
สูตรสำเร็จ ‘บ้านชาวไทย’ในสไตล์ เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์
สูตรสำเร็จ ‘บ้านชาวไทย’ในสไตล์ เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ โครงการ D:CODE SRI NAKARIN เป็นโลเคชันแรก โครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG ห้องชุดไซซ์ใหม่ “FRESHii” 25 ตร.ม. เอาใจนักศึกษา เริ่มผ่อน 4,500 บาท ต่อเดือน
KEY
POINTS
- นำเสนอโมเดลการซื้อที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ โดยสร้างเสร็จพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ไม่ต้องวางเงินดาวน์ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเปลี่ยนเงินค่าเช่ามาเป็นเงินผ่อนกับธนาคารได้โดยตรงเมื่อพร้อมเข้าอยู่
- ใช้จุดแข็งด้านทำเลที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอส และการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เพื่อควบคุมต้นทุนและเสนอขายในราคาที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้
- ประสบความสำเร็จสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา เพราะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า และช่วยลดภาระทางการเงินที่ซับซ้อนในยุคที่สถาบันการเงินเข้มงวด
ท่ามกลางจังหวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ “บ้าน” ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายใหญ่ของชีวิต กลับถูกตั้งคำถามโดยคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยเริ่มต้นทำงาน เมื่อรายได้ไม่สอดคล้องกับราคาที่อยู่อาศัย และภาระหนี้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นกว่าที่เคย
ในอีกมุมหนึ่ง แนวคิด “บ้านสำหรับทุกคน” กำลังถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง จากวิสัยทัศน์ของเจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 30 ปี ผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนทางรางสายแรกของไทย โดยต้องการผลักดันให้คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้จริง ไม่ใช่เพียงความฝันที่เลื่อนลอย
โมเดล “บ้านชาวไทย” จึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้าอสังหาริมทรัพย์ แต่คือความพยายามในการปรับสมดุลระหว่าง “ราคา” กับ “ความเป็นไปได้” ในยุคที่กำลังซื้อถูกบีบคั้น และสถาบันการเงินเข้มงวดมากขึ้น นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทั้งผู้พัฒนาและผู้ซื้อกำลังเผชิญร่วมกันแต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ โครงการบ้านชาวไทยกลับได้รับการตอบรับมากกว่าหลายเท่า
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นทันที เหตุใดโครงการนี้จึง สวนกระแสได้อย่างโดดเด่น โดยคำตอบหนึ่งที่ เจ้าสัวคีรี สะท้อนให้เห็น คือ การเข้าใจดีมานด์ที่แท้จริงของตลาด ในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย โครงการที่สามารถ ตอบโจทย์ความคุ้มค่า ได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านราคา ทำเล และศักยภาพการเดินทาง และ หัวใจของการเข้าถึง “ใจ” ของคนต้องการมีบ้าน คือช่วยให้คนลดภาระค่าใช้จ่ายจากหลายทางมารวมอยู่ในจุดๆเดียวคือผ่อนกับสถาบันการเงิน และนี่คือโครงการบ้านชาวไทยที่กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ทันที
นอกจากนี้อีกกลยุทธ์สำคัญ อยู่ที่การผสานจุดแข็งของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน เข้ากับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ ทำเลที่เชื่อมต่อสะดวก ลดภาระค่าเดินทางในระยะยาว จึงกลายเป็น มูลค่าแฝงที่ผู้ซื้อพร้อมตัดสินใจ แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย
ขณะเดียวกัน การตั้งราคาที่เข้าถึงได้จริง ไม่เกินกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ ขณะที่แบรนด์และความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการ ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจท่ามกลางความผันผวน
เจ้าสัวคีรี ถ่ายทอดสูตรสำเร็จของโครงการบ้านชาวไทยให้ “ฐานเศรษฐกิจ” ฟังว่า แนวคิดที่พัฒนาโครงการบ้านชาวไทย เกิดจากก่อนหน้านี้ได้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ ธนายง และโครงการ ธนาซิตี้ บนเนื้อที่ กว่า 1,500 ไร่ มาก่อน โดยผู้เป็นบิดา (มงคล กาญจนพาสน์) นักธุรกิจผู้บุกเบิกอาณาจักรธุรกิจทั้งในไทยและฮ่องกง ผู้ก่อตั้งบริษัท สตาร์ลักซ์ โฮลดิ้งส์ (Stelux Holdings) ผู้นำเข้านาฬิกา SEIKO ไฮไลต์สำคัญเป็นผู้สร้างรากฐานทางธุรกิจให้กับตระกูลกาญจนพาสน์โดยที่โดดเด่นและสร้างภาพจำมาถึงทุกวันนี้ คือ การพัฒนา “เมืองทองธานี” ซึ่งเป็นเมืองที่มีครบจบอยู่ในที่เดียว
เจ้าสัวคีรีเล่าว่า ในขณะที่คุณพ่อทำเมืองทองธานี ตัวเองต้องการทำธุรกิจลงทุนทางด้านอินฟราสตรัคเจอร์ โดยเลือกระบบราง ลงทุนระบบ จัดซื้อขบวนรถเองทั้งหมด ซึ่งมองว่าเป็นการสร้างโอกาสของคนให้เข้าถึงระบบขนส่งมวลชน และมีที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า
ดังนั้นรถไฟฟ้า BTS จึงเป็นเส้นทางธุรกิจหลักที่สร้างการเติบโต รับส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายปลายทางทุกราย กลายเป็นย่านที่เจริญในทุกๆที่ที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่าน แน่นอนว่าที่อยู่อาศัยสองฟากฝั่งย่อมมีราคาที่สูง ทำให้จุดประกายความคิดที่ว่าทุกคนต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง “ไม่ซื้อก็เช่า” ที่สำคัญคนต่างจังหวัด เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต้องการมาทำงาน ย่อมต้องมีที่อยู่อาศัย ทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ มีที่อยู่อาศัยได้และเดินทางสะดวกอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า
จึงเกิดโครงการ “บ้านชาวไทย” โดยพัฒนาเป็นรูปแบบคอนโดมิเนียม มองว่าสามารถขายได้ โดยพิจารณาทำเล และมูลค่าเป็นหลัก อีกประการคือกลยุทธ์ชนะใจผู้ซื้อ ในแบบฉบับของเจ้าสัวคีรีนั่นคือ ถ้าให้ผู้บริโภคต้องจอง โดยมีเงินดาวน์ และผ่อนกับโครงการอีกทาง ซึ่งผู้บริโภคจะสู้ไม่ไหว ยกตัวอย่างโดยอีก “มือ” จ่ายเงินดาวน์ และอีก “มือ” ต้องควักจ่ายค่าเช่าในเวลาพร้อมๆกัน ในทางกลับกันเจ้าสัวคีรี มีวิธีคิดอีกแบบ โดยจะก่อสร้างให้เสร็จพร้อมเข้าอยู่ มีเฟอร์นิเจอร์ให้พร้อม เพียงหิ้วกระเป๋าเข้าไปอยู่และผ่อนกับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในจุดเดียวเลย ซึ่งผู้บริโภคจะสะดวกกว่า
“ถ้าได้สิทธิก็เอาเงินเช่ามาเปลี่ยนมาเป็นเงินผ่อนกับธนาคาร เพียงอดใจรอ การก่อสร้างใช้เวลาไม่นาน กลางปี 2569 เริ่มก่อสร้าง และแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่สำหรับโครงการแรกที่ศรีนครินทร์ ต้นปีถึงกลางปี 2571”
เจ้าสัวคีรีมองว่าวิธีคิดแบบนี้เป็นการทำให้ผู้ซื้อมั่นใจว่า เขามีกำลังผ่อนกับธนาคารไหวและพร้อมที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง โดยไม่มีภาระผ่อนหลายทาง ในขณะที่ธนาคารก็ให้ความมั่นใจกับผู้กู้ทุกราย เพราะต้องการสนับสนุนให้มีบ้านเป็นของตนเอง เว้นแต่ว่าหากใครติดเครดิตบูโร อาจจะขอสินเชื่อไม่ผ่าน ดังนั้นก่อนทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคารต้องเคลียร์ตนเองให้พร้อมก่อน
"แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะซบเซามากแค่ไหน หากธนาคารสนับสนุน ผู้บริโภคมีอาชีพมั่นคง ไม่ติดเครดิตบูโร มั่นใจได้ว่า คุณสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้อย่างแน่นอน"
อีกหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการบ้านชาวไทยมีกระแสตอบรับที่ดี โดยมียอดจองสิทธิเข้ามาจำนวนมากถึง 3 เท่ากรณีของ ทำเลศรีนครินทร์ เจ้าสัวคีรี อธิบายว่า ก่อนทำโครงการบ้านชาวไทย ได้คิดอยู่ตลอดเวลา ว่าทำอย่างไร ให้ราคาจับต้องได้อยู่ในปัจเจกที่ผู้ซื้อยอมรับได้ ไม่หนักเกินไป
สำหรับทางออกที่สามารถ ทำราคาขายให้ถูกลง คือ กลุ่มบีทีเอส ได้เข้าร่วมทุนกับกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ร่วมทุนกับกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่เป็นพันธมิตร ประกอบกับการสะสมที่ดินแนวรถไฟฟ้า ทำให้เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้คนไทยมีบ้านตามเจตนารมณ์ที่เจ้าสัวคีรีตั้งใจไว้และแม้ว่าต้นทุนในขณะนี้จะปรับตัวสูงจากตัวแปรพลังงานที่มีผลพวงมาจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อแต่สำหรับเจ้าสัวคีรี ยืนยันว่าไม่มีการปรับราคาขึ้น เพราะทุกอย่างได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยเฉพาะความได้เปรียบของต้นทุน
“ทุกวันนี้ต้นทุนค่าก่อสร้าง ค่าขนส่งปรับตัวสูง ทำให้กำไรเหลือน้อยก็ต้องทำ คนเจอวิกฤตพร้อมกันแต่เรามองระยะยาวที่แตกต่างกัน เพียงขอให้คนมั่นใจ ทำให้มันตอบโจทย์ก่อน บีทีเอสมีธุรกิจหลากหลายแค่เริ่มต้นถ้าเราเข้าใจผู้ซื้อ และเห็นเขาได้บ้านเราก็มีความสุขแล้ว”
จากกระแสตอบรับที่ดี สำหรับโครงการบ้านชาวไทย เจ้าสัวคีรี มั่นใจว่าจะขยายโครงการ ใหม่ต่อเนื่องในหลายทำเล ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด ที่ประเมินว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจอีกมาก
เจ้าสัวคีรีทิ้งท้ายว่าเชื่อว่าบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงในชีวิต เป็นพื้นที่ของความสุข และเป็นรากฐานของครอบครัวที่เข้มแข็ง ซึ่งโครงการบ้านชาวไทย จะเข้ามาจุดประกายความฝันให้ชาวไทย เพราะเป็นโครงการฯ ที่ไม่ต้องมีเงินก้อน หรือเงินดาวน์ระหว่างการก่อสร้างเริ่มผ่อนกับธนาคารโดยตรงเมื่อโอนกรรมสิทธิ์ และไม่ต้องใช้เงินก้อนในการตกแต่งภายใน เพราะห้องได้รับการตกแต่งตามมาตรฐานไว้แล้ว
“ขอขอบคุณผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในตัวของผม รวมทั้งกลุ่มบริษัทบีทีเอส และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ ในวันนี้ ผมมั่นใจด้วยว่าสิ่งที่คุณจะได้รับจะมีคุณภาพ ด้วยการออกแบบการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ และระบบไฟฟ้าครบครัน”
สำหรับโครงการ D:CODE SRI NAKARIN เป็นโลเคชันแรกที่ได้เปิดตัวไป และล่าสุดกับโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG โลเคชันที่สองที่มีการเปิดตัวห้องชุดไซซ์ใหม่ “FRESHii” ขนาดประมาณ 25 ตร.ม. เอาใจนักศึกษา และผู้ที่ต้องการห้องขนาดกระทัดรัด ในราคาเริ่มต้น 1,299,000 ล้านบาท เริ่มผ่อน 4,500 บาท ต่อเดือน (โดยเงื่อนไขการผ่อนอาจเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคาร)
โดยกระบวนการคัดเลือก และจัดสรรสิทธิการจองฯ ดำเนินด้วยวิธีการคัดสรรผ่านโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ โดย 1 ท่านจะมีสิทธิจำนวน 1 สิทธิ ตามประเภทของห้องชุดที่ผู้สนใจได้เลือกในขั้นตอนการลงทะเบียนจอง (ประมาณ 30 ตร.ม., ประมาณ 45 ตร.ม. และประมาณ 60 ตร.ม.)
ทั้งแบบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ (Pet Friendly) และแบบไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง (Non-Pet Friendly) แบ่งเป็น ผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิ จำนวน 1 ราย ต่อ 1 หมายเลขจัดสรรสิทธิในแต่ละประเภทห้องชุดและผู้ได้รับการคัดเลือก (ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3) จำนวน 2 ลำดับ สำหรับหมายเลขการจัดสรรสิทธินั้น โดยหากผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิสละสิทธิ หรือเสียสิทธิ
เช่น ไม่ผ่านการพิจารณาความสามารถทางการเงิน ผู้ได้รับการคัดเลือก (ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3) ในหมายเลขจัดสรรสิทธิหมายเลขเดียวกัน จะได้รับจัดสรรสิทธิแทนผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิตามลำดับ ทั้งนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือก (ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3) ต้องผ่านการพิจารณาความสามารถทางการเงินและได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ที่กลุ่มบริษัทฯ กำหนดด้วย
ภายหลังการคัดเลือกและจัดสรรสิทธิ ผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิ และผู้ได้รับการคัดเลือก (ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3) จะต้องเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาความสามารถทางการเงิน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่โครงการกำหนด โดยโครงการจะแจ้งหลักเกณฑ์ และวิธีการให้ทราบในลำดับถัดไป
นี่คือสูตรสำเร็จ ของเจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ ที่ได้หลอมรวมไว้ภายใต้โครงการบ้านชาวไทย อย่างน่าจับตายิ่ง!!!







