thansettakij
thansettakij
3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ออกคำแถลง ขอรัฐบาลดัน 'ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด'

3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ออกคำแถลง ขอรัฐบาลดัน 'ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด'

08 เม.ย. 69 | 04:42 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 04:50 น.

3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน กล้าธรรม-ประชาชน -ประชาธิปัตย์ ออกคำแถลง ขอรัฐบาลดัน 'ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด' แก้วิกฤต PM2.5 ที่กระทบสุขภาพคนไทยหนัก เตือนเลื่อนกฎหมายเท่าปล่อยประชาชนเสี่ยงโรคร้าย

KEY

POINTS

  • 3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด
  • ชี้ให้เห็นว่าปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 ได้ทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ระดับวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ และคุกคามสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง
  • แสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายอาจถูกปัดตก และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยยึดหลักสุขภาพของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

8 เมษายน 2569 พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกคำแถลงร่วมของพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด โดยขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสถานการณ์วิกฤตมลพิษทางอากาศในประเทศไทย ซึ่งได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 ที่กำลังคุกคามสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง และได้ก้าวเข้าสู่ระดับ “วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ” อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ทั้งนี้ ในปัจจุบันประชาชนไทยกำลังเผชิญกับการสัมผัสสารพิษในอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ สารก่อมะเร็ง เช่น PAHs สารก่อการกลายพันธุ์ โลหะหนักที่สะสมในฝุ่นละอองขนาดเล็ก

โดยเฉพาะประชาชนใน ภาคเหนือตอนบน ซึ่งต้องเผชิญกับค่าฝุ่นสะสมในระดับอันตรายเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลกระทบทางสุขภาพจาก PM2.5 มิได้เป็นเพียงข้อกังวลเชิงทฤษฎี หากแต่ได้รับการยืนยันจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ได้แก่

 

  • โรคหอบหืด (Asthma) ฝุ่นกระตุ้นการอักเสบของหลอดลม ทำให้อาการกำเริบและหายใจลำบาก
  • โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง การสัมผัสฝุ่นระยะยาวทำให้เกิดการอักเสบสะสม
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) สมรรถภาพปอดเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง
  • มะเร็งปอด จากการสะสมของสารก่อมะเร็งในระบบทางเดินหายใจ
  • โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง จากการอักเสบของหลอดเลือดและการเกิดลิ่มเลือด
  • ความดันโลหิตสูง จากผลกระทบต่อระบบประสาทอัตโนมัติ
  • โรคอัลไซเมอร์ มีหลักฐานเชื่อมโยงกับการเสื่อมของสมอง
  •  โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จากกลไกการอักเสบและภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • ผลกระทบต่อทารกในครรภ์ เช่น น้ำหนักแรกเกิดต่ำ และการคลอดก่อนกำหนด

ทั้งนี้ ความน่ากังวลของ PM2.5 ไม่ใช่เพียงสสาร “ฝุ่น” เท่านั้น สิ่งที่ควรให้ความสนใจคือ “สารพิษ” ที่ทำลายสุขภาพของประชาชนตั้งแต่ระดับเซลล์จนถึงระดับสังคม

อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวโน้มที่ ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด อาจถูกปัดตกหรือไม่นำเข้าสู่การพิจารณาในสภา โดยมีข้ออ้างเกี่ยวกับ

  • ความซ้ำซ้อนของกฎหมาย
  • ภาระต่อภาคธุรกิจ
  • การเพิ่มอำนาจให้ข้าราชการประจำ

พรรคร่วมฝ่ายค้านขอยืนยันว่า ข้อกังวลดังกล่าวไม่อาจเป็นเหตุผลเพียงพอในการปฏิเสธกฎหมายที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน การปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ล่าช้าหรือถูกปัดตก เท่ากับเป็นการยอมรับให้ประชาชนต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางอากาศที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งและสารพิษต่อไปอย่างไร้การคุ้มครองที่เพียงพอ

พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้

1. ทบทวนร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดอย่างรอบด้านและโปร่งใส โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

2. ยึดหลักสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นศูนย์กลาง มากกว่าผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจระยะสั้น

3. เร่งผลักดันให้เกิดการพิจารณาในสภาโดยไม่ล่าช้า เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือทางกฎหมายในการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ

4. พัฒนากลไกกำกับดูแลที่สมดุล ระหว่างการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุด พรรคร่วมฝ่ายค้านขอย้ำว่า “อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน” การนิ่งเฉยหรือการปฏิเสธกฎหมายที่จำเป็นในเวลานี้ มิใช่เพียงความล้มเหลวทางนโยบาย แต่คือความล้มเหลวต่อความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ

พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยังคงยืนหยัดในการปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน และจะติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันให้เกิดกฎหมายอากาศสะอาดอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม