ขาดทักษะการทำงานจริง
  • ใช้โมเดลการเรียนรู้แบบ "เรียนไป ทำงานไป" (Work-based Learning) ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ทำงานจริงควบคู่ไปกับการศึกษาในห้องเรียน
  • ตลอด 20 ปี PIM ได้พิสูจน์ความสำเร็จในการสร้างบุคลากรคุณภาพ จากช่วงเริ่มต้นที่เผชิญคำวิจารณ์จนได้รับการยอมรับจากสังคมและองค์กรต่างๆ
  • สถาบันฯ สร้างโอกาสทางการศึกษาและรายได้ให้เยาวชน ทำให้ผู้ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงการศึกษาและมีอาชีพที่มั่นคง

เส้นทางสองทศวรรษของ ‘สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์’ (PIM) พิสูจน์แนวคิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน ถอดประสบการณ์ตรงของ “ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น  ผู้ก่อตั้งเพื่อแก้ปัญหาบัณฑิตทำงานไม่เป็น สู่สถาบันการศึกษาที่สร้างโอกาสและรายได้ให้เยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

โมเดลของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าระบบ "เรียนไป ทำงานไป" สามารถเปลี่ยนอนาคตของผู้ขาดโอกาส ให้กลายเป็นบุคลากรคุณภาพที่องค์กรชั้นนำยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

ปฐมบทจากประสบการณ์ชีวิต: จุดเริ่มต้นแนวคิด "เรียนไป ทำงานไป"

การก่อตั้งสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ไม่ได้เริ่มต้นจากทฤษฎีการศึกษาในตำรา แต่มีรากฐานมาจากประสบการณ์ชีวิตจริงของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในวัยหนุ่มก่อนอายุครบ 20 ปี เขาต้องทำงานในเครือเจริญโภคภัณฑ์ควบคู่ไปกับการศึกษารอบค่ำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาพของเด็กหนุ่มที่ต้องวิ่งจากที่ทำงานไปให้ทันชั้นเรียนในเวลาหกโมงเย็น พร้อมความเหน็ดเหนื่อยจนแทบหลับคาโต๊ะ กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาเข้าใจสัจธรรมของโลกแห่งการทำงานจริง

จากประสบการณ์ตรงในครั้งนั้น ก่อศักดิ์ได้พบกับความจริงอันเจ็บปวดในโลกการทำงาน นั่นคือปัญหา "คนจบปริญญาตรีออกมาทำงานไม่เป็น" บัณฑิตจบใหม่จำนวนมากที่ใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัยถึงสี่ปี กลับไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อเข้าสู่องค์กร

แต่ละบริษัทต้องเสียเวลาและทรัพยากรอีกหลายเดือนในการฝึกฝนใหม่ทั้งหมด ข้อเท็จจริงนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า มหาวิทยาลัยควรเป็นเพียงสถานที่ที่นักศึกษาใช้เวลาไปวันๆ โดยไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพจริงหรือไม่

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) จากโมเดล "เรียนไป ทำงานไป จบไปแล้วได้งานทำ"

คำถามดังกล่าวกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในวัย 54-55 ปี เมื่อเขารับหน้าที่นำพา บมจ.ซีพี ออลล์ ก่อตั้งสถาบันการศึกษาของตนเอง เพื่อลบคำปรามาสและแก้โจทย์ความล้มเหลวของการศึกษารูปแบบเดิม

จาก "มหาวิทยาลัยเด็กร้าน" สู่โมเดล Work-based Learning

ในช่วงเริ่มต้นของการจัดตั้งสถาบัน PIM โครงการนี้ต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และอคติจากสังคมอย่างหนัก เสียงนินทาและสัญลักษณ์ประตรา เช่น "มหาวิทยาลัยเด็กร้าน" หรือ "มหาวิทยาลัยรากหญ้า" สะท้อนถึงมุมมองของสังคมในยุคนั้นที่ยังไม่เชื่อมั่นในระบบการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน อย่างไรก็ตาม ก่อศักดิ์เลือกที่จะมองข้ามคำปรามาสเหล่านั้น เนื่องจากความเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์จากการทำงานจริงระหว่างเรียนไม่ใช่ข้อด้อย แต่เป็นต้นทุนชีวิตที่ทรงคุณค่า

หัวใจสำคัญของ PIM คือโมเดลการเรียนรู้ที่เรียกว่า "เรียนไป ทำงานไป จบไปแล้วได้งานทำ" ซึ่งดูเหมือนเป็นหลักการที่เรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีความซับซ้อนและท้าทายอย่างยิ่ง ในปีแรกของการเปิดรับสมัคร สถาบันมีนักศึกษาเพียง 350 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 550 คนในปีที่สอง

รวมสองปีแรกมีนักศึกษาสมัครเรียนเพียง 900 คน แม้ว่าทางสถาบันจะมอบทุนการศึกษา 100% มีรายได้ระหว่างเรียน และมีระบบสนับสนุนรองรับก็ตาม เนื่องจากสังคมยังคงขาดความเชื่อมั่นในสถาบันการศึกษาเกิดใหม่

กุญแจสำคัญในการก้าวผ่านอุปสรรคนี้คือ "ความอดทนและเวลา" สถาบันจำเป็นต้องใช้บัณฑิตที่จบออกไปเป็นเครื่องพิสูจน์ตนเอง การสร้างบัณฑิตให้ออกไปทำงานจริงในสังคมต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ถึงสามรุ่น เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน และองค์กรต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนตลอดระยะเวลาหลายปี

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)

บทพิสูจน์ 20 ปี: การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและผลลัพธ์ทางสังคม

เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี จากวันเริ่มต้นที่มีนักศึกษาเพียงไม่กี่ร้อยคน PIM ได้เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง จนเคยรับนักศึกษาใหม่ได้สูงสุดเกือบ 7,000 คนต่อปี และปัจจุบันรักษาระดับการรับนักศึกษาอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 คนต่อปี ตัวเลขนับหมื่นคนของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาและเข้าสู่ตลาดแรงงาน คือเครื่องยืนยันความสำเร็จของโมเดลการศึกษารูปแบบนี้

การเติบโตดังกล่าวยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองของสังคมต่อคำว่า "โอกาสทางการศึกษา" การศึกษาไม่ควรถ่ายทอดเฉพาะในกลุ่มคนที่มีฐานะหรือชนชั้นสูง แต่ต้องเป็นเครื่องมือในการสร้างความเท่าเทียม โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกภูมิภาคสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองระหว่างศึกษา และมีอาชีพที่มั่นคงหลังสำเร็จการศึกษา

ในวัย 74 ปีของ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ การมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทาง 20 ปีของ PIM แสดงให้เห็นว่า สถาบันแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา สถานประกอบการ และพันธมิตรเครือข่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนระบบการศึกษาให้เชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริง

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์จึงก้าวจากการเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง มาสู่การเป็นองค์กรการศึกษาที่สร้างคนและสร้างอาชีพ พร้อมวางรากฐานสำหรับการยืนหยัดเป็นที่พึ่งของสังคมในอีก 20 ปีข้างหน้าต่อไป