
สมาคมฟุตบอลปลดล็อกหนี้ 360 ล้านบาทสำเร็จ 'มาดามแป้ง' ปิดดีล 3 ฝ่าย
สมาคมฟุตบอลไทยบรรลุข้อตกลง 3 ฝ่ายกับสยามสปอร์ตและกลุ่มทรู ปลดล็อกภาระหนี้ 360 ล้านบาทสำเร็จ หลังชำระแล้ว 120 ล้านบาท พร้อมวางแผนทยอยชำระหนี้ส่วนที่เหลือ หวังสร้างเสถียรภาพทางการเงิน
KEY
POINTS
- สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายใต้การนำของ "มาดามแป้ง" บรรลุข้อตกลง 3 ฝ่ายกับสยามสปอร์ตและกลุ่มทรู เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน 360 ล้านบาทได้สำเร็จ
- สมาคมฯ ได้ชำระหนี้ให้สยามสปอร์ตไปแล้ว 120 ล้านบาท และรับโอนภาระหนี้ที่เหลืออีก 240 ล้านบาทมาเป็นผู้ชำระให้กับกลุ่มทรูโดยตรง
- การชำระหนี้ 240 ล้านบาท จะแบ่งเป็นการจ่ายเงินสดและมอบสิทธิประโยชน์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยให้กลุ่มทรูเป็นระยะเวลา 4 ปี
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ บรรลุข้อตกลงสามฝ่ายกับสยามสปอร์ตและกลุ่มทรู ปลดล็อกภาระหนี้คดีประวัติศาสตร์ 360 ล้านบาท หลังชำระแล้ว 120 ล้านบาท และรับโอนหนี้อีก 240 ล้านบาท พร้อมกำหนดแนวทางชำระผ่านเงินสดและสิทธิประโยชน์ถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทย หวังสร้างเสถียรภาพทางการเงินและลดความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของสมาคมในอนาคต
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ค้างคามายาวนานกว่า 10 ปี หลังสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาคมฯ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีนิเพล็กซ์ จำกัด ในเครือกลุ่มทรู เกี่ยวกับแนวทางการชำระหนี้มูลค่ารวม 360 ล้านบาท
“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวหลังการประชุมสภากรรมการ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ว่า สมาคม สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องแนวทางการชำระหนี้ของสมาคมฯ ที่มีต่อ บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท และ บจก. ซีนิเพล็กซ์ (ทรูฯ)
“มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สมาคมได้ชำระหนี้ให้สยามสปอร์ตไปแล้วจำนวน 120 ล้านบาท และล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงรับโอนภาระหนี้อีก 240 ล้านบาท ซึ่งเดิมเป็นหนี้ระหว่างสยามสปอร์ตกับซีนิเพล็กซ์ ภายใต้กรอบความร่วมมือของทั้งสามฝ่าย
หนี้ก้อนดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นจากกรณีพิพาทเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านสปอนเซอร์และลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยตั้งแต่ปี 2559 ก่อนที่คดีจะยืดเยื้อนานหลายปี และสิ้นสุดลงด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาให้สมาคมฟุตบอลเป็นฝ่ายชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่สยามสปอร์ต
ภายใต้ข้อตกลงใหม่ สมาคมฟุตบอลจะทยอยชำระหนี้จำนวน 240 ล้านบาทให้แก่ซีนิเพล็กซ์ โดยแบ่งเป็นการชำระเงินสดตามงวดที่กำหนด และการมอบสิทธิประโยชน์ด้านการถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยแบบ Exclusive ผ่านแพลตฟอร์ม OTT, IPTV และ Pay TV ของกลุ่มทรู รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการตลาดต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2569-2572
นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสมาคมฯ โดยกำจัดความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกยึดและอายัดทรัพย์จากเจ้าหนี้ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยสมาคมฯ จะสามารถมุ่งมั่นพัฒนา และสร้างความสำเร็จให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยในทุกระดับ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่แฟนฟุตบอลชาวไทยทุกคนคาดหวังร่วมกัน ได้อย่างเต็มที่ต่อไป
นอกจากนี้ สมาคมยังเดินหน้าสร้างรายได้และเสริมสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีกให้กลุ่ม AIS-GULF-JAS มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาทในสัญญา 4 ปี การเพิ่มเงินสนับสนุนให้สโมสรในไทยลีกทุกระดับ การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกอาชีพครบทุกลีกทั้งชายและหญิง รวมถึงการหาผู้สนับสนุนให้ครบทุกลีกอาชีพเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ความสำเร็จในการปิดดีลหนี้ครั้งนี้จึงถือเป็นการปลดล็อกภาระทางการเงินครั้งใหญ่ของสมาคมฟุตบอลไทย และเป็นอีกก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเสถียรภาพองค์กร เพื่อเดินหน้าพัฒนาฟุตบอลไทยทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติในระยะยาว
ทั้งนี้ แม้ว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ จะเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน อย่างหนัก แต่ก็ยังพยายามเดินหน้าขับเคลื่อน สมาคมฯ ภายใต้ข้อจำกัดรอบด้าน อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะแก้ไขปัญหาเรื่องนอกสนาม อาทิ
- เรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ที่สามารถขายสิทธิ์ให้ AIS-GULF-JAS ได้ด้วยมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านบาท ภายในระยะสัญญา 4 ปี (2025/26-2028/29) ปีละ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขต่อสัญญาอีก 2 ฤดูกาล
- การเพิ่มเงินสนับสนุนสโมสรฯ ครบทั้ง 3 ลีก ประกอบด้วย ไทยลีก 1 จากเดิม 10 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท , ไทยลีก 2 จากเดิม 3 ล้านบาท เป็น 4 ล้านบาท และ ไทยลีก 3 จากเดิม 1 ล้านบาท เป็น 1.25 ล้านบาท โดยแบ่งจ่าย 4 งวด ตรงเวลา
- การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกอาชีพทั้งชาย และ หญิง ครบทุกระดับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- การหาผู้สนับสนุนเข้ามาได้ครบทั้ง 3 ลีกอาชีพ ตั้งแต่ไทยลีก 1-3
- การขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทย ให้ทั้งกับทั้ง ไทยรัฐ ทีวี แบบ Exclusive ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทีวี ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย และ บจก. ซีนิเพล็กซ์ แบบ Exclusive ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยบริษัทในกลุ่มทรูหรือบริษัทในเครือ







