thansettakij
thansettakij
วิกฤตฝุ่น PM 2.5 สว.ภาคเหนือจี้รัฐเร่งรัดร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

วิกฤตฝุ่น PM 2.5 สว.ภาคเหนือจี้รัฐเร่งรัดร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

20 เม.ย. 69 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 08:18 น.

สว.กลุ่มภาคเหนือ ฉะภาครัฐสอบตกแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จี้เร่งนำ พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับเข้าสภา ย้ำ อากาศบริสุทธิ์ คือ สิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่แค่มาตรการเฉพาะหน้า พร้อมเรียกร้อง นายกฯ ทบทวนมาตรการห้ามเผาแบบเหมารวม ปลดล็อกการเบิกจ่ายคุรุภัณฑ์แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของหน่วยงานส่วนท้องถิ่น

KEY

POINTS

  • กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภาคเหนือ เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
  • ให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่เคยตกไปในช่วงยุบสภา กลับมาพิจารณาใหม่โดยเร็ว
  • ชี้ว่าปัญหาฝุ่นมีหลายสาเหตุทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม และมลพิษข้ามแดน จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
  • เสนอให้ปลดล็อกระเบียบการใช้งบประมาณให้ท้องถิ่นจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น และปรับปรุงการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

20 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะสมาชิกวุฒิสภากลุ่มภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย นายมังกร ศรีเจริญกูล นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ พันตำรวจโท สง่า ส่งมหาชัย นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล นางกัลยา ใหญ่ประสาน และนายธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง "วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ" ที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปีทั้งยังส่งผลกระทบกับสุขภาพประชาชนเป็นวงกว้าง 

นายมังกร ศรีเจริญกูล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดน่าน พบว่า การแก้ไขปัญหาของภาครัฐยังไม่มีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควร จึงขอเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เร่งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบราชการในการลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะ รวมทั้งจัดสรรงบประมาณสำหรับการทำงานล่วงเวลาเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเร่งดำเนินการส่งเครื่องพ่นลมหรือเครื่องพ่นหมอกลดฝุ่น PM 2.5 แก่หน่วยงานในพื้นที่ เพื่อทดแทนในส่วนเดิมที่ชำรุดเสียหายด้วย

ด้านนางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการเผาป่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกิดจากภาคการเกษตร อุตสาหกรรมการขนส่ง รวมถึงมลพิษข้ามพรมแดน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องเริ่มต้นที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง นั่นก็คือ ระดับโครงสร้างซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ด้วยมาตรการเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวหากแต่ต้องอาศัยกฎหมายเฉพาะที่ครอบคลุมเพื่อจัดการกับมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ เพราะการมีอากาศสะอาดได้หายใจคือ สิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่างกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ตกไปในช่วงยุบสภา โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. กลับมาพิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกมาตรการห้ามเผาแบบเหมารวม หรือนโยบายปิดป่า เนื่องจากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนในการจัดการป่าไม้ตามวิถีวัฒนธรรม และการทำแนวกันไฟของชุมชน

ด้านนางกัลยา ใหญ่ประสาน เสนอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เร่งปลดล็อกระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณ ในประเด็นการเบิกจ่ายคุรุภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของหน่วยงานส่วนท้องถิ่น อาทิ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) วิทยุสื่อสาร กล้องวงจรปิด เครื่องพ่นลมหรือเครื่องพ่นหมอกลดฝุ่น PM 2.5 ฯลฯ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวถือเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงจัดสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ผ่านการพิจารณาของที่ประชุม สส.ในวาระหนึ่งแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพิ่มเติมแต่กฎหมายฉบับนี้ได้ตกไปเนื่องจากการประกาศยุบสภาของรัฐบาล

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด มีโครงสร้างการจัดการปัญหามลพิษที่สำคัญโดยมีคณะกรรมการหลายชุดที่ดูแล ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน 2.คณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน 3.คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด/พื้นที่เฉพาะ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการ และ 4.กำหนดให้มี เจ้าพนักงานเพื่ออากาศสะอาด มีอำนาจสั่งให้ส่งข้อมูล เรียกบุคคลมาให้ข้อมูลได้

นอกจากนี้ยังมีกลไกการควบคุมแหล่งกำเนิดและบังคับให้ผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ลดการปล่อย อาทิ โรงงาน, รถยนต์และภาคเกษตร เป็นต้น ในร่างกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดให้มี กองทุนอากาศสะอาด ที่ให้ผู้ก่อมลพิษรายใหญ่จ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อใช้ในการจัดการและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงบทกำหนดโทษสำหรับที่ผู้ฝ่าฝืน เป็นต้น