thansettakij
thansettakij
ดีเดย์ 8 พ.ค.! วุฒิสภาเรียก 7 อรหันต์สรรหาฯ ชี้ชะตา ‘ประธาน กสทช.’ ปมขาดคุณสมบัติสะเทือนอุตฯ 3 ปี

ดีเดย์ 8 พ.ค.! วุฒิสภาเรียก 7 อรหันต์สรรหาฯ ชี้ชะตา ‘ประธาน กสทช.’ ปมขาดคุณสมบัติสะเทือนอุตฯ 3 ปี

07 พ.ค. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 07:10 น.

จับตา 8 พ.ค. นี้ วุฒิสภานัดคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดปี 64 วินิจฉัยสถานะ "นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์" หลังปมขาดคุณสมบัติคาราคาซังกว่า 3 ปี ทำอุตสาหกรรมโทรคมนาคม-ทีวีไทย ตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ด้านสภาผู้บริโภคจี้เร่งปลดล็อกก่อนความเชื่อมั่นพังพินาศ ขณะที่แหล่งข่าวเผยมี "มือมืด" พยายามดีลล่มประชุมด้วยตัวเลขมหาศาล!

KEY

POINTS

  • วุฒิสภานัดประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดเดิมในวันที่ 8 พ.ค. เพื่อพิจารณาและชี้ขาดประเด็นคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
  • ประเด็นหลักคือข้อกล่าวหาว่า นพ.สรณ อาจขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย เนื่องจากไม่แสดงหลักฐานการลาออกจากอาชีพก่อนเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลอุตสาหกรรมมานาน 3 ปี
  • หากคณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติจริง อาจส่งผลให้มติต่างๆ ที่ประธาน กสทช. เคยลงนามไว้เป็นโมฆ

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะฝ่ายธุรการ เตรียมจัดประชุมนัดสำคัญในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 โดยออกหนังสือเชิญ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดเดิม เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นต่อข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสถานะและคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งถือเป็นความหวังในการยุติปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน

สภาผู้บริโภคชี้ “3 ปีที่สูญเปล่า”

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม สภาผู้บริโภค และอดีตกรรมการ กสทช. ระบุว่า การประชุมครั้งนี้คือทางออกสำคัญในการปลดล็อกองค์กร เนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมา กสทช. ขาดความชัดเจนในการกำกับดูแล โดยเฉพาะกรณีการควบรวมค่ายมือถือที่ทำให้ผู้บริโภคแบกรับภาระ รวมถึงอุตสาหกรรมทีวีที่ไร้ทิศทาง

“นี่คือการเดิมพันอนาคต 70 ปีของโทรทัศน์ไทย หากไม่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาด ความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลจะพังทลาย ฝากวุฒิสภาทบทวน พ.ร.บ.กสทช. เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย” นางสาวสุภิญญากล่าว

สะพัด! ข่าวลือ “ดีลล่ม” แลกค่าตอบแทนสูง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวจากรัฐสภาเปิดเผยว่า มีความพยายาม “กดดัน” ไม่ให้การประชุมในวันที่ 8 พฤษภาคมเกิดขึ้น โดยมีกระแสข่าวอ้างถึงการเสนอค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนสูง เพื่อแลกกับการไม่เข้าร่วมประชุมของกรรมการสรรหาบางราย โดยเฉพาะกลุ่มที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งไม่ต้องถูกตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินโดย ป.ป.ช.

ประเด็นที่น่ากังวลคือ “องค์ประชุม” เนื่องจากกรรมการสรรหาบางส่วนพ้นจากตำแหน่งเดิมหรือเกษียณอายุไปแล้ว หากไม่สามารถจัดประชุมให้ครบองค์ประกอบได้ การพิจารณาคุณสมบัติที่ค้างคามานานกว่า 2 ปี อาจต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง

เปิดรายชื่อ 7 อรหันต์ชุดปี 64

สำหรับคณะกรรมการสรรหาชุดดังกล่าว เป็นตัวแทนจาก 7 องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่คัดเลือก กสทช. เมื่อปี 2564 ได้แก่:

  • นายนภดล เทพพิทักษ์ (ศาลรัฐธรรมนูญ)
  • นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล (ศาลฎีกา)
  • นายวิษณุ วรัญญู (ศาลปกครองสูงสุด)
  • นายณรงค์ รัฐอมฤต (ป.ป.ช.)
  • นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ (สตง.)
  • นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต (ผู้ตรวจการแผ่นดิน)
  • นายวิทัย รัตนากร (ผู้ว่าการ ธปท. - มาในฐานะกรรมการโดยตำแหน่งแทน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่ไปดำรงตำแหน่งองคมนตรี)

ในทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 15/1 ระบุชัดว่า คณะกรรมการสรรหามีอำนาจวินิจฉัยปมคุณสมบัติและให้ถือเป็นที่สุด โดยการลงคะแนนต้องทำโดยเปิดเผย

ปมร้อนที่คณะกรรมการต้องพิจารณาคือ นพ.สรณ อาจขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 18 เนื่องจากไม่แสดงหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพ/วิชาชีพภายในเวลาที่กำหนดก่อนนำความกราบบังคมทูลแต่งตั้ง ซึ่งหากพบว่าผิดจริง จะถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ์มาแต่ต้น และอาจส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของมติต่างๆ ที่ นพ.สรณ ลงนามตลอดช่วงที่ผ่านมา

หากการประชุมล่ม! ภาระหนักจะตกไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการและผู้รักษาการตามกฎหมาย ซึ่งหากเพิกเฉยต่อความชัดเจนในปมคุณสมบัตินี้ อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้.