
AIS เปิด SME Growth Playbook เจาะอินไซด์การเติบโตเอสเอ็มอีไทย 4 กลุ่ม
เจาะอินไซด์ธุรกิจเอสเอ็มอีไทย 4 แบบ: SME Growth Playbook จาก AIS เจาะข้อมูล 3,000 ราย ชี้ช่องว่างรายได้ 44 เท่า
KEY
POINTS
- AIS เปิดตัว SME Growth Playbook จากการศึกษาธุรกิจ 3,000 ราย พบว่ามี SME เพียง 20% ที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง 3 ปี
- ผลการศึกษาได้จำแนกธุรกิจ SME ออกเป็น 4 กลุ่มตามอัตราการเติบโตและความผันผวนของรายได้ เปรียบเสมือน "นักวิ่ง" 4 ประเภท
- นักวิ่ง 4 ประเภทประกอบด้วย นักวิ่งมาราธอน (เติบโตสูง-มั่นคง), นักวิ่งลมกรด (เติบโตสูง-ผันผวน), นักวิ่งลู่วิ่ง (เติบโตต่ำ-มั่นคง), และนักวิ่งบาดเจ็บ (เติบโตต่ำ-ผันผวน)
AIS Infinite SMEs ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ AIS Business, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดผลศึกษา SME Growth Playbook วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ 3,000 ราย จากคลังข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD Data Warehouse) ย้อนหลังปี 2563–2568 ร่วมกับแบบสำรวจผู้ประกอบการ 212 ราย ผลพบว่าธุรกิจที่มีรายได้เติบโตต่อเนื่องครบ 3 ปี มีเพียง 20% ของกลุ่มตัวอย่าง ขณะที่ช่องว่างรายได้ ระหว่างกลุ่มสูงสุดกับกลุ่มต่ำสุดห่างกันมากกว่า 44 เท่า
การศึกษาจัดกลุ่มธุรกิจด้วยอัตราการเติบโตคู่กับความผันผวนของรายได้ เปรียบเทียบ SME เป็นนักวิ่ง 4 ประเภท ได้แก่ นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งลมกรด นักวิ่งลู่วิ่ง และนักวิ่งบาดเจ็บ
สรุปตัวเลขสำคัญ
- ฐานข้อมูล ธุรกิจ 3,000 ราย จาก DBD Data Warehouse ครอบคลุมข้อมูลรายได้ย้อนหลังปี 2563–2568 ประเภทธุรกิจ และวันที่จดทะเบียนบริษัท ร่วมกับแบบสำรวจเชิงลึกจำนวน 62 คำถาม ที่ครอบคลุมความมิติด้านเทคโนโลยีและ AI การลงทุน และปัจจัยที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งทำการสำรวจ15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ 212 ราย
- ความต่อเนื่องของรายได้ เพียง 20% ของกลุ่มตัวอย่างมีรายได้เติบโตต่อเนื่องครบ 3 ปี, 40% เติบโต 2 ปีแล้วรายได้ลดลง, 40% เติบโตเพียงปีเดียวแล้วลดลง หรือ ไม่เติบโตเลย
- ค่ากลางรายได้ของกลุ่มตัวอย่าง 258 ล้านบาทต่อปี (median คือค่าที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก)
- ช่องว่างของรายได้ กลุ่มรายได้สูงสุด 20% มีรายได้เกิน 1,545 ล้านบาทต่อปี กลุ่มรายได้ต่ำสุด 20% ต่ำกว่า 35 ล้านบาทต่อปี ห่างกันมากกว่า 44 เท่า
- สัดส่วนของ SME 4 กลุ่ม นักวิ่งมาราธอน 23.5% / นักวิ่งลมกรด 29.0% / นักวิ่งลู่วิ่ง 25.1% / นักวิ่งบาดเจ็บ 22.4%
- อุปสรรคการลงทุนเทคโนโลยีและ AI คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ได้ และทักษะของทีมงานยังไม่พร้อม
ขอบเขตและนิยามที่ใช้ในการศึกษา
นิยาม “เอสเอ็มอี” (SME) และ วิธีคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้ เลือกจากฐานสมาชิกบริษัทที่มีการได้รับการสนับสนุนจากโครงการด้านนวัตกรรม โดยเป็นข้อมูลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) หรือ ข้อมูลจากฐานสมาชิกของพันธมิตรอื่นๆ ของ AIS Infinite SMEs
ข้อควรทราบในการเปรียบเทียบ: ตามกฎกระทรวงที่กำหนดลักษณะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจขนาดกลางในภาคการผลิตมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี และภาคการค้าและบริการไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อปี กลุ่มตัวอย่างของการศึกษานี้มีค่ากลางรายได้ 258 ล้านบาทต่อปี และกลุ่มรายได้สูงสุด 20% เกิน 1,545 ล้านบาทต่อปี จึงมีธุรกิจส่วนหนึ่งที่มีรายได้สูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว ตัวเลขทั้งหมดในรายงานนี้ จึงเป็นค่าของกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งประเทศ
เอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่โตได้ แต่โตไม่ต่อเนื่อง
ดร.ศรีหทัย พราหมณี (Dr. Srihathai Prammanee) ผู้จัดการโครงการ AIS Infinite SMEs บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AIS จัดทำ SME Growth Playbook เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจสถานะธุรกิจของตนเอง และนำข้อมูลไปวางแผนการเติบโต โดยผลศึกษาพบว่า ธุรกิจในกลุ่มตัวอย่างเพียง 20% มีรายได้เติบโตต่อเนื่องครบ 3 ปี อีก 40% เติบโตได้ 2 ปีแล้วรายได้ลดลง และอีก 40% เติบโตเพียงปีเดียวแล้วลดลงหรือไม่เติบโตเลย
ตัวเลข 20% นี้ บอกเราว่าปัญหาของผู้ประกอบการไทยไม่ใช่แค่การเริ่มโตไม่ได้ แต่คือการรักษาการเติบโตไว้ไม่ได้
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังเผชิญข้อจำกัดในการวางแผนลงทุนเทคโนโลยีและ AI ทั้งในด้านการคำนวณผลตอบแทนและความพร้อมของบุคลากร
AIS Infinite SMEs เริ่มทำงานกับกลุ่มเทคเอสเอ็มอี (Tech SMEs) และขยายไปสู่ธุรกิจดั้งเดิมและกิจการที่ผู้ประกอบการรุ่นสองหรือรุ่นสามเข้ามารับช่วง ทำให้เห็นว่าธุรกิจแต่ละกลุ่มมีเงื่อนไขการเติบโตแตกต่างกัน ทั้งขนาดรายได้ อายุธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรม และการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ
ผู้ประกอบการจึงต้องประเมินก่อนว่าธุรกิจของตนอยู่ตรงไหน มีความสามารถสร้างรายได้เพียงใด และรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพื่อเลือกแนวทางปรับตัวให้เหมาะสม แทนการใช้แผนธุรกิจแบบเดียวกันกับทุกกิจการ
ช่องว่างรายได้ระหว่างธุรกิจห่างกันมากกว่า 44 เท่า
ผลศึกษาธุรกิจ 3,000 รายพบว่า กลุ่มที่มีรายได้สูงสุด 20% มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1,545 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำสุด 20% อยู่ต่ำกว่า 35 ล้านบาท เป็นช่องว่างมากกว่า 44 เท่า ส่วนค่ากลาง (median) ของรายได้ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ 258 ล้านบาทต่อปี โดยค่ากลางหมายถึง ค่าที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก ซึ่งต่างจากค่าเฉลี่ยที่อาจถูกดึงให้สูงขึ้น ด้วยธุรกิจขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย
ด้านความต่อเนื่องของรายได้ พบว่า 20% เติบโตติดต่อกัน 3 ปี ส่วนอีก 40% เติบโต 2 ปีแล้วรายได้ลดลง และ 40% เติบโตเพียงปีเดียวแล้วลดลง หรือ ไม่เติบโตเลย
ช่องว่างรายได้ระหว่างธุรกิจห่างกันมากกว่า 44 เท่า
ดร.ศรีหทัยกล่าวว่า ความแตกต่างของตัวเลขทำให้ผู้ประกอบการต้องระบุตำแหน่งและขนาดธุรกิจของตนเองให้ชัดเจน การใช้ข้อมูลภาพรวมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์การวางแผน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งยังขาดแผนสำรองสำหรับรับมือเมื่อรายได้เปลี่ยนแปลง
จัดกลุ่มด้วยอัตราการเติบโตคู่กับความผันผวน
การศึกษานำอัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate — CAGR) ตั้งแต่ช่วงปี 2563–2568 มาพิจารณาร่วมกับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation — SD) ของอัตราการเติบโตของรายได้รายปี ซึ่งใช้วัดว่าการเติบโตนั้นสม่ำเสมอหรือเหวี่ยงขึ้นลง
การที่ใช้สองค่านี้คู่กันเป็นจุดสำคัญ เพราะธุรกิจสองรายอาจมี CAGR เท่ากัน แต่รายหนึ่งโตอย่างสม่ำเสมอ ส่วนอีกรายโตแรงสลับกับปีที่รายได้ตก ซึ่งต้องใช้แผนรับมือต่างกัน
จากนั้นจัดกลุ่มธุรกิจด้วยวิธี K-Means Clustering ซึ่งเป็นวิธีทางสถิติที่จับธุรกิจที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไว้ในกลุ่มเดียวกัน โดยตั้งเป็นสมมุติฐานที่อัตราการเติบโตของเงินเฟ้อคิดที่ 3% เข้ามาคำนวณในการตัดค่า K-Means ผลออกมาเป็นเปรียบเทียบ SME เป็นนักวิ่ง 4 ประเภท ได้แก่ นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งลมกรด นักวิ่งลู่วิ่ง และนักวิ่งบาดเจ็บ
4 ประเภทของ SME: คำนวณโดยการตัดค่า K-Means เปรียบเทียบ SME เป็นนักวิ่ง 4 ประเภท ได้แก่ นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งลมกรด นักวิ่งลู่วิ่ง และนักวิ่งบาดเจ็บ
นักวิ่งมาราธอน: สร้างรายได้แหล่งที่สองตั้งแต่ธุรกิจยังแข็งแรง
รายได้ที่คาดการณ์ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการตัดสินใจและวางแผนลงทุน แนวทางสำหรับกลุ่มนี้คือเริ่มสร้างรายได้แหล่งที่สองและขยายตลาดใหม่ก่อนที่ธุรกิจหลักยังแข็งแรง ไม่ใช่รอให้ธุรกิจหลักมีปัญหาก่อน โดยวางแผนล่วงหน้า 12–18 เดือน อ้างอิงทั้ง CAGR และ SD แทนการดูยอดขายปัจจุบันเพียงอย่างเดียว
อีกเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันคือพัฒนาบุคลากรให้พร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI
ข้อควรระวังของกลุ่มนี้มีสองข้อ ข้อแรกคือการลงทุนมากเกินความพร้อมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ข้อที่สองคือการหยุดพัฒนาคนเพราะเห็นว่าผลการดำเนินงานในปัจจุบันยังดีอยู่
กลุ่มนักวิ่งมาราธอน (Marathoner) มีสัดส่วน 23.5% เป็นธุรกิจที่เติบโตสูง มีเสถียรภาพสูง และความผันผวนต่ำ
นักวิ่งลมกรด: คุมต้นทุนคงที่ให้อยู่รอดในปีที่รายได้ตก
กลุ่มนักวิ่งลมกรด (Sprinter) มีสัดส่วนมากที่สุดคือ 29.0% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นธุรกิจที่เติบโตสูง แต่มีเสถียรภาพต่ำและความผันผวนสูง ค่ากลางรายได้อยู่ที่ 228 ล้านบาทต่อปี ค่ากลางของอัตราการเติบโตแบบทบต้นอยู่ที่ 17.7% ต่อปี ซึ่งสูงที่สุดในสี่กลุ่ม แต่ขณะเดียวกัน 37% ของธุรกิจกลุ่มนี้มีรายได้ลดลงในปีล่าสุด
ลักษณะสำคัญของกลุ่มนี้คือพึ่งพารายได้จากโครงการเป็นหลัก และมีฐานลูกค้าที่สร้างรายได้ต่อเนื่องไม่แข็งแรงพอ
แนวทางปรับตัวคือเปลี่ยนงานที่เป็นรายได้ครั้งเดียวให้เป็นสัญญาต่อเนื่อง เช่น บริการดูแลบำรุงรักษา รวมถึงขยายฐานลูกค้าผ่านพันธมิตรและรูปแบบธุรกิจใหม่
ด้านการควบคุมต้นทุนคงที่ Playbook แนะนำให้อ้างอิงรายได้ในปีที่แย่ที่สุด โดยรักษาต้นทุนคงที่ให้อยู่ต่ำกว่ารายได้ในปีนั้น แทนการใช้รายได้เฉลี่ยเป็นฐาน เพราะการเพิ่มค่าใช้จ่ายประจำในปีที่ธุรกิจดีอาจกลายเป็นภาระเมื่อรายได้ลดลง
สำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ Playbook แนะนำให้พิจารณารูปแบบสมาชิก และหลีกเลี่ยงการพึ่งรายได้จากโครงการครั้งเดียว รวมถึงไม่เพิ่มช่องทางขายออนไลน์มากเกินความพร้อมขององค์กร
กลุ่มนักวิ่งลมกรด (Sprinter) มีสัดส่วนมากที่สุดคือ 29.0% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นธุรกิจที่เติบโตสูง แต่มีเสถียรภาพต่ำและความผันผวนสูง
นักวิ่งลู่วิ่ง: ทบทวนโครงสร้างลูกค้าก่อนธุรกิจชะลอ
กลุ่มนักวิ่งบนลู่วิ่ง (Treadmill Runner) มีสัดส่วน 25.1% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นธุรกิจที่เติบโตต่ำ แต่มีเสถียรภาพสูงและความผันผวนต่ำ ซึ่งมีค่ากลางของอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ -3.0% ต่อปี มีค่ากลางรายได้ 324 ล้านบาทต่อปี กระแสเงินสดแข็งแรง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต หรือ เป็นกิจการที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 30 ปี
ดร.ศรีหทัย ตั้งข้อสังเกตจากค่าสถิติว่า ความเสี่ยงของกลุ่มนี้คือ แม้ธุรกิจมีความมั่นคงแต่เติบโตได้จำกัด เสถียรภาพของกลุ่มนี้อาจไม่ได้มาจากการบริหารที่ดีขึ้น แต่อาจเกิดจากการที่ธุรกิจไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
“ความนิ่งไม่ใช่ความมั่นคงเสมอไป บางครั้งมันคือสัญญาณว่าเราหยุดเปลี่ยนตัวเองมานานแล้ว” ดร.ศรีหทัย กล่าวเสริม
แนวทางสำหรับกลุ่มนี้คือ ทบทวนโครงสร้างลูกค้าโดยดูสัดส่วนระหว่างลูกค้าใหม่กับลูกค้าเดิม ใช้พันธมิตรช่วยขยายช่องทางตลาด และรักษาสมดุลระหว่างราคากับต้นทุน ขณะเดียวกันต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อ และรักษาธุรกิจหลักไว้ระหว่างที่หาโอกาสเติบโตเพิ่มเติม
กลุ่มนักวิ่งบนลู่วิ่ง (Treadmill Runner) มีสัดส่วน 25.1% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นธุรกิจที่เติบโตต่ำ แต่มีเสถียรภาพสูงและความผันผวนต่ำ
นักวิ่งบาดเจ็บ: รักษากระแสเงินสดก่อนเร่งธุรกิจ
กลุ่มนักวิ่งบาดเจ็บ (Injured Runner) มีสัดส่วน 22.4% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นธุรกิจที่เติบโตต่ำ มีเสถียรภาพต่ำ และความผันผวนสูง ค่ากลางรายได้อยู่ที่ 110 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต่ำที่สุดในสี่กลุ่ม ค่ากลางของอัตราการเติบโตแบบทบต้น -8.8% ต่อปี พบมากในธุรกิจการค้า และมีปัญหากระแสเงินสด
แนวทางสำหรับกลุ่มนี้คือ รักษากระแสเงินสดไว้ก่อน และหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา
สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ อุตสาหกรรมที่ธุรกิจอยู่กำลังหดตัว หรือลูกค้ากำลังย้ายออกจากกิจการ เพราะสองกรณีนี้ต้องใช้วิธีแก้ต่างกัน หากอุตสาหกรรมหดตัว ทางออกคือเปลี่ยนเกมส์ธุรกิจหรือหาตลาดใหม่ แต่หากลูกค้าย้ายออก ปัญหาอยู่ที่ตัวกิจการเองและต้องแก้ที่คุณค่าที่ส่งมอบ
Playbook แนะนำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือพันธมิตรเพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหา และย้ำว่าไม่ควรเร่งเริ่มสิ่งใหม่ในจังหวะที่ยังไม่รู้สาเหตุ
กลุ่มนักวิ่งบาดเจ็บ (Injured Runner) มีสัดส่วน 22.4% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นธุรกิจที่เติบโตต่ำ มีเสถียรภาพต่ำ และความผันผวนสูง
ธุรกิจของคุณเป็นนักวิ่งแบบไหน
ผู้ประกอบการสามารถประเมินกลุ่มของตนเองได้จากข้อมูลรายได้ย้อนหลังที่มีอยู่แล้ว ด้วย 4 ขั้นตอน
• รวบรวมรายได้รวมรายปีย้อนหลังอย่างน้อย 3-5 ปี จากงบการเงินของกิจการ
• คำนวณอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) ด้วยสูตร: CAGR = (รายได้ปีล่าสุด ÷ รายได้ปีแรก) ยกกำลัง (1 ÷ จำนวนปีที่ห่างกัน) แล้วลบด้วย 1
• คำนวณอัตราการเติบโตของรายได้ในแต่ละปี แล้วหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ของชุดตัวเลขนั้น เพื่อดูว่าการเติบโตสม่ำเสมอหรือเหวี่ยง
• นำค่า CAGR และ SD ที่คำนวณได้ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์อ้างอิง ได้แก่ อัตราการเติบโตของเงินเฟ้อและค่าความเบี่ยงเบนของประเทศหรือกลุ่มตัวอย่าง เพื่อประเมินว่า ธุรกิจเรามีอัตราการเติบโตและความผันผวนสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้เห็นว่า เราถูกจัดอยู่ในกลุ่ม SME แบบไหน
SME สามารถประเมินกลุ่มของตนเองได้จากการคำนวณ “อัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR)” และ “ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)” ของรายได้
ลงทุน AI ต้องคำนวณผลตอบแทนได้และเตรียมคนให้พร้อม
ดร.ศรีหทัยกล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมีเงินทุนพร้อม แต่ยังติดขัดในการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนเทคโนโลยีและ AI ทำให้ไม่ชัดเจนว่าจะเลือกลงทุนอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ
นอกจากนั้น จากแบบสำรวจเชิงลึก ยังพบอีกหนึ่งความท้าทายคือ ช่องว่างด้านความสามารถระหว่างเจ้าของกิจการกับพนักงาน เจ้าของมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ทีมงานอาจยังขับเคลื่อนงานได้ไม่ทัน การนำเทคโนโลยีมาใช้จึงต้องพัฒนาทักษะบุคลากรให้สอดคล้องกัน
การขยายช่องทางออนไลน์ก็ต้องพิจารณาความพร้อมของทีมเช่นกัน แนวทางที่แนะนำคือทำช่องทางหลัก ให้แข็งแรงและพัฒนาคนควบคู่กัน ก่อนเพิ่มช่องทางให้มากขึ้นตามความสามารถในการบริหารจัดการ
สำหรับการสนับสนุนผู้ประกอบการ AIS Infinite SMEs ใช้ 3 แนวทาง ได้แก่ Connect Technology เชื่อมต่อเทคโนโลยีให้เหมาะกับระดับธุรกิจ Connect Market เชื่อมโยงโอกาสเข้าถึงตลาด และ Connect Partner ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเติมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่ผู้ประกอบการต้องการ
ระยะถัดไป ศึกษาต่อจากรายได้สู่ความสามารถทำกำไร
ดร.ศรีหทัย กล่าวว่า SME Growth Playbook ฉบับนี้เป็นการศึกษาระยะแรก โดยใน 2570 และปีถัดๆไป มีแผนเพิ่มฐานข้อมูลให้ครอบคลุมมากขึ้น และขยายการศึกษาจากรายได้ไปสู่ความสามารถในการทำกำไร
ประเด็นที่จะศึกษาเพิ่มเติมครอบคลุมต้นทุนดำเนินงาน ต้นทุนบุคลากรและทักษะ AI รวมถึงรูปแบบการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ ทั้งผู้ก่อตั้งธุรกิจและผู้รับช่วงกิจการ ตลอดจนความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการรุ่นพ่อแม่กับรุ่นปัจจุบัน
ข้อมูลจะครอบคลุมธุรกิจการค้า บริการ และการผลิต โดยนำมาวิเคราะห์ร่วมกับความพร้อมด้านเทคโนโลยีและ AI การลงทุน และปัจจัยที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อจัดทำแนวทางที่ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ได้ตามสถานะของตนเอง
ดาวน์โหลด SME Growth Playbook
ทุกคนสามารถดาวน์โหลด SME Growth Playbook จากการศึกษาแรก ฉบับเต็ม ได้ฟรี ที่ AIS
หรือ ติดตามความโครงการหรือหลักสูตรต่างๆสำหรับ SME เพิ่มเติมได้ที่โครงการ AIS Infinite SMEs







