thansettakij
thansettakij
สมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย อัปเดต8 เหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์สายสีม่วงใต้วงเวียนใหญ่

สมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย แนะแก้สถานการณ์ น้ำรั่ว-ทรายเข้าอุโมงค์สายสีม่วงใต้วงเวียนใหญ่

11 ก.ค. 69 | 03:23 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.ค. 69 | 03:42 น.

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เปิด8เหตุการณ์ พร้อมแนะแก้ปัญหาน้ำรั่วเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ วงเวียนใหญ่ เร่งหยุดการไหลของทรายเข้าอุโมงค์

KEY

POINTS

  • น้ำรั่วเกิดบริเวณจุดก่อสร้างบ่อรับน้ำในอุโมงค์ลึก 30 เมตรใกล้วงเวียนใหญ่ ส่งผลให้ถนนทรุดตัวและอาคารใกล้เคียงเอียง
  • มาตรการแก้ไขคือเร่งอัดฉีดสารเคมีและน้ำปูนเพื่อทำให้ดินคงตัวและหยุดการไหลของทราย พร้อมขุดบ่อลึกเพื่อสูบน้ำออกลดแรงดัน
  • สถานการณ์ปัจจุบันควบคุมปริมาณน้ำได้ แต่มีการพิจารณาแผนสำรองคือการขังน้ำในอุโมงค์เพื่อรักษาสมดุลแรงดัน และเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง

จากเหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสีม่วงใต้ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายสรุปภาพรวมของเหตุการณ์ ดังนี้

เหตุการณ์ น้ำรั่วเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ วงเวียนใหญ่

1.    เหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์เกิดขึ้นตรงจุดต่ำสุดของอุโมงค์ใกล้สถานีวงเวียนใหญ่ ที่ระดับความลึกจากพื้นดินประมาณ 30 ม. โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดศุนย์กลางอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ประมาณ 200 ม.

2.    ตรงตำแหน่งที่น้ำรั่วมีการสร้างบ่อรับน้ำ  (sump pit) เพื่อรับน้ำในอุโมงค์ บ่อดังกล่าวเป็นโครงสร้างคอนกรีตไปเชื่อมใต้ท้องอุโมงค์ ตามแบบจะต้องมีการทำปรับปรุงดิน  (ground improvement) เพื่อทำให้ดินคงตัวและไม่ไหลก่อน จึงจะเปิด segment เข้าไปขุดทำบ่อรับน้ำ

3. คืนวันเกิดเหตุ มีฝนตก อาจทำให้ระดับน้ำใต้ดินสูง เพิ่มแรงดันน้ำและเป็นตัวเร่งให้น้ำพาดินเข้าอุโมงค์ด้วย ผลที่ตามมาคือ ผิวถนนทรุดลงไปประมาณ 28 ซม. (วันที่ 10 ก.ค.) และอาคารในบริเวณดังกล่าวหลังหนึ่งพบรอยแตกร้าวที่ผนังด้านนอก และมีการเอียงตัว

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เร่งหยุดการไหลของทรายเข้าอุโมงค์

4. สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย นำโดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมฯ เข้าไปดูพื้นที่เมื่อวานนี้ (10ก.ค.69)โดยเข้าไปตรวจภายในอาคารที่เอียงด้วย โดยพบว่าโครงสร้างหลักด้านใน (เสาและคาน) ยังไม่แตกร้าว มีพื้นที่แตกร้าว และการเอียง (Tilt) มีทิศทางโน้มมาทางด้านหน้าอาคาร

5. เมื่อเกิดน้ำรั่วเข้าบ่อ มาตรการที่หน่วยงานใช้คือ เร่งหยุดการไหลของทรายเข้าอุโมงค์ โดยใช้ 1. การอัดฉีดสารเคมีด้วยแรงดัน (Chemical grout) เพื่อให้ดินข้างใต้คงตัวและไม่ไหล 2. ขุดหลุมลึก (deep well) เพื่อสูบน้ำออก (dewatering) และลดแรงดันน้ำ 3. ใช้การอัดน้ำปูนหรืออัดสารเคมี เพื่อสร้างผนังตัดน้ำ (Cut-off wall) กันน้ำไม่ให้เข้าไปที่บริเวณบ่อรับน้ำเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

แนะพิจารณา แผน 2 การขังน้ำในอุโมงค์

6. จากข้อมูลที่ติดตามเมื่อเช้านี้ (11ก.ค.69)พบว่า ปริมาณน้ำเข้าในอุโมงค์อยู่ที่ 30 ลบม./ชั่วโมง สามารถควบคุมระดับน้ำในอุโมงค์ได้ และจะมีการเพิ่มเครื่องอัดฉีดสารเคมีหรือน้ำปูนจาก 4 เป็น 5 เครื่อง และจะไปอัดฉีดน้ำปูนใกล้ๆ บริเวณตึกด้วย เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของดินบริเวณนั้นด้วย

7. สถานการณ์ปัจจุบันยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และควรพิจารณา แผน 2 เพิ่มเติม เช่นการขังน้ำในอุโมงค์ (Tunnel flooding) เพื่อรักษาสมดุลน้ำและกันดินไหลเข้าอุโมงค์ โดยมาตรการเหล่านี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูง และอาจมีผลกระทบด้านอื่นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

8. ประชาชนในบริเวณนั้น ควรติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมกรณี การยุบตัวของดินขยายวงกว้างขึ้น หรือหากตรวจพบรอยร้าวใหม่ในอาคารของตน ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโดยเร่งด่วน