
สนง.ชลประทานที่ 9 เชื่อมโยงโครงข่ายน้ำทุกมิติ รับการเติบโต EEC
สนง.ชลประทานที่ 9 บริหารจัดการน้ำให้มีเสถียรภาพและเพียงพอต่อความต้องการใช้ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคในภาคครัวเรือน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ ในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม
โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC มีความสำคัญต่อการพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย โดยเป็นโอกาสในการเปิดประตูเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้มีการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคเพื่อเพิ่มศักยภาพให้พื้นที่มาโดยลำดับ
ทั้งนี้การบริหารจัดการน้ำให้มีเสถียรภาพและเพียงพอต่อความต้องการใช้ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคในภาคครัวเรือน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม ถือเป็นภารกิจหลักของสำนักงานชลประทานที่ 9 ที่ดูแลรับผิดชอบ 3 จังหวัด
โดยได้ประเมินความต้องการใช้น้ำในอนาคต และกำหนดแผนการทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และให้สามารถกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึงและ ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้ โดยใช้การเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 กล่าวว่า สำนักงานชลประทานที่ 9 จะดูแลรับผิดชอบเรื่องน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งในอดีตความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วนในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เฉพาะในพื้นที่ EEC มีการใช้น้ำเพื่อกิจกรรมในหลายด้าน ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ ซึ่งแต่ละภาคส่วนมีความต้องการใช้น้ำแตกต่างกันไป ทั้งนี้ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นในทุกกิจกรรม
ในส่วนของกรมชลประทานได้วางแผนเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และสังคม โดยได้มีการเร่งรัดในการพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อให้มีแหล่งน้ำต้นทุนอย่างเพียงพอ มีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีระบบโครงข่ายน้ำ ระบบสูบผันน้ำ และระบบสูบกลับต่าง ๆ รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตามแผนฯที่ทำไว้ถึงปี 2580 จะต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อีก 38 โครงการ เพื่อช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนได้อีกประมาณ 872 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปัจจุบันตามแผนงานตั้งแต่ปี 2560-2565 ทางกรมชลประทานได้รับงบประมาณในการดำเนินการไปแล้ว 21 โครงการ ในจำนวนนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว 11 โครงการ ได้น้ำเพิ่มประมาณเกือบ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร และอีก 10 โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังมีอีก 17 โครงการที่ต้องดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา จะมีกิจกรรมการใช้น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศที่สำคัญ ทั้งการควบคุมความเค็มของน้ำในแม่น้ำบางปะกง ซึ่งแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็สามารถควบคุมความเค็มของน้ำรุกเข้าพื้นที่ได้ตลอดทั้งปี ขณะที่ปัจจุบันน้ำจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่อยู่ในพื้นที่ EECก็สามารถที่จะนำมาช่วยในกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ EEC ได้ด้วย ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี






