
โครงสร้างพื้นฐาน/เขตเศรษฐกิจพิเศษดันสงขลาน่าลงทุน
จากการสัมมนาหัวข้อ “ปักธงสงขลา เมืองน่าลงทุน” และรายงานภาวะอสังหาริมทรัพย์สงขลา เมื่อวันที่ 23มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัทเอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด สะท้อนถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดสงขลาว่า ขณะนี้จำนวนโครงการที่ก่อสร้างมีปริมาณลดลงและมูลค่าโครงการที่ขายได้ลดลงเช่นกัน ขณะที่ราคาขายบ้านสูงขึ้น ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า บ้านที่เกิดขึ้นในอำเภอหาดใหญ่อยู่ในโซนบ้านพรุจำนวน 25 % ย่านสนามบิน และ ควนลัง จำนวน 19 % ถนนปุณณกัณฑ์ 11% และย่านอื่นๆ
หากดูสถิติย้อนหลัง3ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2556 มีการเปิดตัวบ้านจำนวน 52 โครงการ รวมมูลค่า 11,402 ล้านบาทจำนวน 4,451 หน่วย ขายได้ 2,858 หน่วยหรือ 64% ราคาบ้านเฉลี่ย 2.562 ล้านบาท ปี 2557 มีการเปิดตัวบ้านจำนวน 33 โครงการ รวมมูลค่า 4,001 ล้านบาท จำนวน 1,166 หน่วย ขายได้ 556 หน่วย หรือ 48 % ราคาบ้านเฉลี่ย 3.431 ล้านบาท และปี 2558 มีการเปิดตัวบ้านจำนวน 16 โครงการ รวมมูลค่า 2,247 ล้านบาท จำนวน 632 หน่วย ขายได้ 38 % ราคาบ้านเฉลี่ย 3.555 ล้านบาท
สอดคล้องกับนางสาวศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์สงขลาได้ชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ความต้องการบ้านยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่การซื้อชะลอตัว แม้ขายโครงการได้ จะต้องตรวจสอบอีกว่าผ่านสถาบันการเงินหรือไม่ จากการตรวจสอบเฉลี่ยจะผ่านการอนุมัติสินเชื่อเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ดังนั้นหากผ่านสถาบันการเงิน ผู้ซื้อต่อรองราคาเท่าไหร่ก็ขายเท่ากับว่าผู้ซื้อมีอำนาจต่อรอง เพราะผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2560 มองว่าไม่มีโครงการใดที่ปรับราคาสูงขึ้น บ้านที่ขายได้คือบ้านเดี่ยว ระดับราคา 4-5 ล้านบาทต่อหน่วย ส่วนใหญ่เป็นบ้านย่านสนามบิน ทั้งการพัฒนาโครงการใหม่ต้องระมัดระวัง บ้านสร้างเสร็จ มีการรับโอนเพียงใด ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินว่าสินเชื่อจะผ่านหรือไม่ ส่วนใหญ่ขายไม่หมดมีเหลือ 5-10 %
ด้านนางอุษณีย์ ปรีชม ผู้ชำนาญการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ที่กล่าวว่ารายได้ของคนสงขลาสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของคนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาจำนวนมาก แต่นักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น ผลจากค่าเงินมาเลเซียที่ตกลง มีการลงทุนเพิ่มขึ้น 12 % เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยางพารา การขยายตัวด้านการก่อสร้างอยู่ในทิศทางที่ดี จึงมีการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนด้านนี้
นายวิจิตต์ นิมิตวานิช นักวิชาการขนส่งคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ที่จะมีท่าเรือน้ำลึกปากบารายังมีความก้าวหน้า ทางหัวหน้าชุมชนจะทำความเข้าใจกับชุมชน เพื่อส่งเสริมด้านการขนส่งของจังหวัดสงขลา รวมทั้งรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเชื่อมไปประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ จะช่วยส่งเสริมเมืองสงขลาให้เป็นเมืองที่น่าลงทุน
ส่วนด้านนายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย กล่าวว่า ควรสร้างบ้านตามเทรนด์ เช่น มีการสร้างบ้านโซล่าร์ลูฟ ผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด บางโครงการสร้างบ้าน 300 หน่วย บ้านชั้นล่างมีที่นอนของผู้สูงอายุ มีพื้นที่ให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรม มีแพทย์ พยาบาล เมื่อมีอาการป่วยสามารถกดกริ่งเรียกรถพยาบาลมารับภายใน 2 นาที จะเป็นบ้านที่ขายดีขายให้ลูกที่มีอายุราว 40 ปี เพื่อซื้อให้พ่อแม่อยู่ โดยบ้านจะมีราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมราคาล้านกว่าบาทจะยังคงขายได้สำหรับผู้มีรายได้เดือนละกว่า 1-2 หมื่นบาทที่จะมีกำลังซื้อบ้านในระดับนี้
นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สงขลารณรงค์ ด้วยกิจกรรม สงขลามหาสนุก สุขทั้งปีที่สงขลา เที่ยวได้ 365 วัน ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศมาเยือน 8 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับจังหวัด 5.7 หมื่นล้านบาท จากโครงการ “สงขลามหาสนุก” คาดว่าปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 5% และเป้ารายได้ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท และในอนาคตสงขลาจะมีรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า จากหาดใหญ่- คลองแงะ -ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 48 กิโลเมตร จะเริ่มก่อสร้างปี 2560 รองรับผู้โดยสาร 3.5 ล้านคนต่อปี ขนส่งสินค้าได้ 1.5 ล้านตันต่อปี ทั้งจะมีทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-สะเดา มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท และหากลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสะเดา ปาดังเบซาร์ ซึ่งกำหนดเขตพื้นที่ไว้ถึง 3.5 แสนไร่ ก็จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งในภาษีนิติบุคคลและอื่นๆ อีกทั้งสงขลาอยู่ระหว่างจัดทำแปลงเกษตรขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนพืชผลและสมุนไพร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัทเอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด สะท้อนถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดสงขลาว่า ขณะนี้จำนวนโครงการที่ก่อสร้างมีปริมาณลดลงและมูลค่าโครงการที่ขายได้ลดลงเช่นกัน ขณะที่ราคาขายบ้านสูงขึ้น ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า บ้านที่เกิดขึ้นในอำเภอหาดใหญ่อยู่ในโซนบ้านพรุจำนวน 25 % ย่านสนามบิน และ ควนลัง จำนวน 19 % ถนนปุณณกัณฑ์ 11% และย่านอื่นๆ
หากดูสถิติย้อนหลัง3ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2556 มีการเปิดตัวบ้านจำนวน 52 โครงการ รวมมูลค่า 11,402 ล้านบาทจำนวน 4,451 หน่วย ขายได้ 2,858 หน่วยหรือ 64% ราคาบ้านเฉลี่ย 2.562 ล้านบาท ปี 2557 มีการเปิดตัวบ้านจำนวน 33 โครงการ รวมมูลค่า 4,001 ล้านบาท จำนวน 1,166 หน่วย ขายได้ 556 หน่วย หรือ 48 % ราคาบ้านเฉลี่ย 3.431 ล้านบาท และปี 2558 มีการเปิดตัวบ้านจำนวน 16 โครงการ รวมมูลค่า 2,247 ล้านบาท จำนวน 632 หน่วย ขายได้ 38 % ราคาบ้านเฉลี่ย 3.555 ล้านบาท
สอดคล้องกับนางสาวศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์สงขลาได้ชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ความต้องการบ้านยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่การซื้อชะลอตัว แม้ขายโครงการได้ จะต้องตรวจสอบอีกว่าผ่านสถาบันการเงินหรือไม่ จากการตรวจสอบเฉลี่ยจะผ่านการอนุมัติสินเชื่อเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ดังนั้นหากผ่านสถาบันการเงิน ผู้ซื้อต่อรองราคาเท่าไหร่ก็ขายเท่ากับว่าผู้ซื้อมีอำนาจต่อรอง เพราะผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2560 มองว่าไม่มีโครงการใดที่ปรับราคาสูงขึ้น บ้านที่ขายได้คือบ้านเดี่ยว ระดับราคา 4-5 ล้านบาทต่อหน่วย ส่วนใหญ่เป็นบ้านย่านสนามบิน ทั้งการพัฒนาโครงการใหม่ต้องระมัดระวัง บ้านสร้างเสร็จ มีการรับโอนเพียงใด ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินว่าสินเชื่อจะผ่านหรือไม่ ส่วนใหญ่ขายไม่หมดมีเหลือ 5-10 %
ด้านนางอุษณีย์ ปรีชม ผู้ชำนาญการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ที่กล่าวว่ารายได้ของคนสงขลาสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของคนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาจำนวนมาก แต่นักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น ผลจากค่าเงินมาเลเซียที่ตกลง มีการลงทุนเพิ่มขึ้น 12 % เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยางพารา การขยายตัวด้านการก่อสร้างอยู่ในทิศทางที่ดี จึงมีการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนด้านนี้
นายวิจิตต์ นิมิตวานิช นักวิชาการขนส่งคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ที่จะมีท่าเรือน้ำลึกปากบารายังมีความก้าวหน้า ทางหัวหน้าชุมชนจะทำความเข้าใจกับชุมชน เพื่อส่งเสริมด้านการขนส่งของจังหวัดสงขลา รวมทั้งรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเชื่อมไปประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ จะช่วยส่งเสริมเมืองสงขลาให้เป็นเมืองที่น่าลงทุน
ส่วนด้านนายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย กล่าวว่า ควรสร้างบ้านตามเทรนด์ เช่น มีการสร้างบ้านโซล่าร์ลูฟ ผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด บางโครงการสร้างบ้าน 300 หน่วย บ้านชั้นล่างมีที่นอนของผู้สูงอายุ มีพื้นที่ให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรม มีแพทย์ พยาบาล เมื่อมีอาการป่วยสามารถกดกริ่งเรียกรถพยาบาลมารับภายใน 2 นาที จะเป็นบ้านที่ขายดีขายให้ลูกที่มีอายุราว 40 ปี เพื่อซื้อให้พ่อแม่อยู่ โดยบ้านจะมีราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมราคาล้านกว่าบาทจะยังคงขายได้สำหรับผู้มีรายได้เดือนละกว่า 1-2 หมื่นบาทที่จะมีกำลังซื้อบ้านในระดับนี้
นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สงขลารณรงค์ ด้วยกิจกรรม สงขลามหาสนุก สุขทั้งปีที่สงขลา เที่ยวได้ 365 วัน ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศมาเยือน 8 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับจังหวัด 5.7 หมื่นล้านบาท จากโครงการ “สงขลามหาสนุก” คาดว่าปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 5% และเป้ารายได้ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท และในอนาคตสงขลาจะมีรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า จากหาดใหญ่- คลองแงะ -ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 48 กิโลเมตร จะเริ่มก่อสร้างปี 2560 รองรับผู้โดยสาร 3.5 ล้านคนต่อปี ขนส่งสินค้าได้ 1.5 ล้านตันต่อปี ทั้งจะมีทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-สะเดา มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท และหากลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสะเดา ปาดังเบซาร์ ซึ่งกำหนดเขตพื้นที่ไว้ถึง 3.5 แสนไร่ ก็จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งในภาษีนิติบุคคลและอื่นๆ อีกทั้งสงขลาอยู่ระหว่างจัดทำแปลงเกษตรขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนพืชผลและสมุนไพร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559






