
อนุทิน รับปากใช้เงินคุ้มทุกบาท หลัง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
นายกฯ อนุทิน ขอบคุณ ตุลาการศาล รธน.หลังวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ยืนยันจะใช้ให้คุ้มทุกบาท ลุยปรับโครงสร้างพลังงาน
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
- นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้คำมั่นว่าจะใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดแก่ประชาชน
- เงินกู้ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า
ขอบพระคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน ที่ให้ความกรุณาเร่งคำวินิจฉัยของ พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว รัฐบาลจะได้มีความมั่นใจว่าจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดให้กับประชาชน
ส่วนรัฐบาลจะทำงานสบายใจมากยิ่งขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลทำงานด้วยความสบายใจในกรณีที่ว่าทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทำงานทุกอย่างเพื่อประชาชน เพราะนั่งเฝ้าเงินทุกบาททุกสตางค์ เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ดังนั้นต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ดอกเบี้ยที่ได้มาก็เป็นดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำมาก ซึ่งทางกระทรวงการคลังสามารถเจรจาเรื่องดอกเบี้ยให้เหลือ 1.2%
“เมื่อมีต้นทุนที่ถูกขนาดนี้ เงินทุกบาทที่จะนำเงินเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปสร้างประโยชน์ให้เกิดการหมุนเวียนเป็นรอบ ๆ ให้มันเกิดขึ้นได้หลาย ๆ รอบ และทุกรอบที่เกิดขึ้นเราสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้ในรูปแบบต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งเมื่อดอกเบี้ยต่ำแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าเรามีงบประมาณเพียงพอไปจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ด้วย” นายอนุทิน ระบุ
นายอนุทิน กล่าวว่า ภายใต้แผนการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงินจะมีการนำไปใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงานด้วย เชื่อว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชนปรับลดลง ซึ่งต้องใช้โอกาสนี้ในการผลักดันให้เกิดประโยชน์ยกแผง ทั้งรัฐบาล ประชาชน ประเทศชาติ ต่างได้ประโยชน์ และมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น







