thansettakij
thansettakij
‘120 ปี ยารา’ เบื้องหลังความสำเร็จเกษตรกรไทย หนุนพึ่งพาตนเอง สร้างแต้มต่อบุกตลาดโลก

‘120 ปี ยารา’ เบื้องหลังความสำเร็จเกษตรกรไทย หนุนพึ่งพาตนเอง สร้างแต้มต่อบุกตลาดโลก

18 พ.ย. 68 | 09:00 น.

‘ปุ๋ยยารา ก้าวสู่ปี 120’ ตอกย้ำพันธกิจ หนุนเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเอง สร้างแต้มต่อบุกตลาดโลก ยกระดับรายได้สู่ความยั่งยืน แนะทริคทำเกษตรยุคใหม่ โหลดแอปฯ ฟาร์มแคร์ (Yara FarmCare®) ใช้ง่าย เช็คพยากรณ์อากาศแม่นยำ มีคำนวณสูตรปุ๋ยฟีเจอร์ครบตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งเก็บเกี่ยว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อนได้เริ่มสร้างแรงกดดันต่อผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในกลุ่มพืชเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ยางพารา ปาล์ม ลําไย หรือผักใบกลายเป็นความเสี่ยงใหญ่ที่เกษตรกรหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเร่งหาหนทางปรับตัวเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงตอกย้ำพันธกิจในการยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทย ด้วยแคมเปญ “120 ปี ยารา มองอดีตเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ได้สะท้อนถึงการเดินทางที่ยาวนานของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาไม่ว่าจะเป็น การคิดค้นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง การส่งต่อความรู้สู่เกษตรกร หรือการปรับตัวเพื่อสร้างระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน

“ปุ๋ยยารา” เกิดขึ้นเมื่อปี 2448 ในช่วงที่ประเทศนอร์เวย์พยายามก่อร่างสร้างตัวขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ในปีเดียวกันนี้ แซม ไอเด และคริสเตียน เบิร์คแลนด์ ได้ก่อตั้งบริษัทนอร์สก์ ไฮโดร ซึ่งเป็นบริษัทยาราในปัจจุบัน  หลังจากที่พวกเขาได้คิดค้นวิธีการสกัดธาตุไนโตรเจนจากอากาศเพื่อใช้ผลิตปุ๋ยธาตุอาหารนับเป็นก้าวสำคัญในวงการเกษตรที่ช่วยให้ทวีปยุโรปหลุดพ้นสภาพความหิวโหยจากปัญหาการผลิตอาหารได้ไม่เพียงพอ

ต่อมา ในปี 2450 ยาราได้มีโอกาสต้อนรับแขกต่างประเทศรายสำคัญ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้เสด็จทอดพระเนตร โรงงานของยาราที่เมืองโนทอดเดน พระองค์ได้ทรงนำปุ๋ยสูตรยาราลีว่า จํานวน 1 ตัน กลับมาทดลองใช้ที่ไทย นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ปุ๋ยคุณภาพมาตรฐานยุโรปได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาคเกษตรกรรมไทย โดยเฉพาะในพืชเศรษฐกิจสำคัญในปัจจุบัน เช่น ทุเรียน ยางพารา ลำไย ปาล์มน้ำมัน และผักใบเขียว เป็นต้น
 

  (คณะกรรมการ และ CEO บริษัทยารา ในงานฉลอง 120 ปี ความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ และ 120 ปี ยารา ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย)
 

บริษัทยารายังมีทีมพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล ให้กับเกษตรกร โดยในแต่ละประเทศจะมีการทําความเข้าใจกับปัญหาของเกษตรกรเพื่อสร้างเครื่องมือที่ตอบโจทย์สําหรับประเทศนั้นๆ สําหรับประเทศไทย ยาราเป็นบริษัทปุ๋ยรายแรกที่นําเอาเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ โดยมีแอปพลิเคชัน ยาราฟาร์มแคร์ (Yara FarmCare®) ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงความรู้และข้อแนะนำด้านการเกษตรได้อย่างสะดวก รวมถึงมีตัวช่วยให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการวัดขนาดพื้นที่ ดูพยากรณ์อากาศ คํานวณปริมาณการใช้ปุ๋ย หรือเทียบสีใบดิจิทัล

เพื่อประเมินความต้องการธาตุไนโตรเจนในพืช และล่าสุดได้เพิ่มเครื่องมือตรวจสอบอาการขาดธาตุอาหาร ของพืชต่างๆ ด้วย ตั้งแต่ที่เปิดตัวแอปพลิเคชันเมื่อปี  2565 จนถึงปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 390,000 คน และยารามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ยาราฟาร์มแคร์ (Yara FarmCare®) ก้าวสู่แอปพลิเคชันเกษตรอันดับหนึ่งสําหรับเกษตรกรไทยมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ยารา ให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง มีจุดมุ่งหมายใน “การสร้างอนาคตทางอาหารที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ” (Growing a Nature-Positive Food Future) ซึ่งหมายถึงการสร้างระบบผลิตอาหารโดยให้ความสำคัญในประเด็นการลดก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมระบบเกษตรกรรมฟื้นฟูและความอยู่ดีกินดีของเกษตรกร ท่ามกลางสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยาราเป็นผู้นำด้านการลดคาร์บอนฟุตปรินท์ ในอุตสาหกรรมปุ๋ย โดยเป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้วที่ได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตลงถึงร้อยละ 50 และล่าสุด ยาราได้เริ่มใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานผลิตปุ๋ยบางส่วนที่นอร์เวย์ด้วย

นอกจากนี้ยังได้มีพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ภาคการเกษตรสามารถปรับตัวต่อความท้าทายของสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยระบบน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปุ๋ยและน้ำ หรือสารชีวภาพ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพืชในการดูดซึมธาตุอาหาร เพิ่มความทนทานของพืชต่อภัยแล้งและต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดสําหรับยารา บริษัทได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้กระสอบบรรจุปุ๋ยรุ่นใหม่ หรือ “ถุงเรโน” (Renobag) ด้วยเป้าหมายที่จะลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงครึ่งหนึ่ง (จากรุ่นมาตรฐานที่เป็นพลาสติกสองชั้นสู่รุ่นใหม่ที่มีพลาสติกเพียงชั้นเดียว) 

การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลก ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนา ตั้งแต่โครงการให้ความรู้ด้านวิชาการพืช ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลในภาคการเกษตร ทำให้บริษัทยาราได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทที่เปลี่ยนโลก โดยนิตยสารฟอร์จูน (Fortune’s “Change the World” List) ซึ่งยาราติดอันดับถึงสองครั้ง (ปี 2560 และ 2564) ในช่วงเวลาสิบปีตั้งแต่ที่นิตยสารชื่อดังได้เริ่มทําการจัดอันดับขึ้นเมื่อปี 2558

นางสาวนันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “ปุ๋ยยารา” กล่าวว่า ตลอดช่วงเวลาที่ปุ๋ยยาราได้เข้ามาในประเทศไทย เราดำเนินธุรกิจโดยให้ความความสำคัญกับเกษตรกรเป็นหัวใจสำคัญไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตและขายปุ๋ยเท่านั้น จุดแข็งของยาราคือการศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของเกษตรกรและปัจจัยแวดล้อม และนำความรู้ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานับร้อยปีมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้ โดยจะมีทีมนักวิชาการที่ลงพื้นที่จัดกิจกรรมตลอดทั้งปี อาทิ งานประชุมเกษตรกร คลินิกพืช แปลงสาธิต และการเยี่ยมเยียนเกษตรกร เป็นต้น สิ่งต่างๆ นับว่าเป็นเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้เกษตรกรไทยได้ผลผลิตสูง คุ้มกับการลงทุน ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ในตลาดโลก
 

เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 120 ปี ‘ยารา’ ขอเชิญชวนเกษตรมาร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกของรางวัลตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2568 ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ย หรือสินค้าพรีเมี่ยมต่างๆ รุ่น limited edition 120 ปี(มีจํานวนจํากัด) สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้จากช่องทางของยาราได้ ตามช่องทางดังนี้