thansettakij
thansettakij
ศาลสั่งจำคุก “ตะวัน” 2 ปี ไม่รอลงอาญา ผิด ม.112 ไลฟ์สดขบวนเสด็จ

ศาลสั่งจำคุก “ตะวัน” 2 ปี ไม่รอลงอาญา ผิด ม.112 ไลฟ์สดขบวนเสด็จ

31 ส.ค. 69 | 05:16 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 69 | 05:38 น.

ศาลอาญาสั่งจำคุก “ทานตะวัน ตัวตุลานนท์” หรือ “ตะวัน” 2 ปี ไม่รอลงอาญา ผิด ม.112 ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จ พร้อมปรับ 600 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ

KEY

POINTS

  • ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
  • คดีดังกล่าวเกิดจากการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กบริเวณใกล้เส้นทางขบวนเสด็จ เมื่อปี 2565 ซึ่งศาลชี้ว่ามีเจตนาดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ศาลยังตัดสินว่า มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน แต่ให้ยกฟ้องข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยโทษจำคุกมาจากความผิด ม.112 ซึ่งเป็นบทลงโทษที่หนักที่สุด

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 906 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ1237/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน อดีตแกนนำกลุ่มทะลุวัง เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตาม ม.112,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  ม. 14, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน

กรณี เมื่อเดือน มี.ค. 2565 น.ส.ทานตะวัน จำเลยไปยืนไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บริเวณทางเท้าบนถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามสำนักงานสหประชาชาติ  (UN) ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีขบวนเสด็จผ่าน 

จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว 

ศาลพิจารณาเเล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า จำเลยทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ 

เห็นว่า เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดที่จำเลยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ก่อนขบวนเสด็จมาถึง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความปลอดภัย เป็นหน้าที่ถวายความปลอดภัยประมุขแห่งรัฐ ตามมาตรฐานสากลที่เห็นในนานาอารยประเทศ

ทั้งจำเลยศึกษาคณะนิติศาตร์ เชื่อว่าต้องทราบหลักการดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่จำเลยกลับใช้ถ้อยคำชี้นำให้คนรับชมผ่านทางเฟซบุ๊คไลฟ์ของจำเลยในการพาดพิงพระมหากษัตริย์ โดยไม่สมควรหลายครั้งชี้เจตนาว่า จำเลยต้องการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามที่จำเลยอ้าง จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นฯ เมื่อกระทำการผ่านเฟซบุ๊คจึงเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า จำเลยทำความผิดฐานรับทราบคำสั่ง แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ 

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบให้จำเลยทราบ 3 ครั้งว่าไม่ให้ถ่ายทอดสด เนื่องจากจะมีขบวนเสด็จผ่านมายังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์  พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ (ผกก.สน.นางเลิ้งในขณะนั้น) สั่งให้ตำรวจหญิง 2 นาย เข้าควบคุมโดยการคล้องแขนและขาจำเลยข้างละ 1 คน โดยข้อหารับทราบคำสั่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน 

เมื่อตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย พ.ต.อ.สมยศ จึงมีอำนาจในการออกคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อห้าม 3 ครั้ งแต่จำเลยเพิกเฉยจึงมีความผิดฐานรับทราบคำสั่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯ ส่วนข้อหาใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งว่า จะควบคุมตัวจำเลย มีการล็อคแขนขาจำเลย แต่ไม่มีการแจ้งว่าจะนำไปที่ใดเป็นธรรมดาที่จำเลยจะตกใจกลัว การกระทำของจำเลยเป็นการดิ้นรนจากการตกใจกลัวเท่านั้น ฟังไม่ได้ว่า มีความผิดฐานใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน  จึงไม่มีความผิดในฐานนี้ 

พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นโทษบทหนักที่สุด จำคุก 3 ปี ฐานทราบคำสั่งเจ้าพนักงานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งปรับ 900 บาท

การนำสืบของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้างมีเหตุให้บรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี ไม่รอลงอาญา  ปรับ 600 บาท และริบของกลางโทรศัพท์มือถือไอโฟน

ก่อนหน้า น.ส.ทานตะวัน ให้สัมภาษณ์ก่อนฟังคำพิพากษา ยืนยันว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แม้ว่าจะสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้และไม่มั่นใจว่าประเทศนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่าวันนี้ยังอยู่ตรงนี้ฟังคำพิพากษาและจะไม่ไปไหน 

ในชั้นนี้เป็นศาลชั้นต้น ทนายได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้แล้ว หากต้องประกันตัว 

“ยอมรับว่า แอบตื่นเต้น แต่ถามว่าเครียดหรือไม่ ยืนยันว่าทำใจมาแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับ และผ่านไปให้ได้”