thansettakij
thansettakij
เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าลุย “ไฮโดรเจน” กุญแจสำคัญสู่ Carbon Neutral 

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าลุย “ไฮโดรเจน” กุญแจสำคัญสู่ Carbon Neutral 

15 ธ.ค. 65 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ธ.ค. 65 | 16:14 น.

เชื้อเพลิงไฮโดรเจน เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญ ซึ่งเป็นความหวังในการช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก และในอนาคตอาจเข้ามาแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้เทคโนโลยีไฮโดรเจนได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงาน 

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าลุย “ไฮโดรเจน” กุญแจสำคัญสู่ Carbon Neutral 

 

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานครบวงจรมากว่า 30 ปี เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสนใจและเดินหน้าสู่การลงทุนด้านไฮโดรเจนอย่างจริงจัง ด้วยมองว่าไฮโดรเจนจะมีบทบาทสำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงาน (Energy Transition) เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ ราคาเริ่มเแข่งขันได้ มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ จนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียว (green hydrogen) ที่ไม่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 

 

ในช่วงที่ผ่านมา เอ็กโก กรุ๊ป จึงได้ร่วมกับพันธมิตรศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโอกาสทางธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการนำร่องผลิตไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิงที่โรงไฟฟ้า “คลองหลวง” จ.ปทุมธานี กำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ 

 

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าลุย “ไฮโดรเจน” กุญแจสำคัญสู่ Carbon Neutral 

 

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า เทคโนโลยีไฮโดรเจนจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจของเอ็กโก กรุ๊ป สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายระยะยาว ที่มุ่งบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2050 และเป้าหมายระยะกลาง มุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% และลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emission Intensity) ลง 10% ภายในปี 2030

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าลุย “ไฮโดรเจน” กุญแจสำคัญสู่ Carbon Neutral 

 

“โรดแมปการมุ่งสู่ Carbon Neutral ของเอ็กโก กรุ๊ป ครอบคลุมถึงการศึกษาและพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ โดยวันนี้เราขอโฟกัสไปที่เทคโนโลยีไฮโดรเจน เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่จะมาใช้ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จากเชื้อเพลิงหลักไปสู่พลังงานหมุนเวียน และพลังงานสะอาดได้อย่างสมบูรณ์ โดยขณะนี้กรีนไฮโดรเจนในตลาดโลกมีราคาลดลงอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมาก ก็เป็นการเร่งให้กรีนไฮโดรเจนมีความคุ้มค่ามากขี้น ดังนั้นโอกาสของกรีนไฮโดรเจนมาแล้ว” นายเทพรัตน์ กล่าว

 

เอ็กโก กรุ๊ป เดินหน้าลุย “ไฮโดรเจน” กุญแจสำคัญสู่ Carbon Neutral 

 

“ไฮโดรเจนมีหลากหลาย ช่วงแรกกรีนไฮโดรเจนอาจจะราคาสูง ตอนนี้จึงอาจจะใช้ไฮโดรเจนสีเทา ไฮโดรเจนสีน้ำตาลไปก่อน เพื่อให้ค่าไฟยังอยู่ในราคาที่แข่งขันได้ แต่ในอนาคตถ้าทุกคนไม่ยอมให้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ไฮโดรเจนก็สามารถดึงคาร์บอนไดออกไซด์เก็บไว้ ตัวนี้เรียกว่าเป็นไฮโดรเจนสีน้ำเงิน จะเห็นว่าการลงทุนไม่ว่าจะเป็นเซลล์เชื้อเพลิง หรือโรงไฟฟ้าที่ใช้ไฮโดรเจน จะเป็นการลงทุนที่รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากฟอสซิลไปสู่กรีน” นายเทพรัตน์ กล่าวเพิ่มเติม

 

โรงไฟฟ้า “คลองหลวง” จ.ปทุมธานี

 

ข้อมูลจาก EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า การผลิตไฮโดรเจนสามารถทำได้หลายกระบวนการและวัตถุดิบ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแตกต่างกันด้วย การผลิตไฮโดรเจนสามารถจำแนกออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ตามเชื้อเพลิงที่ใช้และการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตโดยจะจำแนกความแตกต่างด้วยชื่อที่เป็นสี ได้แก่

• บราวน์ไฮโดรเจน (Brown hydrogen) ผลิตโดยใช้ถ่านหินผ่านกระบวนการ coal gasification โดยบราวน์ไฮโดรเจนส่วนใหญ่จะผลิตในประเทศจีนเนื่องจากมีทรัพยากรถ่านหินปริมาณมาก ซึ่งการผลิตไฮโดรเจนด้วยวิธีนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนราว 16 กิโลกรัมต่อ 1 กิโลกรัมของไฮโดรเจนที่ผลิตได้

• เกรย์ไฮโดรเจน (Grey hydrogen) เป็นไฮโดรเจนที่ได้จากกระบวนการ steam reforming โดยใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันโดยกระบวนการผลิตนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนราว 9 กิโลกรัมต่อ 1 กิโลกรัมของไฮโดรเจนที่ผลิตได้

• เทอร์ควอยซ์ไฮโดรเจน (Turquoise hydrogen) ที่ผลิตโดยกระบวนการ methane pyrolysis โดยแยกมีเทนออกเป็นคาร์บอนและไฮโดรเจน โดยคาร์บอนที่ผลิตออกมาสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมได้ อย่างไรก็ตาม methane pyrolysis ยังอยู่ในช่วงการพัฒนาและยังไม่มีการใช้ในเชิงพาณิชย์

• บลูไฮโดรเจน (Blue hydrogen) เป็นไฮโดรเจนที่ได้จากกระบวนการเดียวกับเกรย์ไฮโดรเจนแต่เพิ่มเทคโนโลยีการดักจับการใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน หรือ Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS) ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยการผลิตบลูไฮโดรเจนจะปล่อยก๊าซคาร์บอนราว 3-6 กิโลกรัมต่อ 1 กิโลกรัมของไฮโดรเจนที่ผลิตได้การเติบโตของยอดการใช้งานบลูไฮโดรเจนยังคงเป็นไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากรอการพัฒนาของโรงงาน CCUS ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้นเพื่อที่จะทำให้ต้นทุนการดักจับและกักเก็บคาร์บอนลดลง

• ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกจับตามอง ในฐานะหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับอนาคต เป็นอีกแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหา ความพยายามในการกำจัดคาร์บอนในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม เป็นกุญแจสำคัญในการมุ่งสู่ carbon neutral และ net zero

 

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอุตสาหกรรมไฮโดรเจนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผน การเปลี่ยนผ่านพลังงานดั้งเดิมไปสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวด้วย