
เฟรเซอร์สฯ ปักธงผู้นำตลาดอาคารสำนักงาน 2.6 แสนตร.ม.การันตรี “WiredScore”
เฟรเซอร์สฯปักธงผู้นำตลาดอาคารสำนักงานดัน 2.6 แสนตร.ม. ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แนวคิด ESG การันตรี มาตรฐาน “WiredScore”
แนวโน้มความต้องการอาคารสำนักงาน แนวคิด ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) รวมไปถึงความยั่งยืน และ ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) กลาย เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่า ที่มีอยู่ราว 5.8 ล้านตร.ม. ในไทย โดยสัดส่วนประมาณ 20% ล้วนเป็นอาคารใหม่ที่ผ่านการรับรองการเป็นอาคารสีเขียวแล้วแทบทั้งสิ้น
ภายใต้ตลาดที่ชะลอตัวลงในฝั่งของซัพพลาย อันเนื่องมาจาก ภายในปี 2569 จะมีซัพพลายใหม่ๆ ที่ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จ ทะลักเข้ามาเติมอีก 1.7 ล้านตร.ม. อีกทั้ง การขยายตัวของอัตราค่าเช่ายังทำได้จำกัด เพราะกลุ่มเป้าหมายบริษัทขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ลดทอนพื้นที่เช่าน้อยลง จากเหตุผลเศรษฐกิจ และขาลงในธุรกิจบางประเภท
อย่างไรก็ดี อาจเป็นข้อยกเว้น สำหรับพื้นที่ให้เช่าของอาคารเกรด A ซึ่งโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้ง ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เดินทางสะดวก สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ทันสมัย พร้อมทั้งมีไลฟ์สไตล์รองรับพนักงาน พบยังคงมีความแข็งแกร่ง ด้วยเม็ดเงินและการโยกย้ายเข้ามาตั้งสาขาธุรกิจในไทยของบริษัทข้ามชาติต่างๆ ในยามที่ ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะ ไทย เป็น Safe-Zone การลงทุน แต่นั่นมาพร้อมกับโจทย์ท้าทาย เมื่อความต้องการด้านเทคโนโลยี-ดิจิทัลของผู้เช่ามาแรง อาคารสำนักงานในไทยจะปลดล็อกอย่างไร
อาคารสำนักงานไทยเนื้อหอม
“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์ ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอสังหา ริมทรัพย์ โดยมีบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) หรือ FPCT ภายใต้แบรนด์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในตลาดอาคารสำนักงาน ผ่านมุมมองของ นายวิทวัส คุตตะเทพ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายโครงการเชิงพาณิชยกรรม
ผู้ถือครองพื้นที่ 5 อาคารดัง ได้แก่ ปาร์คเวนเซอร์ อีโคเพล็กซ์, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์, สามย่านมิตรทาวน์,สาทรสแควร์ และ สีลมเอจ รวม 2.6 แสนตร.ม. ด้วยอัตราการเช่าอาคารเฉลี่ย 93% โดยนับเป็นหน่วยธุรกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้พอร์ตอสังหาฯ ครบวงจร ราว 15-20% ต่อปี ผสานรวมกลุ่มธุรกิจโรงแรม,พื้นที่ค้าปลีกเติมเต็มให้กับกลุ่มธุรกิจโครงการที่พักอาศัย และอินดัสเทรียล (คลังสินค้าและโลจิสติกส์)
นายวิทวัส ยอมรับ ปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานในไทย มีการแข่งขันที่น่าสนใจ จากการเข้ามาของซัพพลายใหม่ๆ อีกนับหลักล้านตร.ม.ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะอาคารที่เปิดใช้งานแล้วก็มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อดึงให้ลูกค้าเก่าพึงพอใจเช่าพื้นที่ต่อในระยะยาว
สำหรับโอกาสของตลาดนั้น มาจากลมเปลี่ยนทิศแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของฝั่งสหรัฐและยุโรปถดถอย ทำให้ เอเชีย กลายเป็นดาวเด่นในแง่การลงทุนใหม่ โดยเฉพาะไทย ที่ค่าครองชีพถูกได้เปรียบกว่าหลายประเทศ พบขณะนี้บริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ เริ่มมองหาที่ตั้งสำนักงานในไทย ด้วยต้นทุนค่าเช่าที่น่าดึงดูดกว่า ขณะมาตรฐานอาคาร และการบริหารจัดการผู้เช่าเชื่อประเทศไทยไม่เป็นรองใคร โดยปัจจุบัน ทั้ง 5 อาคารของบริษัท มีลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติหลากหลาย และเป็นที่สนใจของกลุ่มธุรกิจ IT, กลุ่มการผลิต, การเงิน, ประกันภัย, สายการบิน, โลจิสติกส์ แล อสังหาฯ เป็นต้น
WiredScore มาตรฐานอาคารดิจิทัล
ทั้งนี้ ปัจจัยความสำเร็จ นอกจากความโดดเด่นของ 1.ทำเลที่ตั้ง 2. แบรนด์ดิ้ง 3.ราคา-ขนาดพื้นที่ตอบโจทย์ และ 4.มาตรฐานอาคารแล้ว ล่าสุด เฟรเซอร์สฯ ได้ปลดล็อก ตลาดอาคารสำนักงานไทยไปอีกขั้น และคาดว่าจะเป็นการยกระดับวงการให้เข้าสู่มาตรฐานความเป็นสากล และจะทำให้อาคารสำนักงานของไทย โดดเด่นในกลุ่มบริษัทนานาชาติมากขึ้น
นายวิทวัส เผยว่า ปัจจุบัน ทั้งอาคารปาร์คเวนเชอร์- เอฟวายไอ เซนเตอร์ และสามย่านมิตรทาวน์ ได้ผ่านการการันตีจาก “WiredScore” ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ระดับสากล นอกเหนือจาก มาตรฐาน LEED, อาคารประหยัดพลังงาน และ อาคาร Well being โดยจะได้รับต่อเมื่อผ่านการประเมิน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
ความสามารถในการเชื่อมต่อ (Connectivity), ความพร้อมในการให้บริการเชื่อมต่อ (Readiness), โครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure) และนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งภาพรวมใช้ในการรับรองว่า อาคารดังกล่าว มีมาตรฐานเชื่อมต่อทางดิจิทัลระดับสากล มีเทคโนโลยีทันสมัย และความยืดหยุ่นสูง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
“ทั้ง 3 อาคาร ของเฟรเซอร์ส ได้รับรอง WiredScore เป็นรายแรกในไทย โดยปาร์คเวนเชอร์ฯ ผ่านในระดับ Platinum ทั้งๆทั้งหมด เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 6-11 ปี สะท้อนถึงคุณภาพของอาคาร และผู้นำในธุรกิจอาคารสำนักงาน”
นอกจากนี้ FPCT ยังมีอาคารอีก 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการประเมิน คือ อาคารสาทรสแควร์ และอาคารสีลมเอจ ซึ่งคาดว่าจะประเมินแล้วเสร็จภายในปีนี้ด้วย
รองรับผู้เช่าอาคารยุคดิจิทัล
ความสำเร็จข้างต้น สะท้อนถึงการมอง “ลูกค้า” เป็นสำคัญโดยในมุมของผู้บริหาร FPCT ยังระบุว่า พฤติกรรมผู้ใช้งานอาคาร และ เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งอาคารเหล่านี้ นอกจากต้องคงความทันสมัยแล้ว ยังต้องมีความหยืดหยุ่นต่อความต้องการด้านเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดีด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เช่า ครอบคลุมประสิทธิภาพของสัญญาณดิจิทัลภายในอาคาร อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การออกแบบโครงสร้างให้สามารถรองรับผู้ให้บริการได้หลายราย
เพื่อให้ผู้เช่าอาคารมีทางเลือกในการใช้บริการ ตลอดจนมีเครือข่ายสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน พร้อมยังรักษามาตรฐานการให้บริการด้วยการตรวจสอบความแรงของสัญญาณโทรศัพท์ทั่วทั้งอาคารอยู่เสมอ และติดตั้งหน่วยกระจายสัญญาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทุกการเชื่อมต่อทั่วทั้งอาคาร นอกจากนั้น ทุกอาคารยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมและปลอดภัยจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น
“มาตรฐานใหม่ๆจะถูกนำมาใช้ในอาคารสำนักงานมากขึ้น นอกจากผู้เช่าให้ความสำคัญกับพนักงาน มองหาอาคารที่เป็นมิกซ์ยูส มีรีเทล โรงแรมรองรับไลฟ์สไตล์พนักงานแล้ว มาตรฐานในงานระบบดิจิทัล นวัตกรรม ที่จะทำให้บริษัทเขาเชื่อมต่อกับภาย นอกได้อย่างเสถียร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข้ามแดน เป็นมิติใหม่ที่จะสำคัญทั้งปัจจุบันและอนาคต”
ทั้งนี้ ภายใต้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ “ทีซีซี กรุ๊ป” เจ้าของโครงการ อสังหาฯชั้นนำ วัน แบงค็อก พื้นที่ 1.8 ล้านตร.ม. และมีพอร์ตที่ดินเป็นจำนวนมาก บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนในอสังหาฯโดยเฉพาะ
มิกซ์ยูส อาคารสำนักงาน อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยจะประเมินจากความพร้อมของบริษัทและสถานการณ์ของตลาด และใช้ความเป็นต้นแบบอาคารผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยรักษาความเป็นผู้นำของตลาดต่อไป







