thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ ชี้ Fresh Snacks จีนโต 2.5 แสนล้าน แนะผู้ประกอบการดันสินค้าสู่ Thai Brand

พาณิชย์ ชี้ Fresh Snacks จีนโต 2.5 แสนล้าน แนะผู้ประกอบการดันสินค้าสู่ Thai Brand

15 ก.ย. 69 | 07:24 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 07:24 น.

“พาณิชย์” ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 -250,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน “Thai Product” สู่ “Thai Brand” สร้างมูลค่า

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ชี้ตลาด "อาหารว่างสดใหม่" (Fresh Snacks) ในจีนกำลังเติบโตสูง คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 2.5 แสนล้านบาทในปี 2569 ตามพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เน้นสุขภาพและความสดใหม่
  • ตลาดดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน มะม่วง มะพร้าว และสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ
  • แนะผู้ประกอบการไทยยกระดับสินค้าด้วยนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อเปลี่ยนจาก "Thai Product" สู่ "Thai Brand" ที่มีมูลค่าสูงขึ้น

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง รายงานว่า ตลาด “อาหารว่างสดใหม่” (Fresh Snacks) กำลังเป็นหนึ่งในตลาดดาวรุ่งของอุตสาหกรรมอาหารจีน สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสดใหม่ คุณภาพ สุขภาพ และความสะดวกในการรับประทาน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและสินค้าอาหารไทย

 จากข้อมูลพบว่า ในปี 2568 ตลาด Fresh Snacks ของจีนมีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านหยวน เติบโตมากกว่าร้อยละ 40 และคาดว่าในปี 2569 ตลาดอาจขยายตัวแตะระดับ 40,000–50,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2.0–2.5 แสนล้านบาท) สะท้อนศักยภาพของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมครอบคลุมหลากหลายประเภท ทั้งผลไม้อบแห้งและฟรีซดราย ผลไม้สดพร้อมรับประทาน เบเกอรี่สด ถั่วและธัญพืช ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่ม และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ โดยรูปแบบธุรกิจ Fresh Snacks เป็นการผสมผสานระหว่างธุรกิจค้าปลีกกับอาหารพร้อมรับประทาน เน้นสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น ผลิตสด ใช้วัตถุดิบที่เรียบง่าย และตอบรับกระแส Clean Label และ Healthy Lifestyle

นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่เริ่มเข้ามาขยายธุรกิจในตลาดดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 7-Eleven ในมณฑลเจียงซู เปิดตัว “7 Fresh Snacks” ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ธัญพืช ผลไม้อบแห้ง ถั่ว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ สะท้อนให้เห็นว่า Fresh Snacks กำลังขยายตัวจากร้านค้าเฉพาะทางเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกที่หลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

 สำหรับช่องทางการตลาด ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซของจีน ควบคู่กับการเข้าสู่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต Modern Trade และร้าน Fresh Snacks เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าไปอยู่ใน Consumer Journey ของผู้บริโภคจีน และลดการพึ่งพาช่องทางจำหน่ายแบบเดิมเพียงอย่างเดียว

“ตลาด Fresh Snacks ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสของสินค้าไทย โดยเฉพาะทุเรียน มะม่วง มะพร้าว กล้วย ผลิตภัณฑ์จากผลไม้เมืองร้อน รวมถึงสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย สุขภาพ ความสะดวก และประสบการณ์ใหม่ในการบริโภค” นางสาวสุนันทากล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรยกระดับวัตถุดิบและสร้างเอกลักษณ์ของสินค้า ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการสร้างแบรนด์และเรื่องราวของสินค้าให้มีความโดดเด่นและแตกต่าง เพื่อยกระดับจากการส่งออกสินค้าเกษตรขั้นต้นไปสู่สินค้ามูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน

 โดยการยกระดับดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “NEXT LEVEL” ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพสินค้าและบริการไทยให้ก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น ด้วยการผสานคุณภาพ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยโอกาสของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็น “แหล่งวัตถุดิบคุณภาพ” แต่ต้องมุ่งเปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และประสบการณ์” ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้น

 ตลาด Fresh Snacks ของจีนจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ความสด สุขภาพ คุณภาพ และความสะดวก สามารถนำมาสร้างเป็นมูลค่าใหม่ทางธุรกิจได้ และเป็นจังหวะสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะยกระดับจาก Thai Product สู่ Thai Brand เพื่อสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และก้าวสู่การแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าและการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th, Facebook: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศDITP, LINE Official: @DITP หรือสายด่วน 1169