thansettakij
thansettakij
กรมชลฯ เตือนฝนเหนือ-อีสานยังหนัก จับตา 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เร่งพร่องรับน้ำ

กรมชลฯ เตือนฝนเหนือ-อีสานยังหนัก จับตา 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เร่งพร่องรับน้ำ

11 ส.ค. 69 | 07:21 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ส.ค. 69 | 07:21 น.

กรมชลฯ เฝ้าระวังฝนตกหนัก-ฝนสะสม เหนือ-อีสานเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เตือน 12 จังหวัดรับมือใกล้ชิด ขณะที่อ่างฯ ทั่วประเทศยังรองรับน้ำได้อีกกว่า 3.18 หมื่นล้าน ลบ.ม.

KEY

POINTS

  • กรมชลประทานเตือนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุม
  • เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเป็นพิเศษใน 12 จังหวัด อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
  • สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 12 จังหวัด ย้ำเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรพร้อมเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์

ฝนเหนือ-อีสานยังหนัก 12 จังหวัดเสี่ยง

ด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ

กรมชลฯ เตือนฝนเหนือ-อีสานยังหนัก จับตา 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เร่งพร่องรับน้ำ

สำหรับปริมาณฝนตกสะสม 3 ลำดับสูงสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือที่ ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน มีปริมาณฝนสะสม 111.2 มิลลิเมตร ต.บ้านมาง  อ.เชียงม่วน  จ.พะเยา  มีปริมาณฝนสะสม 96 มิลลิเมตร  และที่ ต. ส้านนาหนองใหม่ อ.เวียงสา จ.น่าน มีปริมาณฝนสะสม 86 มิลลิเมตร

อ่างฯ ยังรับน้ำได้ 3.18 หมื่นล้าน ลบ.ม.

ในส่วนของสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน(11 ส.ค.69) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 44,836  ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 31,830 ล้านลูกบาศก์เมตร  ภาพรวมอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง ยังมีพื้นที่รองรับน้ำจากฝนที่กำลังตกอย่างต่อเนื่องในระยะนี้

กรมชลฯ เตือนฝนเหนือ-อีสานยังหนัก จับตา 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เร่งพร่องรับน้ำ

ขณะที่สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา  สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.45 เมตร ส่วนเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเหนือและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด รวมกับบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำในระยะต่อไป

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยเป็นพิเศษ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน มุกดาหาร สระบุรี ร้อยเอ็ด ยโสธร นครพนม อุดรธานี พิษณุโลก และอำนาจเจริญ ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ได้เร่งติดตามสถานการณ์ สำรวจผลกระทบ และเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในจุดเสี่ยงแล้ว

ด้านแนวโน้มสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 10–16 สิงหาคม 2569 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง ขณะที่ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคตะวันออกช่วงวันที่ 10–11 สิงหาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ ก่อนจะลดลงเป็นร้อยละ 40–60 ในช่วงวันที่ 12–16 สิงหาคม ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนบนของภาค ลักษณะดังกล่าว อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับทะเลอันดามันตอนบนยังมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร โดยขอให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งตามช่วงเวลาที่ประกาศเตือน

กรมชลฯ เตือนฝนเหนือ-อีสานยังหนัก จับตา 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เร่งพร่องรับน้ำ

ชลประทานเร่งรับมือฝนต่อเนื่อง

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ทุกโครงการชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝน โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง เตรียมเครื่องจักรกล และการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนได้ในทันท่วงที สอดคล้องกับมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ที่มุ่งเน้นทั้งการป้องกัน เตรียมพร้อม ตอบสนอง และฟื้นฟู เพื่อลดความเสียหายและรักษาเสถียรภาพภาคการเกษตร

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมขนย้ายสิ่งของและเครื่องมือทางการเกษตรขึ้นสู่ที่สูง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด