
วิศวกรเตือนอาคารเก่าเสี่ยงถล่ม เปิด 5 สัญญาณอันตรายหลังเหตุพระราม 4
เหตุระเบียงกันสาดตึกเก่าพระราม 4 ถล่มคร่าชีวิต 1 ราย สะท้อนภัยเงียบจากอาคารเสื่อมสภาพ วิศวกรเผย 5 ปัจจัยเสี่ยงพบได้ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมแนะเร่งตรวจสอบอาคารอายุเกิน 50 ปีก่อนเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
KEY
POINTS
- วิศวกรชี้เหตุระเบียงถล่มที่พระราม 4 เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอาคารเก่าวัสดุเสื่อมสภาพ เหล็กเสริมเป็นสนิม และมีจุดยึดไม่แข็งแรง
- เปิด 5 สัญญาณอันตรายของอาคารเก่าที่เสี่ยงถล่ม ได้แก่ อายุเกิน, เป็นโครงสร้างยื่น, จุดยึดไม่แข็งแรง, รับน้ำหนักเกิน และมีการต่อเติมโดยไม่ปลอดภัย
- เสนอให้ กทม. เร่งสำรวจอาคารเก่าที่มีอายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะส่วนที่เป็นระเบียงหรือกันสาด เพื่อประเมินความแข็งแรงและป้องกันเหตุซ้ำรอย
จากเหตุระเบียงกันสาดอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นบริเวณแยกหมอมี ถนนพระราม 4 พังถล่มลงมาทับถนนและรถยนต์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้สะท้อนปัญหาความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาคารเก่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างมองว่าเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ หากไม่มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ
วิศวกรชี้ 4 ประเด็นเบื้องต้น สาเหตุระเบียงถล่ม
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ส่วนที่พังถล่มไม่ใช่ตัวอาคารทั้งหลัง แต่เป็นระเบียงกันสาดที่ยื่นออกมาจากอาคาร โดยสาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสามารถตั้งข้อสันนิษฐานได้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
ประการแรก อาคารดังกล่าวเป็นอาคารเก่าที่ก่อสร้างมานาน วัสดุโครงสร้างอาจเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะเหล็กเสริมภายในคอนกรีตที่เกิดสนิมจากการสัมผัสแดด ฝน และความชื้นสะสมเป็นเวลานาน ขณะที่ช่วงฤดูฝนยิ่งเร่งกระบวนการกัดกร่อนให้เกิดขึ้นรวดเร็วขึ้น
ประการที่สอง โครงสร้างระเบียงมีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น (Cantilever) ซึ่งมีจุดยึดเพียงด้านเดียว จึงมีความเสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือพังถล่มมากกว่าโครงสร้างทั่วไป
ประการที่สาม ต้องตรวจสอบว่ามีการวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากบนระเบียงหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักเกินกว่าที่ออกแบบไว้
และประการสุดท้าย ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการต่อเติมโครงสร้างระเบียงในภายหลังหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเดิม
ลงพื้นที่พบ "จุดยึดน้อย-ใช้เหล็กเส้นกลม"
ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบซากอาคารในช่วงค่ำวันเกิดเหตุ ศ.ดร.อมร ระบุว่า พบข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญของการพังถล่ม
จากการตรวจสอบพบว่า จุดยึดระหว่างพื้นระเบียงกับตัวอาคารมีจำนวนไม่มาก และใช้เหล็กเส้นกลมเป็นวัสดุยึดเหนี่ยว ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะน้อยกว่าเหล็กข้ออ้อยที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ส่งผลให้ความแข็งแรงของจุดยึดอาจไม่เพียงพอ
ดังนั้น สาเหตุของการพังถล่มครั้งนี้จึงอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการเสื่อมสภาพของอาคารเก่า การเกิดสนิมในเหล็กเสริม และการมีจุดยึดที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเมื่อประกอบกับลักษณะโครงสร้างแบบยื่น จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการพังถล่ม
เร่งตรวจสอบโครงสร้างที่เหลือ-อาคารข้างเคียง
ศ.ดร.อมร เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารหลังดังกล่าวในส่วนที่ยังเหลืออยู่ เพื่อประเมินว่ามีความเสียหายต่อโครงสร้างหลักหรือไม่ และยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบอาคารข้างเคียงที่มีรูปแบบการก่อสร้างลักษณะเดียวกัน เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเกิดเหตุซ้ำรอยได้ หากมีปัญหาการเสื่อมสภาพของโครงสร้างในลักษณะเดียวกัน
อาคารเก่าในกรุงเทพฯ ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่
ศ.ดร.อมร ระบุว่า กรุงเทพมหานครมีอาคารเก่าจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองชั้นใน หลายแห่งมีอายุมากกว่า 50-100 ปี แม้จะเป็นอาคารไม่สูงมาก แต่ส่วนยื่นของอาคาร เช่น ระเบียงและกันสาด มักเป็นจุดอ่อนสำคัญ เนื่องจากเป็นโครงสร้างคอนกรีตที่มีน้ำหนักมาก และบางครั้งยังถูกใช้เป็นพื้นที่วางสิ่งของเพิ่มเติม
ตามหลักวิศวกรรม อาคารมีอายุการใช้งานจำกัด โดยทั่วไปประมาณ 50-60 ปี หลังจากนั้นวัสดุก่อสร้างจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทั้งคอนกรีตและเหล็กเสริม โดยเฉพาะอาคารที่ก่อสร้างในอดีตซึ่งใช้วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ยังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน เช่น คอนกรีตกำลังรับแรงต่ำ หรือการใช้เหล็กเส้นกลมผิวเรียบที่มีแรงยึดเกาะน้อยกว่าเหล็กข้ออ้อย
เมื่อวัสดุเหล่านี้เผชิญสภาพอากาศ แดด ฝน และความชื้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงเกิดการเสื่อมสภาพและการกัดกร่อนจากสนิมได้ง่าย
สรุป 5 ปัจจัยเสี่ยงโครงสร้างส่วนยื่นพังถล่ม
จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่ผ่านมา สามารถสรุปปัจจัยเสี่ยงสำคัญได้ 5 ประการ ได้แก่
- อาคารมีอายุเกินอายุการใช้งาน วัสดุเสื่อมสภาพและเกิดสนิม
- เป็นโครงสร้างยื่นที่มีจุดยึดเพียงด้านเดียว
- จำนวนจุดยึดไม่เพียงพอ หรือจุดยึดไม่มีความแข็งแรง
- มีการวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากบนโครงสร้าง
- มีการต่อเติมอาคารโดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัย
สำหรับกรณีอาคารบนถนนพระราม 4 คาดว่าปัจจัยหลักน่าจะมาจากข้อ 1-3 เป็นสำคัญ ส่วนประเด็นการต่อเติมยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม
เสนอ กทม. สำรวจอาคารอายุเกิน 50 ปีทั่วกรุง
ศ.ดร.อมร เสนอให้กรุงเทพมหานครเร่งจัดทำมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และกฎกระทรวงปี 2563 ที่เปิดทางให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการกับอาคารที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลอาคารเก่าที่มีอายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะอาคารที่มีโครงสร้างยื่น เช่น ระเบียงและกันสาด การตรวจประเมินความแข็งแรงของอาคารอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยนายช่างโยธา ผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาเข้าร่วมดำเนินการ รวมถึงการออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารซ่อมแซมหรือแก้ไขอาคารที่พบความเสี่ยง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
เหตุการณ์ระเบียงกันสาดถล่มบนถนนพระราม 4 ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และอาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงปัญหา "อาคารเก่าเสื่อมสภาพ" ที่กำลังกลายเป็นภัยเงียบของคนเมือง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนเกิดความสูญเสียซ้ำอีกในอนาคต






