thansettakij
thansettakij
“ทักษิณ”ดีใจได้พักโทษ 11 พ.ค. บ่น“แก่แล้ว”ยังถูกติดกำไล EM

“ทักษิณ”ดีใจได้พักโทษ 11 พ.ค. บ่น“แก่แล้ว”ยังถูกติดกำไล EM

30 เม.ย. 69 | 06:36 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 69 | 06:41 น.

“แพทองธาร-พินทองทา”เข้าเยี่ยม“ทักษิณ” เผยเจ้าตัวดีใจได้พักโทษ 11 พ.ค. บ่นแก่แล้วยังถูกติดกำไล EM “ครอบครัว”เตรียมตัวรับกลับบ้าน

KEY

POINTS

  • นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษและจะถูกปล่อยตัวในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเจ้าตัวและครอบครัวรู้สึกดีใจ
  • นายทักษิณต้องติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ตามมติของคณะกรรมการพักการลงโทษ
  • เจ้าตัวได้บ่นเล็กน้อยเรื่องการติดกำไล EM โดยให้เหตุผลว่าตนเองอายุมากแล้ว และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ก็พร้อมปฏิบัติตามกระบวนการ

วันที่ 30 เม.ย. 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของ นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของ นายทักษิณ เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 60 พร้อมกับ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ภายหลังการเข้าเยี่ยม น.ส.แพทองธาร เปิดเผยสั้นๆ ว่า “คุณพ่อได้รับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกของคุณพ่อก็เป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจจะมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกำไล EM ก็มีบ่นนิดหน่อยว่าตนเองนั้นแก่แล้ว และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกำไล EM ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็พร้อมทำตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนความรู้สึกภายหลังมีมติพักโทษ ครอบครัวก็รู้สึกว่าได้พักโทษก็ดีใจ”

เมื่อถามว่าเรื่องติดกำไล EM เป็นความกังวลหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วถ้าสูงวัย มีโรคประจำตัว และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่จะไม่ต้องติดกำไล EM นั้น น.ส.แพทองธาร ตอบว่า เท่าที่ทราบผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องติดกำไล EM แต่อันนี้มีมติให้ติดก็ต้องติด ทั้งนี้ ตนไม่ได้มองว่าน่าแปลกใจอยู่แล้ว เพราะไม่ได้มีอะไร

น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 11 พ.ค. 2569 ตนและครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจำฯ ตามเวลาของราชทัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่ตนได้โพสต์นับถอยหลัง ก็ยังไม่ได้เล่าให้คุณพ่อฟังแต่อย่างใด ส่วนคุณพ่อจะมีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไร แค่บอกว่ากลับบ้าน และก็มีการคุยกันเรื่องสุขภาพ เนื่องจากคุณพ่ออยู่ข้างในไม่ได้ตรวจสุขภาพ

ด้านนายวิญญัติ เปิดเผยถึงความพร้อมในการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติของ นายทักษิณ ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ว่า ขั้นตอนต่างๆ อยู่ระหว่างการเตรียมการของเรือนจำ โดยผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมคุมประพฤติ จะร่วมกันหารือวางรายละเอียด คาดว่าในวันดังกล่าวจะมีการปล่อยตัว นายทักษิณ เพียงรายเดียว เนื่องจากผู้ต้องขังรายอื่นประมาณ 9 ราย ที่ได้รับการพักโทษนั้น จะมีการทยอยปล่อยตัวออกจากเรือนจำวันอื่น เพราะมีวันพ้นโทษที่แตกต่างกัน

ส่วนประเด็นการติดกำไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณ บอกว่ารู้สึกยินดีที่ได้รับการพักโทษ เนื่องจากเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจำเป็นของมาตรการดังกล่าว เนื่องจาก นายทักษิณ เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว อีกทั้งยืนยันว่า ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าทางคณะอนุกรรมการฯ สามารถนำมาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กำไล EM ได้

นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า ไม่คิดว่าทางคณะอนุกรรมการฯ จะให้นายทักษิณ ใส่กำไล EM เช่นกัน และหากการใช้มาตรการนี้ใช้กับผู้อื่นด้วยก็จะดี พร้อมทั้งยังตั้งคำถามว่า การติดกำไล EM ได้คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งจะกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของ นายทักษิณ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายทักษิณ ก็พร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการฯ แม้จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมก็ตาม

“ท่านเป็นบุคคลที่ไม่คิดจะหลบหนี ถ้าจะหลบหนีคงไม่มารับโทษ ดังนั้น จึงไม่ควรเอามาตรการติดกำไล EM มาใช้กับท่าน ท่านงง แต่ก็น้อมรับกระบวนการที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา

ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศชาติหลายเรื่อง มีนโยบายสำเร็จหลายประการที่ประชาชนทราบดี นี่คือคุณงามความดีของท่าน แต่ในเรื่องของความเหมาะสม หากจะบอกว่ามีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมผู้ต้องขังอื่น มันก็คือข้อดี แต่ข้อเสีย คือ ความเสมอภาคของผู้ต้องขังก็ต้องคำนึงว่ามันเกินความจำเป็นหรือไม่ ที่จะที่ใช้มาตรการนี้กับท่าน” 

ทั้งนี้ ภายหลังการปล่อยตัวรับการพักโทษ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วันนับจากวันปล่อยตัว รวมถึงรายงานตัวต่อเนื่องทุกเดือนจนกว่าจะครบกำหนดโทษ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ย. 2569