
BEM CARE 2026 กระแสคึกคัก ดัน MRT สวนจตุจักรสู่ ‘สถานีสุขภาพ’
กระแสตอบรับคึกคัก ‘BEM CARE 2026’ ยกระดับ MRT สวนจตุจักร สู่ ‘สถานีสุขภาพ’ ดันแนวคิดคัดกรองเชิงรุก ปักหมุดเช็กอินสุขภาพคนเมือง ผู้ร่วมงานทะลุ 8,000 คน
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของคนเมืองอย่างยั่งยืน ล่าสุดประสบความสำเร็จจากการจัดกิจกรรม “BEM CARE 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ณ พื้นที่ Metro Mall สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่สัญจรให้กลายเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 วัน มีประชาชนและผู้โดยสาร เข้าร่วมรับบริการด้านสุขภาพรวมกว่า 8,000 คน สะท้อนถึง เทรนด์ของสังคมยุคใหม่ที่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพป้องกันก่อนการเจ็บป่วย
กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดว่า สถานีรถไฟฟ้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากต้นทางสู่ปลายทางเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น “จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดี” ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดย BEM ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำให้บริการฟรีตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคสำคัญเบื้องต้นที่มักพบในคนเมือง อาทิ
การตรวจเช็กความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเพื่อรับมือกับภาวะความเสี่ยงของคนเมืองวัยทำงานด้วยนวัตกรรมรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ Mobile Stroke Unit Stroke One Stop (MSU-SOS) จากศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช บริการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ตลอดจนการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์จากโรงพยาบาลปิยะเวทและโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรง
จันทร์แรม ใคร่นุ่นสิงห์ เล่าว่า “ปกติเป็นคนที่ดูแลตัวเองและให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว แต่ด้วยภารกิจในชีวิตประจำวันที่ต้องทำงานหลายอย่าง การจะแบ่งเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กสุขภาพหรือฉีดวัคซีนมักจะเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานาน พอ BEM นำบริการมาจัดไว้ในพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ รู้สึกตอบโจทย์และสะดวกมาก
สามารถนั่งรถไฟฟ้า MRT มาถึงแล้วเข้ารับบริการได้ทันที ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งป่วยหนักจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จนต้องหยุดงานนอนซมอยู่หลายวัน
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เห็นชัดเจนเลยว่าการป้องกันล่วงหน้าสำคัญกว่าการมารักษาทีหลัง พอทราบว่ามีจุดฉีดวัคซีนที่เดินทางง่ายและมีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด จึงไม่ลังเลเลยที่จะมาใช้บริการ
นอกจากนี้ยังได้คุยกับหมอตามบูธต่างๆ ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่า แม้เราจะรู้สึกว่าร่างกายปกติแข็งแรงดี แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจมองข้ามไป การมางานนี้จึงช่วยให้สบายใจและตั้งใจจะกลับไปปรับพฤติกรรมดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น”
ด้าน ชัยอนันต์ ปันชู ผู้รับบริการฉีดวัคซีน กล่าวถึงความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่สาธารณะว่า “สิ่งที่ประทับใจมากคือระบบการบริหารจัดการที่รวดเร็ว รับบริการเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางไปทำธุระต่อได้เลยโดยไม่เสียเวลา
ไอเดียการนำบริการทางการแพทย์มาไว้ในพื้นที่ที่มีคนเดินทางผ่านจำนวนมากในแต่ละวัน ถือเป็นแนวคิดที่ดีและช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง ทำให้การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากที่ต้องตั้งใจวางแผนเป็นวันๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งไของไลฟ์สไตล์ที่ทำได้จริงทุกวัน
"ปกติผมจะหาเวลาไปฉีดวัคซีนทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ยุ่งมากจึงยังไม่ได้ไป พอเห็นข่าว BEM CARE 2026 เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าและจัดในพื้นที่ MRT สวนจตุจักร ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเดินทางผ่านอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงทะเบียนมารับบริการทันที"
ขณะที่ ทิมา เนื่องอุดม หนึ่งในผู้เข้ารับบริการตรวจเช็กความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เล่าถึงประสบการณ์การตรวจคัดกรองเชิงรุกว่า ตั้งใจเดินทางมาร่วมงานนี้เพื่อตรวจสแกนสมองและประเมินความเสี่ยงโรคสโตรกโดยเฉพาะ เพราะช่วงที่ผ่านมาทำงานหนัก มีภาวะเครียดสะสม และพักผ่อนน้อย พออายุเริ่มมากขึ้นก็ตระหนักว่าเรื่องโรคหลอดเลือดสมองเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนทำงานออฟฟิศอย่างเราควรรู้เท่าทัน
ทั้งนี้ยอมรับว่าตอนแรกแอบมีความกังวลนิดหน่อยเพราะไม่เคยตรวจมาก่อน แต่พอได้เข้าตรวจจริง ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำดีมาก ขั้นตอนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ผลการประเมินช่วยให้เรามองเห็นภาวะร่างกายของตัวเองชัดเจนขึ้นว่ามีจุดไหนต้องระวัง และได้ความรู้ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในการนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เช่น การจัดการความเครียดและการนอนหลับ รู้สึกประทับใจที่ BEM จัดงานดีๆ แบบนี้ขึ้นมา เพราะช่วยกระตุ้นให้คนเมืองหันมาใส่ใจและคัดกรองโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
จากความสำเร็จของงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า BEM ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางให้มีความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังคงยึดมั่นในภารกิจการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวม โดย BEM มีแผนที่จะเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมด้านสุขภาพ และขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนให้สถานีรถไฟฟ้า MRT เป็นพื้นที่แห่งการส่งต่อความห่วงใย และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพดีในทุกการเดินทางของคนเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป







