thansettakij
thansettakij
แผ่นดินไหวขนาด 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ คลื่นความถี่สูง อาคารเตี้ยมีความเสี่ยง

แผ่นดินไหวขนาด 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ คลื่นความถี่สูง อาคารเตี้ยมีความเสี่ยง

08 มิ.ย. 69 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 69 | 05:47 น.

สมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย ประเมินแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ที่ฟิลิปปินส์ ระยะทางสั้น คลื่นความถี่สูง มีผลต่ออาคารเตี้ยไม่เกิน 5 ชั้น ต่างจากแผ่นดินไหวระยะไกลจากเมียนมา ถึงไทย ตึกสูงใน กทม.ได้รับแรงสั่นสะเทือน

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวระยะใกล้ ทำให้เกิดคลื่นความถี่สูง
  • คลื่นความถี่สูงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออาคารเตี้ย โดยเฉพาะอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 5 ชั้น
  • ลักษณะแผ่นดินไหวนี้แตกต่างจากที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ ซึ่งมักเป็นแผ่นดินไหวระยะไกลที่กระทบอาคารสูง

จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ที่ชายฝั่งทิศตะวันตกของเกาะมินดาเนา ในประเทศฟิลิปปินส์ เช้าวันนี้ ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า แผ่นดินไหว ดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก

เนื่องจาก ฟิลิปปินส์ อยู่ในแนววงแหวนไฟ นอกจากนี้ แผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20-30 กม. เท่านั้น ซึ่งจัดเป็นแผ่นดินไหวระยะใกล้ ทำให้เกิดคลื่นความถี่สูง จึงมีผลต่ออาคารเตี้ยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอาคารที่สูงไม่เกิน 5 ชั้นได้มาก ดังจะเห็นได้จากมีอาคารเตี้ยถล่มเกิดขึ้นจากแผ่นไหวนี้

 

 

ทั้งนี้ ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า ลักษณะแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์ มีความแตกต่างจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นกับกทม. เมื่อปี 2568 เนื่องจากกรณีของ กทม. รอยเลื่อนที่มีผลกระทบ คือรอยเลื่อนสะกายในเมียนมา และ รอยเลื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีระยะห่างจาก กทม. หลายร้อยถึงพันกิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวระยะไกล คลื่นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นคลื่นยาว จึงทำให้อาคารสูงเสียหายมากกว่า

 

 

ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า สำหรับ กทม. ยังไม่ถือว่าปลอดภัยจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผ่นดินไหวระยะไกล เนื่องจาก กทม. ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อนที่ขยายคลื่นได้หลายเท่า ซึ่งมีผลต่ออาคารสูง ดังนั้น กทม. ควรมีการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความเสี่ยงอาคาร และควรพิจารณามาตรการเสริมความแข็งแรงอาคาร และการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนแผ่นดินไหวในอาคารสำคัญหรืออาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก