thansettakij
thansettakij
ชป.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา

ชป.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา

22 ม.ค. 67 | 08:39 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 67 | 08:42 น.

ชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา ย้ำบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันนี้ (22 ม.ค.67) ที่ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 12  เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท  ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล  รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17

โดยมี ดร.ธเนศร์  สมบูรณ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา   นายวัชระ  ไกรสัย  ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12  นายชุติมันต์  สกุลพราหมณ์    ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11   นายเสริมชัย    เซียวศิริถาวร   ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10   ตลอดจนผู้อำนวยการโครงการชลประทาน/โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ผู้อำนวยการส่วนและหัวหน้าฝ่าย ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม  

เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (22 ม.ค.67) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 56,242 ล้าน ลบ.ม. (74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 16,182 ล้าน ลบ.ม. (65% ของความจุอ่างฯ รวมกัน)  

กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก รักษาระบบนิเวศ  การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศไปแล้วกว่า 9,870  ล้าน ลบ.ม. (46%)

เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 3,228  ล้าน ลบ.ม. (53%)  ปัจจุบันทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 7.44 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 128 ของแผนฯ  เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 5.22 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 173 ของแผนฯ 

ทั้งนี้ ได้จึงกำชับไปยังโครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคกลาง   และภาคตะวันออก บริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณน้ำในพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด  พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์ให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง  เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย  

รวมทั้งปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 66/67 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด  เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผน และเพียงพอไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้   ส่วนในพื้นที่ภาคใต้  กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า หย่อมความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จะแผ่ปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบน  

ซึ่งจะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีอากาศเย็นลง ลักษณะเช่นนึ้จะส่งผลให้ภาคใต้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น  จึงได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานที่ 16-17  เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด  จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือประจำจุดเสี่ยงพร้อมเข้าช่วยเหลือพื้นที่ได้ทันที   ตลอดจนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบได้อย่างทันท่วงที  เพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด