thansettakij
thansettakij
นับถอยหลังมาตรการโอน-ลดจำนองหมดอายุ วัดใจรัฐบาล ขยายอีก1ปี พร้อมชงข้อเสนอเพิ่มพยุงอสังหาฯ

นับถอยหลังมาตรการโอน-ลดจำนองหมดอายุ วัดใจรัฐบาล ขยายอีก1ปี พร้อมชงข้อเสนอเพิ่มพยุงอสังหาฯ

28 พ.ค. 69 | 11:18 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 69 | 11:24 น.

นับถอยหลังมาตรการโอน-ลดจำนองหมดอายุ วัดใจรัฐบาล ขยายอีก1ปี พร้อมชงข้อเสนอเพิ่ม 3มาตรการ +9ข้อ พยุงตลาดอสังหาฯ

KEY

POINTS

  • มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุออกไปอีก 1 ปี
  • มีข้อเสนอให้ขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมให้ครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา จากเดิมที่มีการจำกัดราคา เพื่อกระตุ้นตลาดในภาพรวม
  • ภาคเอกชนเสนอมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมระยะสั้นควบคู่กันไป ได้แก่ การขยายเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (MRR/MLR)
  • นอกจากนี้ยังมีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว 9 มาตรการ เพื่อสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทย

 

นับถอยหลังอีกเพียง 1 เดือน มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้ครัวเรือนสูง สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสต๊อกและกระตุ้นการตัดสินใจซื้ออย่างต่อเนื่อง

 

แม้มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ซื้อบ้านและช่วยประคองกำลังซื้อในช่วงที่ผ่านมา แต่ในมุมของภาคเอกชนยังมองว่า “ยังไม่เพียงพอ” ต่อการฟื้นตัวของตลาดในภาวะที่เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นยังเปราะบาง

หลายฝ่ายจึงจับตาว่า ภาครัฐจะต่ออายุมาตรการดังกล่าวออกไปหรือไม่ พร้อมเรียกร้อง “ยาแรง” เพิ่มเติม ทั้งมาตรการกระตุ้นสินเชื่อ ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV รวมถึงมาตรการภาษี เพื่อช่วยพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้

พร้อมฝากแนวทางการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

 นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่า ฝากแนวทางการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และข้อเสนอนโยบายภาครัฐมาตรการระยะสั้น 3 มาตการ และมาตรการะยะยาว 9 มาตรการเพื่อประคับประคองธุรกิจอสังหาฯ และผลักดันเศรษฐกิจไทยในระยะยาว จากปัญหาเขิงโครงสร้างอสังหาไทยใน 2 ด้าน

1.โครงสร้างรองรับความต้องการชาวต่างชาติระยะยาวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมการกำหนดสิทธิและหน้าที่ทางภาษี

2.โครงสร้างรองรับความต้องการคนไทยรุ่นใหม่ที่ถดถอยไม่สามารถซื้อบ้านได้ เนื่องจากขาดโครงสร้างรองรับ และโครงสร้างถาวรสนับสนุนจากภาครัฐที่เพียงพอ

3. มาตรการระยะสั้นเพื่อประคับประคองตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569

  • การต่อการยกเว้นมาตรการ LTV ต่ออีก 1 ปี (สิ้นสุด30มิ.ย.2570)
  • มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองบ้านทุกระดับราคาเป็นเวลา 1 ปี (สิ้นสุด30มิ.ย.2570)
  • การลดดอกเบี้ยที่แท้จริง MRR สำหรับประชาชน และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดรับหรือลดเท่ากันกับการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของกนง.

 

นอกจากนี้ยังมี 9 มาตรการและการวางโครงสร้างระยะยาวสำหรับอสังหาริมทรัพย์ไทย

1.มาตรการ LTV ในระยะยาวที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหายและเศรษฐกิจ

2. สัญญาเช่าไม่เกิน 60 ปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมจากชาวต่างชาติ เพื่อเข้ากองทุนสนับสนุนการ มีบ้านของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเป็นโครงสร้างถาวร

3.การจัดระเบียบการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของคนไทย ผ่าน พรบ.อาคารชุด และ พรบ.จัดสรร

4.สนับสนุน Mortgage Insurance สำหรับบ้านหลังแรกจากภาครัฐ เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดกลาง-ล่าง

5.การอนุมัติสินเชื่อตามความเสียงผู้กู้ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนในระดับกลาง-ล่างในการซื้อบ้าน

6.Debt Warehouse การใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ปัญหาหนีครัวเรือนและหนีนอกระบบของประชาชน

7.การใช้การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ MAN MADE ของไทย เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่ใช้ CASINO เช่น Health Care Centre / Education Hub / Amusement Park (Disney Land / Universal) ศูนย์ความบันเทิงด้านการกีฬา และการประชุมนานาชาติ โดยไม่มี CASINO

8.การสร้างมูลค่าเพิ่มอสังหาริมทรัพย์ของไทย จากการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่โครงการสิ้นสุดแล้วในเวลาที่กำหนด และริเริ่มการจัดเก็บ Windfall Tax จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มดังกล่าว

9.การลดขนาดที่ดินของบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ ให้สอดรับกับกำลังซื้อของประชาชน