อสังหาฯเขาใหญ่บูม“เพอร์เฟค”พลิกโฉมทุ่งนาสู่เมืองตากอากาศอิตาลี

03 ธันวาคม 2566

อสังหาฯเขาใหญ่บูม หลังโควิด “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค”พลิกทุ่งนา ทุ่งเลี้ยงวัว “เขาใหญ่”สู่เมืองตากอากาศอิตาลี ทำเลศักยภาพ ทางไปวังน้ำเขียวใกล้ คีรีมายา รับมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ราคาที่ดินพุ่งหลายเท่าตัว จากไร่ละ2ล้านพุ่งไร่ละ20ล้าน

 

การระบาดของโควิด-19 จุดประกายให้ “เขาใหญ่” กลับมา คึกคัก มีนักลงทุน เศรษฐี คนดัง ตบเท้าเข้าพื้นที่มองหาบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 อย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้ตลาดบ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่าหรูกลับมามีชีวิตชีวาสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับพื้นที่ ด้วยทำเลศักยภาพโอบล้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขาที่ทอดยาว ของ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” แหล่งมรดกโลก ทางธรรมชาติ ห่อหุ้ม ด้วยโอโซนบริสุทธ์ ติดอันดับ1ใน7ของโลก ทำให้ที่นี่ไม่เคยคลายมนต์ขลังห่างหายจากผู้คนและ ยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งรวม “เซเลบริตี้” ชั้นนำบที่ไม่มีที่ใดเทียบชั้นได้

ด้วยการคมนาคมสะดวกอยู่ไม่ไกลจาก กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน2 ชั่วโมง หากทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) บางปะอิน-นครราชสีมา เปิดให้บริการเต็มรูปแบบจะช่วยร่นระยะเวลาเดินทางสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น ปัจจุบันมีดีเวลลอปเปอร์เข้ามาพัฒนาโครงการหรูกันมากท่ามกลางราคาที่ดินขยับสูง

เช่นเดียวกับ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)  หรือ PF  บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย เปิดตัว “เบลล่า เดลมอนเต้ ครีก วัลเล่ย์”  วิลล่าตากอากาศระดับลักชัวรี เฟสใหม่ภายใต้แนวคิด “Creek Valley” วิลล่าติดทะเลสาบรุ่นใหม่ ระดับราคาตั้งแต่ 28 ล้านบาทไปจนถึง 159 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จ โครงการเฟสแรก “เบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่” 

ที่โควิดไม่สามารถทำอะไรได้ในทางกลับกัน มีลูกค้ากระเป๋าหนักให้ความสนใจจับจองกันมาก ในเวลาอันรวดเร็วบนทำเลศักยภาพถนนเส้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณแยกถนนธนะรัชต์ ทางไปวังนํ้าเขียว หรือถนนทางหลวงชนบท สาย 3052 (วังนํ้าเขียว - ปากช่อง) ที่รายล้อมไปด้วย โครงการลักชัวรีชั้นนำอย่าง คีรีมายา เขาใหญ่ ทอสกาน่าเขาใหญ่ รวมถึง ค่ายสัมมกรมาเปิดโครงการหรูในทำเลเดียวกัน 

บรรยากาศภายในโครงการ

ที่ดินรอพัฒนาเฟสสอง

 

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการคีย์แมนคนสำคัญของ PF ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทได้ซื้อที่ดินเมื่อช่วง 6 ปีก่อน เนื้อที่ 180 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียง200เมตร  ซึ่งที่ดินแปลงนี้ เดิมทีเคยเป็นทุ่งนา ชาวบ้านพาวัวมาเลี้ยงอยู่เป็นประจำทุกวันเมื่อเห็นแล้วรู้สึกประทับใจนอกจากวิวสวยแล้ว  ที่โชคดีมากกว่าคือมีธารนํ้า เล็กๆ  ธรรมชาติไหลเอื่อย ผ่านกลางแปลงที่ดิน ความยาว 12 เมตร เรียกว่า “ครีก”ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญ

โดยพื้นที่จะเหมือนกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นายวงศกรณ์เคยไปมา หลับตานึกภาพนั่นคือเมืองตากอากาศแสนสวยริมทะเลสาบโคโม่ (LakeComo) ประเทศอิตาลี ทะเลสาบขนาดใหญ่เป็นแนวยาว บ้านเรียงรายสวยและ แพง บ้านที่เป็นตำนานของผู้ที่มีชื่อเสียงมีคนดังระดับโลกมาอยู่รวมกันอย่าง “เดวิด เบ็คแฮม” ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการลูกหนัง 

 ทำให้เกิดแรงบันดาลใจจาก  LakeComo มาพัฒนาที่เขาใหญ่  เพราะนอกจากมีบรรยากาศแห่งขุนเขาแล้วต้องสร้างความแตกต่างด้วยการมีทะเลสาบ ดังนั้นจึงกลับมา พลิกผืนนา เริ่มจากขุด ทะเลสาบขึ้นมา ให้บรรยากาศใกล้เคียงกับเมืองพักตากอากาศที่อิตาลี พัฒนาวิลล่าระดับลักชัวรี ริมคุ้งนํ้าในเฟสแรก

"ครีก" ลำธารธรรมชาติ ไหลผ่านกลางแปลงที่ดิน จุดขายบ้านหรูริมน้ำ

ช่วงที่พัฒนา นายวงศกรณ์ เล่าว่าเป็นจังหวะที่โควิดระบาดทำให้กังวลใจว่าโครงการจะขายได้หรือไม่ แต่ปรากฏว่า ขายดีมีสะท้อนว่าคนหนีโรคร้ายและโหยหาธรรมชาติมากขึ้นลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแพทย์ สังเกตว่า บ้านติดทะเลสาบกลับขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนว่าผู้อยู่อาศัยชื่นชอบบ้านติดนํ้า และล้วนเป็นบ้านระดับราคาสูงแทบทั้งสิ้น เมื่อบ้านติดทะเลสาบ  ขายหมดได้ขุดทะเลสาบเพิ่มต่อเนื่องเพื่อรองรับกลุ่มกำลังซื้อดังกล่าวนายวงศกรณ์ยอมรับว่า ครั้งนั้นโควิดมาหลายกิจการปิดตัวแต่สำหรับ โครงการ “เบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่” เฟสแรก กลับขายได้ 1,000 ล้านบาทจากจำนวน 30 ยูนิต มูลค่า 1,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 56 ไร่

 

วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต

ทั้งนี้การขุดทะเลสาบขึ้นเอง ต้องเหมือนจริงตามธรรมชาติ เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการ ขณะเดียวกัน ทุกอย่างทำด้วยใจ รักโดยไม่ถวิลหากำไร สถาปัตยกรรมต้องแตกต่าง วัสดุที่ใช้ต่างไปจากโครงการบ้านจัดสรรทั่วไปที่กรุงเทพฯ พื้นที่ใช้สอยต้องเว่อร์ เกิน พอดีห้องทำงานไม่มี  เพราะมองว่า ไม่ต้องทำงานใน 365 วัน คนที่จะมาใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้ต้องมาเพื่อพักผ่อนจริงๆ

 เมื่อถามว่าที่ดินที่ซื้อมาเมื่อ 6 ปีก่อน ราคาสูงมากน้อยแค่ไหนนายวงศกรณ์ อธิบายว่า ราคาที่ดินช่วงนั้น เริ่มแพงแต่ไม่มากเท่าปัจจุบัน โดยราคาที่ซื้อมาไร่ละ 2 ล้านบาทเมื่อมาลงทุนพัฒนาถมดินราคาอยู่ที่ ไร่ละ 15-20 ล้านบาทโดยราคาซื้อขายที่ดิน ปัจจุบันค่อนข้างสูงและหายาก กรณีที่ดินยังไม่พัฒนาราคาอยู่ที่ 10 ล้านบาทต่อไร่ ขณะถนนธนะรัชต์ ราคาจะสูงกว่านี้มาก และมีการแข่งขันสูง  เมื่อเทียบกับถนนเส้นอุทยานฯ โดยเฉลี่ยที่ดินในโครงการของบริษัทราคาแปลงละ 6.1-8 หมื่นบาทต่อตารางวา ส่วนบ้านหากลูกค้าพร้อมจึงค่อยสั่งสร้างแต่ต้องเป็นแบบที่กำหนดไว้ 

หากย้อนไปในอดีต ดีเวลลอปเปอร์ เข้ามาพัฒนาโครงการ ที่เขาใหญ่ยุคแรก เป็นภาพของคาวบอย  อย่างโชคชัยฟาร์ม  สไตล์อเมริกาจากนั้น ในยุคหลังเป็นบรรยากาศอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์  สไตล์ยุโรป มีความอ่อนโยนเรียบหรู เช่นเดียวกับ บริษัทเลือกพัฒนาในสไตล์ อิตาลี สำหรับโครงการแบ่งออกเป็น 3 เฟส เฟสแรก มูลค่า 1,500 ล้านบาท เฟสสอง 1,600ล้านบาท ส่วนเฟสสาม แนวบ้านพักตากอากาศเช่นเดิม ซึ่งมูลค่าจะสูงขึ้นมาก

 

บรรยากาศในโครงการ

อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าบ้านหลังที่ 2 ที่เลือกจะอยู่ริมทะเลบ้านหลังที่ 3 คือเชิงเขา ซึ่งทำเลเชิงเขา อันดับหนึ่งคือเขาใหญ่ เพราะเดินทางสะดวกใกล้กรุงเทพฯ ขณะกาญจนบุรี ราชบุรีมีความคล้ายกับเขาใหญ่แต่มีความดิบมากกว่าหลายคนอาจไม่ชื่นชอบ ขณะเชียงใหม่ ต้องระยะทางไกล เดินทาง ต้องใช้เครื่องบิน ทำให้เขาใหญ่คือจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของการพักผ่อน

นายวงศกรณ์สะท้อนภาพเขาใหญ่  ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำเลดังกล่าวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นทำเลยอดนิยมในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ที่ต้องการบ้านพักตากอากาศหรูใกล้กรุงเทพฯ ในบรรยากาศขุนเขาที่มีอากาศบริสุทธิ์ตลอดทั้งปี  เขาใหญ่ยังได้รับความสนใจมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา

ที่จะช่วยร่นระยะเวลาทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว และเปิดให้บริการบางส่วนปลายเดือนธันวาคมนี้  ข้อดี “เบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่” อยู่ใกล้จุดขึ้นลงมอเตอร์เวย์โคราชเพียง 5 นาที อยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่  ในทำเลที่มีทิวทัศน์ภูเขาสวยงามเป็นลำดับต้นๆ ของโครงการบ้านในทำเลเขาใหญ่ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านพักตากอากาศที่เชื่อมต่อสัมผัสกับธรรมชาติได้โดยตรง โดยเฉพาะบ้านริมนํ้า

สำหรับเฟสใหม่  “เบลล่า เดล มอนเต้ ครีก วัลเล่ย์” ขนาดพื้นที่ 55 ไร่ จำนวน 24 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท  รองรับดีมานด์บ้านตากอากาศ ติดนํ้าวิวเขาด้วยบริบทใหม่ ภายใต้แนวคิด “Creek Valley” ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้มีลำธารนํ้าตกและมีลำธารไหลผ่านบ้าน ทุกหลังเป็นบ้านบนเนิน เพื่อให้เห็นทัศนียภาพของภูเขาและลำธารได้โดยไม่บังวิวกัน 

พักผ่อนวิวธรรมชาติ  กลางขุนเขาใหญ่

ขณะที่ยังคงเสน่ห์ของบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบกว้าง  จุดเด่นของเฟสใหม่คือวิลล่าส่วนใหญ่กว่า 80% อยู่ติดนํ้า ทั้งติดทะเลสาบหรือติดลำธาร ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากของลูกค้า โครงการยังเพิ่มพื้นที่สวนให้มากขึ้นถึง 3 เท่า เพื่อให้สภาพแวดล้อมโปร่งโล่ง บ้านทุกหลังมีระยะห่างเหมาะสม สามารถชมทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม และยังมีสวนกลางแจ้งสำหรับตั้งแคมป์ เพื่อให้ความรู้สึกพักผ่อนอย่างแท้จริง

นี่คืออีกหนึ่ง โครงการวิลล่าระดับลักชัวรี แนวคิด “Creek Valley” ที่ยกเมืองตากอากาศ อิตาลี มาไว้กลางขุนเขาใหญ่  ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน !!