
เช็ก 250 นโยบาย 'ชัชชาติ' สมัย 2 สัญญาใจกว่า 1.44 ล้านเสียง
ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' คว้าชัยด้วยคะแนนกว่า 1.44 ล้านเสียง เตรียมนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ชวนส่อง นโยบายวิสัยทัศน์"เมืองที่สร้างโอกาสและความหวัง" ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนล่าสุด 250 ข้อ
KEY
POINTS
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงกว่า 1.44 ล้านเสียง พร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายกว่า 250 ข้อ
- นโยบายส่วนใหญ่เป็นการต่อยอดจากแผนงานเดิมในสมัยแรก ภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองที่สร้างโอกาสและความหวัง" และจัดกลุ่มเป็น "กรุงเทพฯ 9 ดี"
- นโยบายสำคัญมุ่งเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วนของคนกรุงเทพฯ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ความปลอดภัยบนท้องถนน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การศึกษา และปัญหาปากท้องของหาบเร่แผงลอย
ไม่เหนือความคาดหมายกับการกลับมาของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 ด้วยจำนวนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจำนวนมากกว่า 1.44 ล้านคะแนน
"ฐานเศรษฐกิจ" พาไปทบทวนนโยบายของนายชัชชาติ ตลอดช่วงระยะเวลาของการหาเสียงที่ผ่านมาซึ่งนายชัชชาติได้นำเสนอนโยบายภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน" ซึ่งครอบคลุม 4 แกนหลักสำคัญของคนเมือง คือ คนอยู่ดี เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจไปได้และระบบมีประสิทธิภาพ ถูกแปลงออกมาเป็นแผนปฏิบัติการรวมทั้งหมดมากกว่า 250 นโยบายซึ่งส่วนใหญ่เป็นการต่อยอดแผนงานเดิมที่ได้ดำเนินการมาช่วงสมัยแรกของการทำงานของนายชัชชาติ
ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ นายชัชชาติ ประกาศชัยชนะที่สเตเดียมวันช่วงหัวค่ำของวันที่ 22 พ.ค.2569 ที่ผ่านมาระบุว่า สิ่งแรกที่จะทำ คือ สิ่งที่สัญญากับประชาชนเอาไว้ และเมื่อย้อนกลับไปดูช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทีมเพื่อนชัชชาติ ได้นำเสนอนโยบายโดยจัดกลุ่มนโยบายไว้ 9 มิติเพื่อสร้าง "กรุงเทพฯ 9 ดี" ประกอบด้วย ปลอดภัยดี สุขภาพดี สร้างสรรค์ดี สิ่งแวดล้อมดี บริหารจัดการดี เรียนดี โครงสร้างดี เศรษฐกิจดี และเดินทางดี
ทั้งนี้ จากการรวบรวมรายละเอียดแผนปฏิบัติการทั้งหมดสามารถแยกแยะมาตรการสำคัญที่จะตอบโจทย์ชีวิตคนกรุงได้ครอบคลุมหลากหลายเรื่อง ดังนี้
แก้ปัญหาน้ำท่วม (หมวดโครงสร้างดี และสิ่งแวดล้อมดี)
-
ลดจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมทันที พร้อมแก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต
-
ขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กม. และเพิ่มการขุดลอกคลองรองรับฝนทันฤดู
-
เพิ่มแก้มลิงธรรมชาติ พื้นที่รับน้ำให้กรุงเทพฯ และปรับปรุงซ่อมแซมแก้ฟันหลอคันกั้นน้ำริมแม่น้ำและคลองสายหลัก
-
ติดตั้งระบบเซนเซอร์สูบน้ำโดยไม่ต้องรอขอกุญแจ ควบคู่ระบบแจ้งเตือนฝนตกล่วงหน้าแม่นยำ
-
กวดขันจับ/ปรับ การทิ้งขยะลงแหล่งน้ำอย่างจริงจัง
-
ทบทวนแผนการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน
-
ทบทวนแผนการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ ความคุ้มค่าการลงทุน และประสิทธิภาพการแก้ปัญหาน้ำท่วม
-
ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ทบทวนแผนก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียรวม เชื่อมต่อท่อรวบรวมน้ำเสียที่มีอยู่เดิม และพุ่งเป้าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียตั้งแต่ต้นทาง
ความปลอดภัยบนท้องถนนและการเดินทาง (หมวดปลอดภัยดี, เดินทางดี, บริหารจัดการดี และสิ่งแวดล้อมดี)
กรุงเทพฯ ต้องสว่าง: เพิ่มไฟ LED อีก 100,000 ดวง ให้ป้ายรถเมล์มีข้อมูลและสว่างปลอดภัยทุกป้าย
ยกระดับกล้องวงจรปิด: เพิ่ม CCTV เป็น 100,000 ตัวเพื่อกวดขันวินัยจราจร ป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก และเชื่อมกล้องเอกชนอีก 200,000 ตัวเข้าระบบ โดยประชาชนขอดูภาพออนไลน์ได้สะดวกรวดเร็ว
ปรับผังเมือง-การจราจร: ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ 200 แยก แบ่งเมืองเป็นบล็อก 1 ตารางกิโลเมตรเพื่อวิเคราะห์พื้นที่อย่างละเอียด ผลักดันผังเมืองใหม่ และยกเลิกแนวถนนเวนคืน 52 เส้น
ทางเท้าคุณภาพ: ดำเนินนโยบายกรุงเทพฯ เดินได้ พัฒนาทางเดินเท้าคุณภาพ 1,000 กม. ทุกถนน ซอย มีทางเดิน-ปั่นสะดวก เลียบคลองเดินได้ปั่นปลอดภัย และทางตัดผ่านใหม่ต้องเรียบเสมอทางเท้า โดยมีรุกขกรมืออาชีพดูแลต้นไม้ประจำเขต
จัดระเบียบเมือง: นำสายสื่อสารลงดินเน้นความไม่ซ้ำซ้อนและไม่กระทบประชาชน ปรับปรุงซ่อมแซมสะพานลอยให้มั่นคงแข็งแรง กำกับดูแลและเร่งคืนผิวจราจรการก่อสร้าง ทำเส้นทางวิ่งดี BBKK Trail และเปิดข้อมูลการเดินทางในกรุงเทพฯ ให้เป็นสาธารณะ
เทคโนโลยีและวินัย: ปรับบทบาทเทศกิจให้ใช้เทคโนโลยี เช่น กล้อง Body Camera พัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลพื้นที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย (BKK Risk Map) รณรงค์สร้างระเบียบวินัยจราจร ลดความเร็วในย่านชุมชน และแจ้งปัญหาวินฯ ผ่านแพลตฟอร์มฟองดูว์
สิ่งแวดล้อม เมืองสีเขียว และการศึกษา (หมวดสิ่งแวดล้อมดี และเรียนดี)
จัดการขยะและฝุ่น: เปลี่ยนพื้นที่ขยะอ่อนนุชเป็น Bangkok Green Eco Park เพิ่มระบบแยกขยะและศูนย์เก็บขยะในชุมชน และใช้ “นักสืบฝุ่น” วิเคราะห์ฝุ่นแบบเรียลไทม์
เพิ่มพื้นที่สีเขียว: ปลูกต้นไม้ยืนต้นเพิ่มอีก 1 ล้านต้น ทำสวนป่า 6 แห่งใน 6 โซน และขึ้นทะเบียนต้นไม้มรดกกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันการตัดต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ พร้อมเพิ่มจุดชาร์จรถไฟฟ้า และทำตลาดคาร์บอนกรุงเทพฯ
ยกระดับการศึกษา: มุ่งยกระดับโอกาสของเด็ก กทม. ผ่าน Digital Classroom ตั้งแต่ ป.4-ม.6, Makerspace, ทุนเรียนต่อต่างประเทศ, โรงเรียนอนุบาลต้นแบบทุกเขต, โรงเรียนสองภาษาฟรีครบทุกเขต และห้องเรียนพ่อแม่สำหรับเด็กอนุบาล
ลดภาระครูและคืนพื้นที่ให้ชุมชน: ลดภาระเอกสารครู ให้ใช้ผลลัพธ์การพัฒนาของเด็กเป็นผลงานยื่นวิทยฐานะ เปิดโรงเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ให้ประชาชนใช้พื้นที่ พัฒนา Toy Library ให้เด็กยืมของเล่นกลับบ้าน พัฒนาหนึ่งเขตหนึ่งพื้นที่ศิลปะ เพิ่มหอศิลป์ฝั่งธนฯ เพิ่ม E-book เป็น 10,000 เล่ม เพิ่มพิพิธภัณฑ์เด็ก 2 แห่ง ลานกีฬา 500 แห่ง ศูนย์นันทนาการและศูนย์กีฬา 10 แห่ง รวมถึงทำหมัน-ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว 250,000 ตัว และพัฒนาคลินิกสัตว์ กทม.
แก้ปัญหาปากท้อง หาบเร่แผงลอย ส่วย (หมวดเศรษฐกิจดี และบริหารจัดการดี)
ส่งเสริมเศรษฐกิจข้างถนน: มีนโยบายรองรับอย่างน้อย 15 ข้อ เพิ่มพื้นที่ค้าขาย จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม หาพื้นที่เอกชนหรือหน่วยงานราชการจัดเป็นพื้นที่ขายของหรือศูนย์อาหาร ขึ้นทะเบียนผู้ค้าแผงลอย (Registering street vendors) เพื่อความมั่นคงในการประกอบอาชีพ
ขยายโอกาสเข้าถึงทุนและความรู้: ใช้ประวัติหาบเร่ที่จดทะเบียนถูกต้องเป็นเครดิตเข้าถึงแหล่งทุน เชื่อมโยงเศรษฐกิจผ่านตลาดนัดชุมชน ตลาดนัดเขต และตลาด กทม.ออนไลน์ ดำเนินโครงการ NextTurn อบรมทักษะอนาคตฟรี 1 ล้านชั่วโมง ทั้ง AI ภาษา และทักษะอาชีพ ส่งเสริมการออมตั้งแต่ระดับครอบครัว และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้างของ กทม.
ลดขั้นตอนราชการ ล้างส่วย: ใช้เทคโนโลยีและบริการออนไลน์ ลดการต้องเดินทางไปสำนักงานเขต ใช้ข้อมูลและ AI ช่วยตรวจสอบความโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ และเปิดให้ประชาชนติดตามความคืบหน้านโยบายได้จริง
สุขภาพคนเมือง และกลุ่มเปราะบาง (หมวดสุขภาพดี)
ระบบสาธารณสุขต้นทาง: ตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้า ขยายกิจกรรมสุขภาพถึงคอนโดและหมู่บ้าน คัดกรองยาเสพติดทุกชุมชนสู่ "ชุมชนสีขาว" เพิ่มศักยภาพบัตรทอง กทม. รองรับผู้ป่วย 1.3 ล้านคน
ยกระดับโรงพยาบาล: เพิ่มเตียงโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง ตั้งเป้าผู้ป่วยที่นัดล่วงหน้ารอคิวไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพิ่มคลินิกสุขภาพจิตชุมชนทุกเขต พร้อมกิจกรรมดูแลใจในพื้นที่สาธารณะ
ดูแลกลุ่มเปราะบาง: โครงการ Food Bank ส่งต่ออาหารให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ เพิ่มการจ้างงานคนพิการเป็น 1,000 อัตรา พัฒนาบ้านอิ่มใจเป็นศูนย์ดูแลคนไร้บ้าน และขยายบริการดูแลเด็กเล็กอายุ 3 เดือนถึง 3 ปี
หลังจากนี้คนกรุงเทพฯ จะเป็นผู้ร่วมติดตามและขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดนี้ไปพร้อมๆ กัน







