thansettakij
thansettakij
สกพอ. เร่งพัฒนาคน ปั้นแรงงานยุคใหม่ ผลสัมฤทธิ์ EEC พร้อมดึงลงทุนอุตสาหกรรมขั้นสูง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สกพอ. เร่งพัฒนาคน ปั้นแรงงานยุคใหม่ ผลสัมฤทธิ์ EEC พร้อมดึงลงทุนอุตสาหกรรมขั้นสูง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

05 ธ.ค. 68 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ธ.ค. 68 | 10:33 น.

ในโลกที่เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง การพัฒนาคนให้ “พร้อมทำงานจริง” ไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงการศึกษาอีกต่อไป แต่เป็น “ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ” ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของไทยในทศวรรษหน้า และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC คือ พื้นที่ที่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าการสร้างคนตรงความต้องการอุตสาหกรรม สามารถดึงการลงทุน สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนได้จริง


เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. (EECO) ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชม และติดตามผลสัมฤทธิ์จากการพัฒนาทักษะบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ได้ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศการลงทุนด้านการยกระดับทักษะบุคลากรและการศึกษา (EEC Model) ในพื้นที่ EEC ตามหลักการ Demand Driven Human Resource Development เพิ่มทักษะและประสิทธิภาพของแรงงาน สามารถทำงานได้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างบุคลากรตรงกับความต้องการอุตสาหกรรมเป้าหมาย ช่วยสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนจากทั่วโลก เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC มากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงการลงทุนไปสู่การพัฒนาพื้นที่และชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันโมเดลนี้ได้ผลิตบุคลากรแล้วกว่า 118,691 คน และตั้งเป้าว่าในปี 2568 จะผลิตเพิ่มอีกกว่า 24,000 คน เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรใน 5 คลัสเตอร์หลัก ซึ่งต้องใช้แรงงานสูงถึงกว่า 156,000 คน ในช่วงปี 2568–2572 แบ่งเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัล รวม 66,600 คน อุตสาหกรรมบริการ 50,600 คน อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต รวม 20,403 คน อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ รวม 10,857 คน และอุตสาหกรรม BCG รวม 8,419 คน

ผลิตช่างอากาศยาน - คนคือแรงดึงดูดการลงทุนด้านการบิน 

จุดแรกของการลงพื้นที่ คือ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ สถาบันอาชีวศึกษาไทย 1 ใน 5 แห่ง ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ให้เป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน และได้ร่วมกับ สกพอ. พัฒนาศูนย์เครือข่ายการพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมอากาศยาน ภายใต้แนวทาง EEC Model Type A ที่เอกชนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมดและรับนักศึกษาเข้าฝึกงานในสถานประกอบการ

โดยมุ่งสร้างบุคลากรสายเทคนิคในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมอากาศยาน โลจิสติกส์ และธุรกิจการบิน เป็นการเตรียมความพร้อมในการเป็นช่างเทคนิคและช่างซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีทักษะสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบินและการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่กำลังเติบโตในพื้นที่อู่ตะเภาและ EEC อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่เอกชนลงทุน 100% เพื่อสร้างบุคลากรของตนเอง

สะท้อนชัดว่า “คน” คือปัจจัยชี้ชะตาความสำเร็จของธุรกิจ และคือแม่เหล็กสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเลือกพื้นที่ EEC โดยที่ผ่านมา วิทยาลัยฯ สามารถผลิตบุคลากรด้านการบินสาขาช่างอากาศยานได้ 28 คนต่อปี สาขาธุรกิจการบิน 20 คนต่อปี และสาขาผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน 20 คนต่อปี รวมผลิตบุคลากรจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในสาขาอากาศยานแล้ว 143 คน 

สร้างบุคลากรท่องเที่ยวคุณภาพสูง สู่ตลาด High-value Tourism

จากอุตสาหกรรมการบิน ได้เดินทางต่อไปยัง Tourism Innovation Lab (TIL) ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาแรงงานด้านท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน ผ่านการบ่มเพาะบุคลากรและสร้างนวัตกรรมการบริการ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (High-value and Medical Tourism) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC จุดเด่นของศูนย์คือมีห้องปฏิบัติการจำนวนกว่า 19 ห้อง ครอบคลุม 6 กลุ่มอาชีพท่องเที่ยว เช่น ห้องฝึกทดลองปฏิบัติด้านการโรงแรม ห้องปฏิบัติการสายการบิน หรือ Airline Services ห้อง Streaming Live สด ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกใช้ทักษะในสถานการณ์เสมือนจริงและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย สามารถพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวสมัยใหม่และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น

ปั้นคนเมคคาทรอนิกส์ - เมืองอัจฉริยะเริ่มจากคนเก่งเทคโนโลยี

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการลงพื้นที่ คือการเยี่ยมชมศูนย์ ENMEC - EEC Networking of Mechatronics Excellence Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ศูนย์พัฒนาคนด้านเมคคาทรอนิกส์ ออโตเมชั่น หุ่นยนต์ และ Smart Factory ศูนย์นี้จัดการเรียนการสอนทั้ง Type A (เอกชนสนับสนุนค่าใช้จ่าย 100%) และ Type B (หลักสูตรระยะสั้น รัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่าย 50 : 50) โดยมีห้องปฏิบัติการที่จำลองสายการผลิตจริง ตั้งแต่หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เครื่อง CNC จนถึงระบบ Smart Factory Simulator

ผลงานชัดเจนของโมเดลนี้คือ การผลิตนักศึกษา Type A เข้าสู่ตลาดแรงงานได้กว่า 130 คนในปี 2567 และอีก 145 คนในปี 2568 พร้อมรายได้สูงและมีงานทำทันที ขณะที่ฝั่ง Type B มีผู้เข้าอบรมกว่า 3,519 คน จากบริษัทในพื้นที่หลายสิบแห่ง ซึ่งสะท้อนความต้องการแรงงานด้านระบบอัตโนมัติระดับสูงของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC

Content Lab เมืองพัทยา - จุดเริ่มต้น Soft Power และอาชีพใหม่ของเด็กไทย

อีกตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาคนในมิติใหม่ คือ Content Lab ของโรงเรียนเมืองพัทยา 11 ที่กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สกพอ. ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ 25 รายการ เพื่อใช้ในการผลิตคอนเทนต์ดิจิทัล รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากเมืองพัทยา ร่วมสมทบงบประมาณเพื่อให้เยาวชนได้ใช้ ห้องปฏิบัติการและสตูดิโอในการเรียนรู้และผลิตผลงานดิจิทัลคอนเทนต์อย่างมืออาชีพ ทั้งการเขียนบท การกำกับ การถ่ายภาพ และการตัดต่อ โดยผลงานของนักเรียนถูกนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่ EEC ต่อไป

หลักสูตรภาพยนตร์ที่นี่เป็นแบบ Active Learning เน้นการเขียนบท ถ่ายทำ กำกับ และตัดต่อ ซึ่งทำให้นักเรียนจำนวนมากค้นพบพรสวรรค์ของตนเอง และสามารถใช้ผลงานใส่เป็น Portfolio เพื่อเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำได้แล้วหลายราย

โครงการนี้จึงไม่เพียงสร้าง “คนเก่งสื่อ” แต่ยังก่อให้เกิด Soft Power ใหม่ของเมืองพัทยา และเชื่อมโยงกับการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
 

คน คือหัวใจของ EEC - และคืออนาคตของเศรษฐกิจไทย

หัวใจของการพัฒนาคนใน EEC คือ EEC Model  ระบบผลิตกำลังคนที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของอุตสาหกรรมจริง (Demand-Driven Education) ซึ่งเปลี่ยนจากการสอนแบบเดิมมาเป็นการ “ร่วมกันออกแบบ” ระหว่างสถานศึกษา ภาครัฐ และผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตรงกับงานที่รออยู่ในตลาดแรงงานทันที โมเดลนี้ช่วยลดช่องว่างทักษะ (Skill Gap) ที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ทำให้ทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่การบิน หุ่นยนต์ ดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงการท่องเที่ยวคุณภาพสูง สามารถวางแผนกำลังคนได้ล่วงหน้าและมั่นใจว่ามีบุคลากรพร้อมรองรับการขยายกิจการในอนาคต

โดยปัจจุบัน EEC Model แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ Type A ที่ผู้ประกอบการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 100% ร่วมออกแบบหลักสูตรกับสถานศึกษา และรับนักศึกษาที่จบเข้าเป็นพนักงานทันที ทำให้ผู้เรียน “เรียนฟรี-มีงานทำ-รายได้สูง” อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ Type B คือหลักสูตรระยะสั้นเพื่อ Reskill-Upskill แรงงานในระบบ ให้ทันเทคโนโลยีใหม่ โดยรัฐและเอกชนร่วมลงทุน 50:50 ส่วน Type C เป็นการพัฒนาทักษะเฉพาะทางแบบเร่งด่วนสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ที่ต้องการแรงงานจำนวนมากทันที 

ทั้งหมดนี้ คือชิ้นส่วนสำคัญของภาพใหญ่ ที่กำลังทำให้ EEC กลายเป็น “ศูนย์กลางการลงทุนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของภูมิภาค” EEC จึงไม่ใช่แค่พื้นที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือพื้นที่ที่สร้าง “อนาคตของคนไทย” อย่างเป็นระบบ และจับต้องได้ สะท้อนแนวคิดสำคัญของ สกพอ. คือ “การพัฒนาคน = การพัฒนาธุรกิจ = การพัฒนาพื้นที่และชุมชน” นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน