
เฮี้ยบ! ศาลปกครองห้าม“ตุลาการ”ใช้โซเชียลจ้อการเมือง วิจารณ์คดี
ราชกิจจาฯ ประกาศระเบียบศาลปกครอง กำหนดจริยธรรม“ตุลาการ”ห้ามใช้สื่อออนไลน์โพสต์เกี่ยวคดี-คู่กรณี แสวงประโยชน์ทางการค้า เน้นรักษาความเป็นกลาง ความเชื่อมั่นประชาชน
KEY
POINTS
- ศาลปกครองออกระเบียบใหม่ เพื่อควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของตุลาการศาลปกครอง โดยให้มีผลบังคับใช้แล้ว
- สาระสำคัญคือ ห้ามตุลาการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง วิจารณ์ หรือ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา เพื่อรักษาความเป็นกลาง
- ข้อห้ามยังครอบคลุมถึงการใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า การหารายได้ผ่านโซเชียล และ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการทางวินัย
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. 2569” เพื่อกำหนดกรอบการใช้สื่อดิจิทัลของตุลาการให้เหมาะสม สอดคล้องกับจริยธรรม และ ไม่กระทบต่อความเชื่อถือของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม
ระเบียบดังกล่าวออกโดยประธานศาลปกครองสูงสุด อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
นิยาม “สื่อสังคมออนไลน์” ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม
เนื้อหาระบุชัดว่า “สื่อสังคมออนไลน์” หมายถึงสื่อดิจิทัลทุกประเภทที่เปิดให้บุคคลสามารถสร้าง แบ่งปัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ครอบคลุมทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ
เน้นความสุภาพ–ห้ามสร้างความเกลียดชัง
ข้อกำหนดสำคัญในข้อ 4 ระบุให้ตุลาการใช้โซเชียลด้วยความระมัดระวัง สุภาพ และสำรวม ห้ามใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือสร้างความเกลียดชัง รวมถึงห้ามโพสต์เนื้อหา ภาพ หรือเสียง ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม และความเชื่อมั่นต่อศาลปกครอง
ข้อ 5 กำหนดให้หลีกเลี่ยงการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเรื่องส่วนตัวในเวลาราชการ หากอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าไม่ทุ่มเทต่อหน้าที่
ห้ามแตะคดี-แสดงจุดยืนการเมือง
ระเบียบฉบับนี้วางข้อห้ามอย่างละเอียด โดยเฉพาะการใช้โซเชียลที่อาจกระทบต่อความเป็นกลางของตุลาการ อาทิ
- ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดี คู่กรณี หรือพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
- ห้ามวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่อาจเข้าสู่การพิจารณาของศาล
- ห้ามเผยแพร่คำพิพากษาหรือข้อมูลคดีก่อนศาลมีคำอ่านอย่างเป็นทางการ
- ห้ามวิจารณ์งานคดีในลักษณะกระทบเกียรติศักดิ์ตำแหน่ง
นอกจากนี้ ยังห้ามแสดงความคิดเห็นที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม หรือแสดงออกถึงอคติและจุดยืนทางการเมือง ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของศาล
คุมเข้มภาพลักษณ์-หาผลประโยชน์
ระเบียบยังห้ามการเผยแพร่ภาพขณะสวมชุดครุยในลักษณะไม่เหมาะสม ห้ามโอ้อวดตำแหน่งหน้าที่ และห้ามนำตำแหน่งไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
รวมถึงกำหนดให้ต้องระมัดระวังไม่ให้บุคคลในครอบครัวนำตำแหน่งไปอ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ผ่านโซเชียลมีเดีย
ห้ามหารายได้ผ่านโซเชียล
ข้อกำหนดยังครอบคลุมถึงการห้ามใช้โซเชียลมีเดียเพื่อจัดหารายได้หรือทุนที่อาจกระทบต่อเกียรติศักดิ์ และหากเป็นผู้ดูแลบัญชีหรือกลุ่มออนไลน์ (admin) ต้องควบคุมไม่ให้มีเนื้อหาผิดระเบียบ หรือการแสวงหาผลประโยชน์จากการดูแลกลุ่ม
ฝ่าฝืนมีโทษทางวินัย
ข้อ 10 ระบุชัดว่า หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ จะถูกดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งอาจนำไปสู่การสอบสวนและพิจารณาโทษตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ประธานศาลปกครองสูงสุดมีอำนาจตีความ วินิจฉัย และออกคำสั่งเพิ่มเติมเพื่อให้การบังคับใช้ระเบียบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การออกระเบียบครั้งนี้สะท้อนความพยายามของศาลปกครองในการรักษามาตรฐานจริยธรรมของตุลาการให้สอดคล้องกับบริบทสื่อดิจิทัลยุคใหม่ และรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการยุติธรรมในระยะยาว






