
ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ติดตาม ‘หุบกะพง-ห้วยทรายใต้’ เร่งเสริมความมั่นคงน้ำเพชรบุรี
ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาหุบกะพง–ห้วยทรายใต้ จ.เพชรบุรี เร่งยกระดับแหล่งน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บและกระจายน้ำ รองรับการอุปโภคบริโภคและภาคเกษตรอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่หุบกะพงและห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ
- กรมชลประทานเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำโดยการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ปรับปรุงทางระบายน้ำล้น และมีแผนเชื่อมโยงระบบผันน้ำเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่
- เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร สนองพระบรมราโชบาย
วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่หุบกะพงและห้วยทรายใต้ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมี นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายนรเศรษฐ สองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรับฟังผลการดำเนินงานของโครงการฯ
โอกาสนี้ นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้รายงานความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการพัฒนาหุบกะพงและห้วยทรายใต้ ซึ่งกรมชลประทานได้ขับเคลื่อนโครงการตามพระบรมราโชบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชน
เพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำ รองรับความต้องการทั้งปี
สำหรับพื้นที่หุบกะพง กรมชลประทานได้ขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำห้วยแก้วและอ่างเก็บน้ำห้วยทราย–หุบกะพง พร้อมวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพคลองส่งน้ำและระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และปศุสัตว์ในพื้นที่ ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 6.77 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี ปัจจุบันมีแหล่งน้ำต้นทุน 5 แห่ง ความจุรวมกว่า 3 ล้าน ลบ.ม. อยู่ระหว่างปรับปรุงเพิ่มความจุเป็น 3.62 ล้าน ลบ.ม.
เชื่อมระบบกักเก็บน้ำ ยกระดับบริหารจัดการน้ำ
ส่วนพื้นที่แก้มลิงลำห้วยใหญ่และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ มีการบริหารจัดการน้ำเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยแก้มลิงลำห้วยใหญ่ปัจจุบันได้ก่อสร้างอาคารประกอบและสถานีสูบน้ำแล้วเสร็จ ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้มีแผนปรับปรุงทางระบายน้ำล้น (Spillway) พร้อมติดตั้งฝายพับได้เหนือทางระบายน้ำล้นสูง 1 เมตร เพื่อเพิ่มความจุกักเก็บน้ำอีก 520,000 ลบ.ม. รวมทั้งมีแผนผันน้ำจากสถานีสูบน้ำลำห้วยใหญ่เข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ในอัตรา 12,800 ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ
ในการนี้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ได้ให้ข้อเสนอแนะ โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานในการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำ การพัฒนาระบบส่งน้ำและกระจายน้ำ การเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำ และการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน







