
วัดใจนายกฯเคาะมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ได้จริงกี่ข้อ?
วัดใจนายกฯเคาะมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ได้จริงกี่ข้อวันที่ 22 มกราคม 2567 เคาะ ข้อไหนเป็นไปได้-ไม่ได้ จับตา สร้างบ้านบยที่ดินตนเอง ลดหย่อนภาษีอาจมีลุ้น แก้ไขข้อกำหนดบ้านจัดสรร ลดขนาดบ้าน ลดภาษีที่ดินอาจเป็นไปได้ยาก
KEY
POINTS
ข้อสรุป คณะทำงานพิจารณามาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯถึงมือนายกรัฐมนตรีวันที่22มกราคม2567 และเคาะข้อที่เป็นไปได้
เปิดต่างชาติเช่าที่ดินจาก30ปีเป็น50ปี /แก้ข้อกำหนดจัดสรร ลดขนาดบ้านลงแนวโน้มเป็นไปได้ยาก
7องค์กรอสังหาฯยื่นหนังสือถึงธปท.ขอใช้เกณฑ์LTV กระตุ้นกำลังซื้อ เพื่อนำมาสู่กระบวนการจัดแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ
กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง สำหรับมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับ8ข้อเสนอ 7องค์กรอสังหาริมทรัพย์ พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานพิจารณามาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นการด่วน เมื่อวันที่10 มกราคม2567 ให้ได้ข้อสรุปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากคณะทำงานฯว่า จะได้ข้อสรุป และถึงมือ นายกรัฐมนตรี วันที่ 22 มกราคม 2567 เพื่อ ให้นายกฯเคาะ ว่า ข้อไหนเป็นไปได้ ทั้งการพิจารณาเบื้องต้น ที่อาจลุ้นมีความเป็นไปได้ ได้แก่ กรณีสร้างบ้านบนที่ดินตนเอง ได้สิทธิ์ ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ล้านละ1หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน1แสนบาท และต้องเป็น สัญญาต้องติดอากรแสตมป์ (อ.ส.4)เพื่อยื่นเสียภาษีกับกรมสรรพากร
เพื่อให้ลูกค้าเข้าสู่ระบบตลาดรับสร้างบ้าน และกระตุ้นให้ ผู้ประกอบการเข้าเป็นสมาชิกของ ซึ่งจะผลักดันให้ ผู้บริโภค ไม่สั่งสร้างบ้านกับผู้รับเหมาทั่วไป และอาจมีผลเสียตามมา ซึ่งข้อดีนอกจากรัฐไม่เสียงบประมาณแล้วในทางกลับกันอาจมีรายได้เพิ่ม จากคนที่สนใจสร้างบ้านเพิ่มรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หาก มาตรการนี้ออกมาจะช่วยให้ตลาดรับสร้างบ้านเติบโตได้อีกมาก
ขณะเดียวกัน เกณฑ์ LTV (Loan to Value Ratio อัตราส่วนที่ธนาคารสามารถให้สินเชื่อได้ เมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ซื้อ) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยกเลิกไป ทำให้ปี2566 กำลังซื้อทั้งปีชะลอตัวและลุกลามมาถึงปีนี้
ข้อนี้ ต้องลุ้นว่า จะได้รับการพิจารณาจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)หรือไม่ เพราะมีการมองต่างมุมระหว่างภาคเอกชนกับธปท.และกระทรวงการคลัง ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวกับยังไม่ฟื้น แต่ล่าสุด 7องค์กรอสังหาฯได้ยื่นข้อเสนอต่อ ธปท.เพื่อขอความเห็นใจ อีกครั้งเพื่อนำมาสู่การพิจารณาจัดแพ็กเกจ มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯเมื่อไม่นานมานี้
ส่วนประเด็น ที่เป็นไปได้ยากคือ การดึงกำลังซื้อต่างชาติเช่าที่ดินไทยระยะยาว จาก30ปีเป็น 50ปี และ มีLong-term Visa ซื้อที่อยู่อาศัย10ล้านบาท ได้วีซ่า10ปี / ไม่เกิน 5ล้านบาท วีซ่า 4-5ปี เรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคง น่าจะมีความเป็นไปได้ยาก รวมถึง การขอแก้ไขข้อกำหนดสรรที่ดิน ของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกรณีลดขนาดบ้านลง เพื่อลดต้นทุนและเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย ได้แก่
บ้านเดี่ยวจากขนาด50ตารางวา ลดเหลือ 35ตารางวา
บ้านแฝดจาก35ตารางวาเหลือ 28ตารางวา
และทาวน์เฮ้าส์จาก16ตารางวาเหลือ14ตารางวา
เพราะอาจกระทบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง และต้องเสียเวลาแก้ข้อกฎหมายแต่ที่ภาคเอกชนอยากได้มากคือ ลดค่าโอนและจดจำนอง คลุมบ้านราคา5ล้านบาท ที่นายกฯมองว่าอยากจะให้ มองไปถึงกลุ่มระดับกลาง คือ ราคาบ้าน ระดับไม่เกิน10ล้านบาท เพราะกลุ่มไม่เกิน3ล้านบาท ไม่มีกำลังซื้อและสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ แต่ข้อเสียคือ รัฐ อาจเสียรายได้ ซึ่งต้องลุ้นเพราะไม่ง่ายเช่นกัน
ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้คือ มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง50% ซึ่งเรื่องนี้ มีผลกระทบต่อรายได้ท้องถิ่น
งานนี้ต้องวัดใจนายกฯเศรษฐาว่า ยาแรงขนานแท้สำหรับกระตุ้นตลาดอสังหาฯ พอเอาเข้าจริงจะ ได้สักกี่ กี่ข้อ!!!







