
3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ออกคำแถลง ขอรัฐบาลดัน 'ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด'
3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน กล้าธรรม-ประชาชน -ประชาธิปัตย์ ออกคำแถลง ขอรัฐบาลดัน 'ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด' แก้วิกฤต PM2.5 ที่กระทบสุขภาพคนไทยหนัก เตือนเลื่อนกฎหมายเท่าปล่อยประชาชนเสี่ยงโรคร้าย
KEY
POINTS
- 3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด
- ชี้ให้เห็นว่าปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 ได้ทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ระดับวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ และคุกคามสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง
- แสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายอาจถูกปัดตก และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยยึดหลักสุขภาพของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
8 เมษายน 2569 พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกคำแถลงร่วมของพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด โดยขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสถานการณ์วิกฤตมลพิษทางอากาศในประเทศไทย ซึ่งได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 ที่กำลังคุกคามสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง และได้ก้าวเข้าสู่ระดับ “วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ” อย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ทั้งนี้ ในปัจจุบันประชาชนไทยกำลังเผชิญกับการสัมผัสสารพิษในอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ สารก่อมะเร็ง เช่น PAHs สารก่อการกลายพันธุ์ โลหะหนักที่สะสมในฝุ่นละอองขนาดเล็ก
โดยเฉพาะประชาชนใน ภาคเหนือตอนบน ซึ่งต้องเผชิญกับค่าฝุ่นสะสมในระดับอันตรายเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลกระทบทางสุขภาพจาก PM2.5 มิได้เป็นเพียงข้อกังวลเชิงทฤษฎี หากแต่ได้รับการยืนยันจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ได้แก่
- โรคหอบหืด (Asthma) ฝุ่นกระตุ้นการอักเสบของหลอดลม ทำให้อาการกำเริบและหายใจลำบาก
- โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง การสัมผัสฝุ่นระยะยาวทำให้เกิดการอักเสบสะสม
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) สมรรถภาพปอดเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง
- มะเร็งปอด จากการสะสมของสารก่อมะเร็งในระบบทางเดินหายใจ
- โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง จากการอักเสบของหลอดเลือดและการเกิดลิ่มเลือด
- ความดันโลหิตสูง จากผลกระทบต่อระบบประสาทอัตโนมัติ
- โรคอัลไซเมอร์ มีหลักฐานเชื่อมโยงกับการเสื่อมของสมอง
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จากกลไกการอักเสบและภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ผลกระทบต่อทารกในครรภ์ เช่น น้ำหนักแรกเกิดต่ำ และการคลอดก่อนกำหนด
ทั้งนี้ ความน่ากังวลของ PM2.5 ไม่ใช่เพียงสสาร “ฝุ่น” เท่านั้น สิ่งที่ควรให้ความสนใจคือ “สารพิษ” ที่ทำลายสุขภาพของประชาชนตั้งแต่ระดับเซลล์จนถึงระดับสังคม
อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวโน้มที่ ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด อาจถูกปัดตกหรือไม่นำเข้าสู่การพิจารณาในสภา โดยมีข้ออ้างเกี่ยวกับ
- ความซ้ำซ้อนของกฎหมาย
- ภาระต่อภาคธุรกิจ
- การเพิ่มอำนาจให้ข้าราชการประจำ
พรรคร่วมฝ่ายค้านขอยืนยันว่า ข้อกังวลดังกล่าวไม่อาจเป็นเหตุผลเพียงพอในการปฏิเสธกฎหมายที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน การปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ล่าช้าหรือถูกปัดตก เท่ากับเป็นการยอมรับให้ประชาชนต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางอากาศที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งและสารพิษต่อไปอย่างไร้การคุ้มครองที่เพียงพอ
พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
1. ทบทวนร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดอย่างรอบด้านและโปร่งใส โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
2. ยึดหลักสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นศูนย์กลาง มากกว่าผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจระยะสั้น
3. เร่งผลักดันให้เกิดการพิจารณาในสภาโดยไม่ล่าช้า เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือทางกฎหมายในการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ
4. พัฒนากลไกกำกับดูแลที่สมดุล ระหว่างการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุด พรรคร่วมฝ่ายค้านขอย้ำว่า “อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน” การนิ่งเฉยหรือการปฏิเสธกฎหมายที่จำเป็นในเวลานี้ มิใช่เพียงความล้มเหลวทางนโยบาย แต่คือความล้มเหลวต่อความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ
พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยังคงยืนหยัดในการปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน และจะติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันให้เกิดกฎหมายอากาศสะอาดอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม







