
GAC เพิ่มกำลังผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เปิดตัว AION Y Plus รุ่นสลับแบตเตอรี่ไตรมาส 3
รถจีน GAC ดันกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยถึง 20,000 คัน/ปี พร้อมคลอด AION UT จากโรงงาน จ.ระยอง ยอมรับต้นทุนสูงขึ้น 40% เมื่อเทียบกับการนำเข้า เตรียมเปิด “อีวี โมบิลิตี้ ฮับ” รับกลุ่มแท็กซี่ และเพิ่มไลน์อัพ AION Y Plus รุ่นสลับแบตเตอรี่ ก่อนที่ปลายปีจะส่ง AION i60 ลุยตลาด
KEY
POINTS
- GAC ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่โรงงาน จ.ระยอง เป็น 20,000 คันต่อปี
- เตรียมเปิดตัว AION Y Plus รุ่นใหม่ ที่สามารถสลับแบตเตอรี่ได้ภายใน 2 นาที ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
- มีแผนเปิดตัว 'อีวี โมบิลิตี้ ฮับ' เพื่อรองรับกลุ่มแท็กซี่ และจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ AION i60 ในช่วงปลายปี
รถจีน GAC ดันกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยถึง 20,000 คัน/ปี พร้อมคลอด AION UT จากโรงงาน จ.ระยอง ยอมรับต้นทุนสูงขึ้น 40% เมื่อเทียบกับการนำเข้า เตรียมเปิด “อีวี โมบิลิตี้ ฮับ” รับกลุ่มแท็กซี่ และเพิ่มไลน์อัพ AION Y Plus รุ่นสลับแบตเตอรี่ ก่อนที่ปลายปีจะส่ง AION i60 ลุยตลาด
GAC AION ปิดยอดขายปี 2568 ได้ 15,300 คัน เพิ่มขึ้น 300% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยตัวขายหลักคือแฮตช์แบ็ค EV นำเข้าจากจีนรุ่น AION UT แต่ล่าสุดขึ้นไลน์ประกอบในประเทศแล้ว ตามมาตรการ EV3.5 เร่งเคลียร์ยอดค้างส่งมอบ แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการนำเข้า และรับเงินสนับสนุนลดลงจาก 75,000 บาท เหลือ 50,000 บาท
นายแอนดรูว์ หวัง ประธานกรรมการบริหาร GAC AION ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2568 GAC AION ทำยอดขายได้กว่า 15,300 คัน เติบโต 3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ 11.2% สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในตลาด EV
ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมกว่า 20,000 คัน โดยยอดขายหลักยังอยู่ที่ AION UT 50% และ AION V 25% สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ขยับไปให้ความสนใจรถยนต์กลุ่มเอสยูวีมากขึ้น
“ปัจจุบันผู้ประกอบการทุกแบรนด์ ต้องเผชิญกับสภาวะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ต้นทุนการผลิตสูงกว่าในจีน 40% และเงินสนับสนุนจากภาครัฐตามโครงการ EV3.5 ลดลงจาก 75,000 บาท/คัน เหลือ 50,000 บาท ส่งผลให้ต้นทุนรวมต่อคันเพิ่มขึ้นเกือบ 1 แสนบาท
“ปีนี้เราจะแข่งขันกันเรื่องราคาไม่ได้แล้ว แต่ต้องเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ และยกระดับงานบริการหลังการขาย พร้อมขยายโชว์รูม-ศูนย์บริการ 85 แห่ง ผ่าน 40 ดีลเลอร์ เพื่อการบริการที่ครอบคลุม” นายแอนดรูว์ หวัง กล่าว
ปัจจุบัน GAC AION มีโมเดลหลายรุ่นรองรับกลุ่มลูกค้ารถยนต์นั่ง และกลุ่มฟลีตแท็กซี่ อย่างรุ่นเริ่มต้น AION UT ราคา 549,900 บาท AION ES ราคา 846,000 บาท AION V ราคา 949,900 บาท และ AION Y Plus ราคา 769,900 บาท
โดยปลายปีนี้ เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ AION i60 ประกอบในประเทศ กับบี-เอสยูวีระดับการทำตลาดเดียวกับ BYD ATTO3 DEEPAL S05 โดยมีทั้งรุ่นพลังงานไฟฟ้า 100% และ EV แบบขยายระยะทางวิ่ง
ทั้งยังพัฒนาระบบนิเวศน์ EV รองรับฟลีตรถแท็กซี่ที่แยกออกมาจากโชว์รูม-ศูนย์บริการ GAC AION อย่างชัดเจน ด้วยการลงทุนเปิด “อีวี โมบิลิตี้ ฮับ” (EV Mobility Hub) แห่งแรกในเดือนมีนาคมนี้
สำหรับ GAC AION Mobility Hub จะเป็นศูนย์ดูแลฟลีตแท็กซี่ พร้อมสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยปี 2569 ตั้งเป้าเปิด 7 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และเชียงใหม่
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 3 ยังเปิดตัว AION Y Plus รุ่นสลับแบตเตอรี่ (Swap Battery) โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ลงทุนสถานีสลับแบตเตอรี่มูลค่า 15 ล้านบาทต่อสถานี ซึ่งสามารถสลับแบตเตอรี่ได้ภายในเวลา 2 นาที
ปีนี้ GAC AION ตั้งเป้ากำลังการผลิตอยู่ที่ 20,000 คันต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 คันต่อปีในอนาคต โดยนายแอนดรูว์ หวัง เชื่อมั่นว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนรถยนต์ BEV ในไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และสัดส่วนรถแท็กซี่ไฟฟ้า EV จะสูงถึง 80%
ส่วนยอดจดทะเบียน GAC ประเดิมเดือนมกราคม 2569 ทำได้ 5,584 คัน เพิ่มขึ้น 438% เมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปี 2568 (1,037 คัน) และเติบโต 234% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า(ธันวาคม 2568 : 1,668 คัน)

