thansettakij
thansettakij
อุ้มชาวอีสานพ้นวิกฤติ “แล้ง-น้ำท่วม” ภัยซ้ำซาก

อุ้มชาวอีสานพ้นวิกฤติ “แล้ง-น้ำท่วม” ภัยซ้ำซาก

30 มี.ค. 66 | 03:43 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 66 | 03:50 น.

กรมชลประทานให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมในภาคประชาชนทุกภาคส่วน ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริง และนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เมื่อเอ่ยถึง จังหวัดยโสธรและจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็น 2 จังหวัดที่มีปัญหาอุทกภัยเกิดขึ้น จำนวน 7-15 ครั้งในรอบ 16 ปี ไม่ว่าจะเป็นน้ำล้นตลิ่ง พนังกั้นน้ำชำรุด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำต่ำริมลำน้ำยัง และบริเวณจุดบรรจบลำน้ำยังและแม่น้ำชีเกิดอุทกภัย ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหาย ขณะที่หน้าแล้งฝนทิ้งช่วง ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับใช้เป็นแห่งน้ำต้นทุน

จากปัญหาดังกล่าว “กรมชลประทาน” จึงได้มีโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่าง มี 3 โครงการงบประมาณลงทุน 1,825 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี (พ.ศ. 2567 - 2570) ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด 34 อำเภอ ประกอบด้วย จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ 

1. โครงการปรับปรุง/ขุดลอกลำน้ำยังโดยการขุดลอกลำน้ำยัง 2 ช่วง รวมระยะทาง 46 กิโลเมตร เพื่อรักษาอัตราการไหลในลำน้ำไม่ให้น้อยกว่า 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  และรื้อถอยฝายยางบ้านใหม่ชุมพรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณลำน้ำยัง และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในลำน้ำยังเพื่อการเกษตรและอุโภค-บริโภค 

2. โครงการผันน้ำน้ำยัง ดำเนินการปรับปรุงแก้มลิงธรรมชาติ 9 แห่ง และขุดลอกลำน้ำธรรมชาติ 1 สาย คือ ห้วยกุดปลาเข็ง พร้อมก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในลำน้ำสาขา 1 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำห้วยวังยาง ปรับปรุงคลองระบายน้ำ 4 สาย ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำยัง 1 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำบ้านดงแจ้ง ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำต่ำริมลำน้ำยัง และ 

3. โครงการแก้มลิงลุ่มต่ำน้ำนองถนนทางหลวง 2259 ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองวังหลวงตัดถนน 2259 จำนวน 1 แห่ง พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งทำให้สามรถเก็บกักชะลอน้ำในช่วงเกิดอุทกภัยสำหรับเป็นน้ำต้นทุนในการเพาะปลูกในพื้นที่แก้มลิง และยังสร้างความมั่นคงด้านแหล่งน้ำให้กับพื้นที่รับประโยชน์ท้ายน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยทดระดับน้ำในคลองวังหลวงให้สูงขึ้นทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงน้ำต้นทุนได้สะดวกขึ้น

นายวิทยา แก้มี รองอธิบดีฝ่าวิชาการ กรมชลประทาน ได้จัดกิจกรรมสื่อสัญจร และประชุมปัจฉิมนิเทศ “โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด” (9 มี.ค. 66) กล่าวย้ำระหว่างการลงพื้นที่ หากโครงการดังกล่าวพัฒนาตามแผนจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม ประมาณ 56,000 ไร่ คิดเป็นภาพรวมผลประโยชน์เฉลี่ยปีละประมาณ 70 ล้านบาท เพิ่มความมั่นคงด้านแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่เกษตรกรรมเดิมประมาณ 11,800 ไร่ และสามารถเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ใหม่ได้ประมาณ 15,000 ไร่ คิดเป็นผลประโยชน์เฉลี่ยปีละประมาณ 150 ล้านบาท บรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ให้กับระบบประปาหมู่บ้าน 9 แห่ง รวม 25 หมู่บ้าน 2,273 ครัวเรือ โดยช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำประมาณ 0.1 ล้านลบ.ม./ปี คิดเป็นผลประโยชน์ เฉลี่ยปีละประมาณ 1.3 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมในภาคประชาชนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริง และนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ไปจนถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งมิติวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการบริหารจัดการน้ำที่ดี