thansettakij
thansettakij
กกต.เตือนผู้จะลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ส.ก. เมืองพัทยา หาเสียงช่วงสงกรานต์

กกต.เตือนผู้จะลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ส.ก. เมืองพัทยา หาเสียงช่วงสงกรานต์

11 เม.ย. 69 | 08:28 น.
อัปเดตล่าสุด :11 เม.ย. 69 | 08:42 น.

กกต.เตือนผู้จะลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ส.ก. -เมืองพัทยา ระวังหาเสียงช่วงสงกรานต์ เสี่ยงผิดกฎหมาย ให้ทรัพย์สิน จัดเลี้ยง กิจกรรมบันเทิง ฝ่าฝืนโทษปรับ คุก ถอนสิทธิเลือกตั้ง

KEY

POINTS

  • กกต. เตือนผู้เตรียมสมัคร ผู้ว่าฯ กทม., ส.ก. และ เมืองพัทยา ให้ระมัดระวังการหาเสียงช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
  • ห้ามให้ หรือ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อื่นใด รวมถึงการจัดมหรสพ หรือ เลี้ยงอาหารแก่ประชาชน เพราะอาจเข้าข่ายการจูงใจเพื่อแลกกับคะแนนเสียง
  • การกระทำผิด เช่น การใส่ร้ายป้ายสี การข่มขู่ หรือ การให้ข้อมูลเท็จ มีโทษทั้งทางอาญา และ การเมือง ตั้งแต่การปรับ จำคุก จนถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

วันที่ 11 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศเตือนผู้ที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) สมาชิกสภาเมืองพัทยา และ นายกเมืองพัทยา ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ให้เพิ่มความระมัดระวังในการหาเสียงช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีกิจกรรมรวมกลุ่มของประชาชนจำนวนมาก และมีความเสี่ยงสูงต่อการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ทั้งนี้ การหาเสียงต้องเป็นไปตามกรอบของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม ซึ่งกำหนดรายละเอียดทั้งในเรื่องระยะเวลา วิธีการ และ ข้อห้ามไว้อย่างชัดเจน โดยครอบคลุมถึงผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงหน่วยงานของรัฐ

กกต.เน้นย้ำว่า การหาเสียงในช่วงเทศกาลต้องไม่กระทำในลักษณะ “ให้หรือสัญญาว่าจะให้” ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่สามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้โดยตรงหรือโดยอ้อม ทั้งต่อบุคคล ชุมชน หรือองค์กร เช่น วัด สถานศึกษา หรือมูลนิธิ ซึ่งอาจเข้าข่ายการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังห้ามการใช้กิจกรรมบันเทิงเป็นเครื่องมือหาเสียง อาทิ การจัดมหรสพ การแสดง หรือการเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ประชาชน เนื่องจากอาจถูกตีความว่าเป็นการให้ผลประโยชน์แฝงเพื่อแลกกับคะแนนเสียง

ในส่วนของพฤติกรรมต้องห้ามอื่น ๆ ยังรวมถึงการหลอกลวง ใส่ร้ายด้วยข้อมูลเท็จ การใช้กำลังหรืออิทธิพลข่มขู่คุกคาม รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เกี่ยวกับความนิยมของผู้สมัคร ซึ่งล้วนเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

กกต.ระบุว่า หากมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว ผู้กระทำอาจต้องเผชิญโทษทั้งทางอาญาและทางการเมือง ตั้งแต่โทษปรับ จำคุก ไปจนถึงการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นจะมีเฉพาะกรณีที่เป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของผู้ดำรงตำแหน่งเท่านั้น โดยต้องไม่แฝงเจตนาเพื่อการหาเสียง

กกต.ยังเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสอดส่องการกระทำผิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส