thansettakij
thansettakij
ทิพยประกันชีวิต โชว์ครึ่งปี 69 เบี้ยโต 23% กำไรพุ่ง 194% ลุย AI ดันธุรกิจ

ทิพยประกันชีวิต โชว์ครึ่งปี 69 เบี้ยโต 23% กำไรพุ่ง 194% ลุย AI ดันธุรกิจ

18 ส.ค. 69 | 09:37 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ส.ค. 69 | 09:37 น.

ทิพยประกันชีวิตโชว์ครึ่งปี 2569 เบี้ยรับรวม 4,247 ล้านบาท โต 23% กำไรสุทธิ 504 ล้านบาท พุ่ง 194% CAR 313% เดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาบุคลากร

KEY

POINTS

  • ทิพยประกันชีวิตประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท โตขึ้น 23% และมีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท พุ่งสูงถึง 194%
  • บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร
  • ยืนยันว่าการนำ AI มาใช้ไม่ใช่เพื่อทดแทนพนักงาน แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ (Upskill-Reskill) เพื่อให้คนและเทคโนโลยีเติบโตไปพร้อมกัน

ทิพยประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 เบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เบี้ยรับใหม่โต 36.5% แตะ 3,391 ล้านบาท ดันกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% ขณะที่ CAR อยู่ในระดับ 313% มั่นใจครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง เดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” ใช้ AI ยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ และศักยภาพบุคลากร

ทิพยประกันชีวิตโชว์กำไรครึ่งปีพุ่ง 194%

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับใหม่อยู่ที่ 3,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจและความสามารถในการสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้น

ด้านฐานะการเงินยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR อยู่ที่ 313% ซึ่งช่วยรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะต่อไป

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกมาจากการรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

“ผลประกอบการครึ่งปีแรกปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้า รวมถึงความร่วมมือของทีมงานทุกคน”

ครึ่งปีหลังเดินหน้าขยายลูกค้า-พัฒนาผลิตภัณฑ์

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทประเมินว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 และช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มเป็นบวกต่อเนื่อง โดยมีทั้งการขยายฐานลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

นายนพพรกล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลประกอบการทั้งปี 2569 จะสามารถสร้างเบี้ยประกันภัยและกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดย AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร

ชู “Grow together with AI” ขับเคลื่อนธุรกิจ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิต ทิพยประกันชีวิตเดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” โดยมุ่งผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการดำเนินธุรกิจ พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใช้ Big Data-AI เจาะ Customer Insights พัฒนาผลิตภัณฑ์

กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุม 4 แกนหลัก ได้แก่

  • New Product Innovation
  • Service Excellence
  • AI-Driven Workspace
  • Employee Engagement

ในส่วนของ New Product Innovation บริษัทนำ Big Data และ AI เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลและ Customer Insights เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ก่อนนำข้อมูลไปต่อยอดในการออกแบบผลิตภัณฑ์และความคุ้มครองรูปแบบใหม่

ขณะที่ Service Excellence มุ่งยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดขั้นตอนการให้บริการ

ส่วน AI-Driven Workspace เน้นนำ AI เข้ามาช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และลดเวลาการทำงานของพนักงาน เพื่อให้สามารถนำเวลาไปใช้กับงานเชิงกลยุทธ์และการสร้างนวัตกรรมได้มากขึ้น

ด้าน Employee Engagement บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันของบุคลากร เปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาทักษะและสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว

AI ไม่แทนคน เน้น Upskill-Reskill พนักงาน

นายนพพร กล่าวว่า บริษัทเลือกพัฒนา AI ขึ้นมาเองภายในองค์กร เพื่อให้สามารถออกแบบระบบให้สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจและรูปแบบการทำงานของพนักงานแต่ละกลุ่ม

“เราอยากให้พนักงานเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง หรือ Learn by Doing สามารถทดลองป้อน Prompt ผิดหรือถูกได้อย่างเต็มที่ เมื่อเริ่มเห็นว่า AI ช่วยลดเวลาทำงาน ทำให้งานที่ยากง่ายขึ้น จากความกลัวก็จะเปลี่ยนเป็นความสนุก”

นุมาน AI ถูกวางบทบาทให้เป็นเสมือนผู้ช่วยและโค้ชส่วนตัวของพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกฝ่ายเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไอที ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี หรือหน่วยงานอื่น

เป้าหมายสำคัญคือการลดช่องว่างด้านทักษะเทคโนโลยี ทำให้พนักงานสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุปรายงาน หรือค้นหาอินไซต์ได้รวดเร็วขึ้น และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

นุมาน AI ถูกวางบทบาทให้เป็นเสมือนผู้ช่วยและโค้ชส่วนตัวของพนักงาน

AI ไม่แทนคน เน้น Upskill-Reskill พนักงาน

ผู้บริหารทิพยประกันชีวิตย้ำว่า การนำ AI เข้ามาในองค์กรไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนบุคลากร แต่ต้องการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเพิ่มศักยภาพของคน “ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของทิพยประกันชีวิตไม่ใช่เทคโนโลยีหรือผลกำไร แต่คือพนักงานทุกคน ความทุ่มเทและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาคือสิ่งที่ทำให้เราเติบโต”

บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนด้าน Upskill และ Reskill ให้กับพนักงานทุกระดับ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมผลักดันให้บุคลากรเปลี่ยนจากการทำงานที่เน้นกระบวนการ ไปสู่การทำงานที่เน้นกลยุทธ์และนวัตกรรม

พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับ Workplace Wellbeing ผ่านการจัดสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น Co-Working Space และ Fitness Room รวมถึงแนวทางการทำงานที่มีความยืดหยุ่น เพื่อสนับสนุน Work-Life Balance

วาง AI Governance คุมความเสี่ยงข้อมูลลูกค้า

อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ในธุรกิจประกันชีวิตต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะข้อมูลของลูกค้าและผู้เอาประกันภัย ทิพยประกันชีวิตระบุว่า บริษัทดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ISO 27001 ด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ พร้อมมีแนวปฏิบัติด้าน AI Governance เพื่อกำกับการใช้งาน AI ภายในองค์กร

หนึ่งในหลักการสำคัญคือ “Human in the Loop” โดยให้มนุษย์ยังคงมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ อนุมัติ และตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เอาประกันภัย

บริษัทระบุว่าการพัฒนาและนำ AI มาใช้งานจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกับบุคลากรที่มีความเข้าใจธุรกิจ เพื่อให้ระบบสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีคือ “คน” โดยบริษัทต้องการสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับ AI

“AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนบุคลากร แต่เข้ามาเพื่อส่งเสริมและปลดล็อกศักยภาพของพนักงานให้สูงขึ้นไปอีกขั้น”

จากผลประกอบการครึ่งปีแรกที่เติบโตทั้งเบี้ยประกันภัยและกำไร ประกอบกับการเดินหน้าลงทุนด้าน AI และการพัฒนาบุคลากร ทิพยประกันชีวิตจึงวาง “Grow together with AI” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะต่อไป โดยมุ่งให้เทคโนโลยีและคนเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับองค์กร