thansettakij
thansettakij
EA-AMITA ผนึกกระทรวงอุตฯ พัฒนารีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบใหม่

EA-AMITA ผนึกกระทรวงอุตฯ พัฒนารีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบใหม่

21 ก.ค. 69 | 11:07 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 11:07 น.

EA–AMITA ผนึก กระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบ วางรากฐานอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย

KEY

POINTS

  • EA-AMITA ร่วมมือกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสู่ระดับอุตสาหกรรม
  • มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพและของเสียจากกระบวนการผลิตให้เป็นสารตั้งต้น (Precursor) สำหรับผลิตแบตเตอรี่ใหม่
  • เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนตามรากฐานอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของไทย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AMITA บริษัทในกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อร่วมกันต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรม

พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ พร้อมด้วย นายกิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม

EA-AMITA ผนึกกระทรวงอุตฯ พัฒนารีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบใหม่

ต่อยอดรีไซเคิลแบตเตอรี่สู่ระดับอุตสาหกรรม

ความร่วมมือครั้งนี้จะผสานองค์ความรู้ด้านการคัดแยกและรีไซเคิลของ กพร. เข้ากับประสบการณ์ด้านการพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ของ AMITA โดยนำแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและวัสดุจากกระบวนการผลิตมาศึกษาและพัฒนา เพื่อให้ได้สารตั้งต้นหรือ Precursor ที่สามารถนำไปทดลองผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ รวมถึงร่วมประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ของประเทศอย่างครบวงจร

เปลี่ยนแบตเตอรี่หมดอายุ เป็นวัตถุดิบใหม่

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการจัดการแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ แต่เป็นการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สร้างองค์ความรู้และความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ประเทศไทย เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานเติบโต ปริมาณแบตเตอรี่ที่สิ้นอายุจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากไม่มีการเตรียมระบบรองรับตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และต้นทุนของประเทศในอนาคต”

ลดนำเข้าวัตถุดิบ หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน

แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่หมดอายุไม่ใช่ขยะทั่วไป เนื่องจากอาจเกิดความร้อน การลัดวงจร หรือไฟไหม้ หากจัดเก็บและกำจัดอย่างไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ภายในแบตเตอรี่ยังมีวัตถุดิบสำคัญที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ การรีไซเคิลจึงช่วยทั้งลดปริมาณของเสีย ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ

EA-AMITA ผนึกกระทรวงอุตฯ พัฒนารีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบใหม่

ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ EA ในการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานสะอาดอย่างครบวงจร ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไปจนถึงการลดก๊าซเรือนกระจกและการบริหารจัดการทรัพยากรตลอดวงจรชีวิต

ที่ผ่านมา EA มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากยานยนต์ไฟฟ้าและการสร้างคาร์บอนเครดิตในระดับสากล การต่อยอดสู่เทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่จึงสะท้อนแนวคิดที่ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะต้องไม่จบเพียงการลดคาร์บอนในระหว่างการใช้งาน แต่ต้องครอบคลุมถึงการผลิต การใช้ทรัพยากร และการจัดการเมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นอายุด้วย

“EA เชื่อว่าความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดไม่ได้วัดจากขนาดของธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวางรากฐานให้คนรุ่นต่อไป AMITA มีทั้งบุคลากร เทคโนโลยี ประสบการณ์ด้านการผลิต และความพร้อมในการนำผลการวิจัยไปทดสอบและต่อยอด เพื่อให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” นายฉัตรพล กล่าว

EA-AMITA ผนึกกระทรวงอุตฯ พัฒนารีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบใหม่

วางรากฐานอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไทย

EA และ AMITA เชื่อมั่นว่า การผสานศักยภาพของภาครัฐกับภาคอุตสาหกรรมจะช่วยผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง สร้างบุคลากรและองค์ความรู้ภายในประเทศ ตลอดจนวางรากฐานให้อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของไทยเติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน