
เคลียร์ลงตัว “ไอซ์ รักชนก”กล่าวขอโทษกลางศาล “สุชาติ”ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท
จบ 1 คดี “ไอซ์ รักชนก” กล่าวขอโทษ “สุชาติ ชมกลิ่น” กลางศาล ปมโพสต์หมิ่นประมาท ศาลไกล่เกลี่ยสำเร็จ เจ้าตัวถอนฟ้อง แต่คดีทุจริตยังเดินหน้าต่อ
KEY
POINTS
- น.ส.รักชนก ศรีนอก กล่าวขอโทษ นายสุชาติ ชมกลิ่น ต่อหน้าศาล กรณีโพสต์ข้อความกล่าวหาว่ าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง
- นายสุชาติ ชมกลิ่น ตัดสินใจถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท หลังจาก น.ส.รักชนก แสดงความสำนึกและยอมขอโทษ
- การถอนฟ้องครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับการกล่าวหาเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงดำเนินคดีต่อไป
ศาลอาญาตลิ่งชันไกล่เกลี่ยคดีหมิ่นประมาทระหว่าง “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สำเร็จ หลังฝ่ายจำเลยกล่าวขอโทษต่อหน้าศาลในกรณีโพสต์กล่าวหาว่า เป็น “รัฐมนตรีมาจากการโกงเลือกตั้ง” ส่งผลให้ นายสุชาติ ตัดสินใจถอนฟ้องเฉพาะคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ยืนยันให้อภัยเมื่ออีกฝ่ายแสดงความสำนึก แต่คดีที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ศาลนัดไกล่เกลี่ยรอบ2คดีหมิ่นประมาท“สุชาติ-รักชนก”
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
คดีดังกล่าวเกิดจากกรณีที่ น.ส.รักชนกโพสต์ข้อความและแสดงความคิดเห็นพาดพิงนายสุชาติ โดยมีถ้อยคำในลักษณะกล่าวหาว่าเป็น “รัฐมนตรีมาจากการโกงเลือกตั้ง” รวมถึงข้อความอื่นที่โจทก์เห็นว่าเป็นการสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ศาลได้เปิดกระบวนการไกล่เกลี่ยเป็นครั้งแรก แต่ในวันดังกล่าวนายสุชาติติดภารกิจราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ศาลเลื่อนการไกล่เกลี่ยมาเป็นวันที่ 3 กรกฎาคม พร้อมกำชับให้ทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมตามกำหนด
โจทก์ย้ำเสียหายจริงชี้ยังมีคดีอื่นอีกหลายสำนวน
ในวันนัดไกล่เกลี่ย นายสุชาติ มอบอำนาจให้ผู้แทนเดินทางมาศาล พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ ส่วน น.ส.รักชนก เดินทางมาศาลด้วยตนเอง พร้อมทนายความ
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ฝ่ายโจทก์พร้อมเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามแนวทางของศาล แต่ต้องพิจารณาว่าฝ่ายจำเลยแสดงความสำนึกต่อการกระทำหรือไม่
พร้อมระบุว่า นายสุชาติได้รับความเสียหายจากการโพสต์ข้อความดังกล่าวอย่างแท้จริง อีกทั้งยังพบว่า มีการโพสต์พาดพิงและเสียดสีในลักษณะเดิมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทั้งต่อชื่อเสียงและครอบครัว โดยเฉพาะมารดาของนายสุชาติซึ่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากความเครียดที่เกิดขึ้น
ทนายความยังระบุว่า นอกจากคดีนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.รักชนก อีก 2 คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และอีก 1 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา
ยืนยันไม่ใช่คดีฟ้องปิดปาก
นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่การใช้กฎหมายเพื่อปิดกั้นการตรวจสอบหรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย หลังเห็นว่ามีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และความน่าเชื่อถือของนายสุชาติในฐานะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการใช้คำว่า “ชื่อเฮ้ง” ในข้อความที่เป็นประเด็น แม้ไม่ได้ระบุชื่อเต็ม แต่สามารถเชื่อมโยงได้โดยตรงถึงนายสุชาติ เนื่องจากเป็นชื่อเล่นที่ประชาชนรับรู้โดยทั่วไป จึงเชื่อว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอหากคดีต้องเข้าสู่การพิจารณา
ไกล่เกลี่ยสำเร็จ “ไอซ์ รักชนก” กล่าวขอโทษต่อหน้าศาล
ภายหลังการเจรจาไกล่เกลี่ยที่มีผู้พิพากษาเป็นคนกลาง เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้
รายงานระบุว่า น.ส.รักชนก ได้แสดงความประสงค์กล่าวขอโทษนายสุชาติ ทำให้ศาลประสานให้ นายณัฐวุฒิ โทรศัพท์แจ้ง นายสุชาติ ซึ่งขณะนั้นไม่ได้อยู่ที่ศาล และเชิญเดินทางมาร่วมการไกล่เกลี่ยด้วยตนเอง
เมื่อ นายสุชาติ เดินทางมาถึงศาล น.ส.รักชนก ได้กล่าวขอโทษต่อหน้าศาล ในกรณีที่การแสดงความคิดเห็นของตนสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและกระทบต่อครอบครัวของนายสุชาติ
“สุชาติ”ให้อภัย ถอนฟ้องคดีเลือกตั้ง
ภายหลังการไกล่เกลี่ย นายสุชาติ เปิดเผยว่า ศาลได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากคดีดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวหาว่าตนทุจริตการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี และมีการใช้ถ้อยคำพาดพิงว่าเป็น “รัฐมนตรีเฮ้งซวย”
อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ ระบุว่า ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบข้อร้องเรียนแล้ว ได้ยืนยันว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และตนได้รับชัยชนะจากคะแนนเสียงของประชาชนอย่างถูกต้อง
นายสุชาติ กล่าวว่า แม้ในฐานะนักการเมืองจะพร้อมรับการตรวจสอบ แต่สิ่งที่กระทบจิตใจมากที่สุดคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะบิดามารดาที่มีอายุมากและมีอาการเจ็บป่วย รวมถึงบุตรที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเพื่อนล้อเลียนจากข่าวที่เผยแพร่ในสื่อ
เมื่อ น.ส.รักชนก เดินทางมาขอโทษด้วยตนเองและแสดงความสำนึก ตนจึงเห็นว่าเรื่องนี้ควรยุติ และตัดสินใจถอนฟ้องคดีดังกล่าว
คดีเลือกตั้งยุติแต่คดีทุจริตยังดำเนินต่อ
นายสุชาติ ย้ำว่า การถอนฟ้องครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่สามารถให้อภัยกันได้เมื่ออีกฝ่ายยอมรับและกล่าวขอโทษ
ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชัน ยังคงดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน ซึ่งไม่สามารถยอมรับได้
ฝากถึงผู้ใช้โซเชียลฯ คิดก่อนโพสต์
นายสุชาติ ยังฝากถึงประชาชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ว่า การโพสต์ข้อความกล่าวหาหรือหมิ่นประมาทผู้อื่น ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงการสร้างคอนเทนต์หรือความสนุก เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปอาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตของบุคคลและครอบครัว
พร้อมย้ำว่า แม้นักการเมืองจะต้องพร้อมรับการตรวจสอบจากสังคม แต่การวิพากษ์วิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจที่คดีเลือกตั้งได้ข้อยุติ และต้องการกลับไปทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานเพื่อประชาชน ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทุจริต ยังคงเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด






