thansettakij
thansettakij
MEDEZE ชี้กำไร Q2/2569 ฟื้นตัว มั่นใจมาตรฐานธนาคารเซลล์รายเดียวในไทย

MEDEZE ชี้กำไร Q2/2569 ฟื้นตัว มั่นใจมาตรฐานธนาคารเซลล์รายเดียวในไทย

14 ส.ค. 69 | 06:55 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 06:55 น.

“เมดีซ กรุ๊ป” เผยรายได้ไตรมาส 2/2569 รวม 170.31 ล้านบาท โชว์กำไรสุทธิ 40.18 ล้านบาท มั่นใจศักยภาพมาตราฐาน “ธนาคารเซลล์” รายเดียวในไทย ยกระดับการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • MEDEZE เปิดผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 40.18 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน
  • เป็นบริษัทแรกและรายเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ระดับสากล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสเต็มเซลล์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู
  • มีแผนต่อยอดธุรกิจโดยร่วมทุนกับองค์การเภสัชกรรมเพื่อตั้งบริษัทน้ำยาเลี้ยงเซลล์ และเตรียมเริ่มการทดลองทางคลินิกเพื่อใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปี 2570
  • เดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยล่าสุดได้เปิดตลาดใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 170.31 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 40.18 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 5.81 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 17% จากไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 34.37 ล้านบาท 

โดยกำไรสุทธิของบริษัทส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วง 4 ไตรมาสหลังสุด ซึ่งกำไรสุทธิในไตรมาสปัจจุบันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ จากไตรมาสที่ 3 ปี 2568 รวม 30.54 ล้านบาท, ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 รวม 36.43 ล้านบาท และไตรมาสที่ 1 ปี 2569 รวม 34.37 ล้านบาท

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลเป็นรายแรก และรายเดียวที่ผ่านมาตรฐานธนาคารเซลล์ในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำความเป็นหนึ่งด้านสเต็มเซลล์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูของประเทศไทย

ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการรับรองทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ครอบคลุมตั้งแต่ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน (ผ.ย.2) มาตรฐานธนาคารเซลล์จากกระทรวงสาธารณสุข การรับรอง AABB และ ISO และผ่านกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนการเข้าร่วมโครงการ Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs) Regulatory Sandbox เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงของประเทศ

"ผ่านมาบริษัทฯ มีแผนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 นี้ ที่ได้รับ Cell Bank Standard ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญต่อการเริ่มธุรกิจโรงงานผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะลงนามกิจการร่วมค้ากับองค์การเภสัชกรรม หรือ GPO ในการจัดตั้งบริษัทน้ำยาเลี้ยงเซลล์ และคาดว่าจะได้รับมาตรฐาน GMP จากกระทรวงสาธารณสุขสำหรับการรักษาด้วย Stem Cell ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้"

ผลการดำเนินงานของ MEDEZE ในไตรมาส 2/2569

ขณะที่แผนการยกระดับธุรกิจในปี 2570 บริษัทฯ มีแผนที่จะเริ่มขั้นตอนClinical Trial สำหรับการใช้ Stem Cell ในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม และโรคผิวหนังกับผู้ป่วยจริง และคาดว่าจะสามารถเริ่มต้นการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในฐานะวิธีการรักษาหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี2570 รวมถึงสามารถเริ่มการผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์เชิงพาณิชย์ได้ภายในปี2571 ซึ่งคาดว่าจะใช้ทดแทนการนำเข้าได้มากถึงปีละหลายร้อยล้านบาม

นายแพทย์วีรพล กล่าวว่า บริษัทฯ ยังได้วางกลยุทธ์เชิงรุกผ่านการยกระดับมาตรฐานสากล และการขยายฐานลูกค้าต่างประเทศไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ โดยเน้น 2 มาตรฐานหลัก คือ การได้รับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ที่ถูกกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทย และมาตรฐานการให้บริการที่ดี (GMP) ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการให้บริการและกระบวนการผลิตทางการแพทย์ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความปลอดภัยระดับสูงสุด

ทั้งนี้ การขยายฐานรายได้สู่ตลาดต่างประเทศในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินการเปิดตลาดใหม่ คือประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และมีความต้องการทางการแพทย์เฉพาะทาง

รวมถึงการมุ่งมั่นทำงานศึกษาการวิจัยยา ในเรื่องของการรักษาข้อเข่าเสื่อม และการชะลอผิวใบหน้าเสื่อมตามวัยให้สำเร็จ เพื่อการขึ้นทะเบียนยาด้วยสเต็มเซลล์จากไขมันของตัวเอง ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีมากขึ้นในอนาคต หากกลุ่มบริษัทฯ สามารถขึ้นทะเบียนยาสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การรับรองมาตรฐาน และแผนการขยายธุรกิจเหล่านี้ จะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกลุ่มบริษัทฯ จากผู้ให้บริการทั่วไปสู่ผู้นําด้านนวัตกรรมการแพทย์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า และเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อของลูกค้า รวมถึงส่วนแบ่งทางการตลาด (MarketShare) ที่มากขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศต่อไป