
สต็อกคอนโด 3.7 แสนล้าน ลุ้นอานิสงส์รัฐปลดล็อก ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ 75%
รัฐบาลเล็งทบทวนหลักเกณฑ์-กฎหมายให้สิทธิ ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด จากเดิมไม่เกิน 49% เป็นไม่เกิน 75% เอกชนลุ้น สต็อกอาคารชุด หรือ คอนโดมิเนียม มูลค่ากว่า 3.7 แสนล้าน อาจได้อานิสงส์ไปด้วย
ประเด็นร้อนด้านอสังหาริมทรัพย์ หลังรัฐบาลเล็งทบทวนหลักเกณฑ์-กฎหมายให้สิทธิต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด จากเดิมไม่เกิน 49% เป็นไม่เกิน 75% และเปิดเช่าได้ไม่เกิน 99 ปี โดยล่าสุด สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร 0503/12790 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับทราบข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา เรื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอสังหาริมทรัพย์
โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุม ครม. ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมขอให้ กระทรวงมหาดไทย ศึกษาความเป็นไปได้ ดังต่อไปนี้
- การพิจารณาทบทวนการกำหนดระยะเวลาของทรัพย์อิงสิทธิ (เช่า) ตามพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ.2562 โดยกำหนดให้ทรัพย์อิงสิทธิมีกำหนดเวลาได้ไม่เกิน 99 ปี
- การพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิคนต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จากเดิมไม่เกิน 49% เป็นไม่เกิน 75% โดยอาจกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของนิติบุคคลอาคารชุด เช่น การจำกัดสิทธิการออกเสียงของคนต่างด้าวและนิติบุคคลต่างด้าวที่ได้เข้ามาถือกรรมสิทธิ์ในภายหลังจากที่เกินอัตราส่วน 49%
แม้ล่าสุด รองนายกฯ ภูมิธรรม ได้ออกมาชี้แจ้งว่า เป็นเพียงการให้ศึกษาความเป็นไปได้ว่าเหมาะสมหรือไม่หรือทีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการเร่งรัดศึกษา หาข้อสรุปความเป็นไปได้ ยังไม่มีการดำเนินการจัดการ เป็นเพียงการนำมติครม. มาดำเนินการและรายงานต่อครม.ต่อไปเท่านั้น
- ภูมิธรรม สั่งด่วน มท. รื้อกฎหมายเปิดต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 75%
- “ภูมิธรรม” ยันเปิดต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 75% แค่สั่งมหาดไทยศึกษา
- "อนุทิน" พร้อมแก้กฎหมายต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็น 75%
ทั้งนี้จากการตรวจสอบสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย ล่าสุด ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานผลสำรวจภาคสนามอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย สำหรับรายไตรมาส 1 ปี2567 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยสำรวจเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่น้อยกว่า 6 หน่วย ซึ่งพบว่า ในกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ทั้งแนวราบและอาคารชุด พบข้อมูลน่าสนใจ ดังนี้
ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2567 มีจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้าง 213,429 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,217,916 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 16.4% ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 36.5% เมื่อพิจารณาตามประเภทที่อยู่อาศัยจำนวนหน่วยบ้านจัดสรรเหลือขายเพิ่มขึ้น 12.8% และจำนวนหน่วยอาคารชุดเหลือขายเพิ่มขึ้น 22.3%
หากแยกเฉพาะจำนวนหน่วย และมูลค่าของอาคารชุดเหลือขาย พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2567 มีจำนวนอาคารชุดเหลือขายคงค้างกว่า 85,625 หน่วย คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 370,510 ล้านบาท
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ยังรายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2567 ด้วยว่า ตลาดอาคารชุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 2567 พบว่า หน่วยที่มีการเสนอขายอาคารชุด 91,565 หน่วย มูลค่า 397,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% และ 25.9% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับยอดขายได้ใหม่ของอาคารชุดที่เกิดในไตรมาส 1 ปี 2567 พบว่าจำนวน 5,940 หน่วย มูลค่า 27,207 ล้านบาท ลดลง -39% และ -24.5% ตามลำดับ
5 ทำเลที่มีหน่วยโครงการอาคารชุดที่มีขายได้ใหม่สูงสุด ประกอบด้วย
- อันดับ 1 โซนคลองหลวง จำนวน 1,057 หน่วย มูลค่า 1,794 ล้านบาท
- อันดับ 2 โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ จำนวน 487 หน่วย มูลค่า 1,472 ล้านบาท
- อันดับ 3 โซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด จำนวน 441 หน่วย มูลค่า 1,861 ล้านบาท
- อันดับ 4 โซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง จำนวน 439 หน่วย มูลค่า 1,692 ล้านบาท
- อันดับ 5 โซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด จำนวน 421 หน่วย มูลค่า 987 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทำเลที่มีหน่วยเหลือขายของอาคารชุดมาก ที่ควรจะต้องระมัดระวังเนื่องจากยังคงมีหน่วยเหลือขายที่มากติดอันดับ ต้น ๆ แม้ว่าบางพื้นที่จะมียอดขายและอัตราการดูดซับที่ดี ได้แก่
- อันดับ 1 โซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง จำนวน 10,588 หน่วย มูลค่า 43,059 ล้านบาท
- อันดับ 2 โซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด จำนวน 9,469 หน่วย มูลค่า 31,397 ล้านบาท
- อันดับ 3 โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ จำนวน 8,251 หน่วย มูลค่า 27,299 ล้านบาท
- อันดับ 4 โซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด จำนวน 6,293 หน่วย มูลค่า 16,121 ล้านบาท
- อันดับ 5 โซนลาดพร้าว-วังทองหลาง-บางกะปิ จำนวน 5,382 หน่วย มูลค่า 17,607 ล้านบาท






