
รัฐบาลแจงยิบปมงบช่วย "กัมพูชา" 18 ล้าน ยันไม่ใช่ 31 ล้าน-ไร้โครงการใหม่
โฆษกรัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่ ย้ำ งบ 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาท เป็นภาระดอกเบี้ยตามสัญญาโครงการเดิมที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
KEY
POINTS
- รัฐบาลชี้แจงว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชามีจำนวน 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาทตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล
- งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่เงินสำหรับโครงการใหม่ แต่เป็นเงินสำหรับชำระภาระดอกเบี้ยตามสัญญาของโครงการเก่าที่ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว 2 โครงการ
- การจ่ายเงินจำนวนนี้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาที่หน่วยงานของไทย (NEDA) ต้องรับผิดชอบภาระดอกเบี้ยบางส่วนของเงินกู้ในโครงการดังกล่าว
วันนี้ (13 กันยายน 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาทว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทั้งจำนวนเงินและวัตถุประสงค์ของงบประมาณ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตัวเลขงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการในประเทศกัมพูชามีจำนวน 18.2 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการถนน R67 จำนวน 12 ล้านบาท และโครงการด่านสตึงบท จำนวน 6.2 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภาระดอกเบี้ยตามสัญญาของโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว ไม่ใช่ 31 ล้านบาท และไม่ได้เป็นเงินในการดำเนินโครงการใหม่
“งบประมาณส่วนนี้ได้ผ่านการซักถามและพิจารณารายละเอียดในชั้นคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในการพิจารณางบประมาณของรัฐสภา โดยหน่วยงานได้ชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการแล้ว ไม่มีการตัดลดงบประมาณส่วนดังกล่าว” นายเอกภพ กล่าว
สำหรับ โครงการถนน R67 และโครงการด่านสตึงบทได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ปัจจุบันอยู่ในช่วงการชำระหนี้ตามสัญญา โดยฝ่ายกัมพูชาได้ชำระหนี้ตามสัญญามาอย่างต่อเนื่อง และทั้งสองโครงการมีผู้ประกอบการและผู้ควบคุมงานของไทยเป็นผู้ดำเนินการ
สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินกู้สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ยังระบุถึง เงื่อนไขทางการเงินที่มีข้อกำหนดให้ใช้ผู้ดำเนินการและวัสดุอุปกรณ์จากประเทศไทย และกรณีเป็นการร่วมทุน ฝ่ายไทยต้องถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 51
ทั้งสองโครงการ NEDA เป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินของไทย และมีเงื่อนไขตามสัญญาที่ NEDA รับผิดชอบช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบางส่วน ซึ่งเป็นที่มาของงบประมาณดังกล่าว หาก NEDA ไม่ชำระดอกเบี้ยในส่วนที่ต้องรับผิดชอบตามสัญญา อาจกระทบต่อเงื่อนไขของสัญญาและการชำระคืนเงินกู้ของฝ่ายกัมพูชาได้
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นและความห่วงใยของพี่น้องประชาชนต่อประเด็นดังกล่าว และขอให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนำไปสู่ความเข้าใจผิด โดยรัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทยเป็นสำคัญ.







